Lifestyle

Studying In University 101

By Arnon Puitrakul - 26 March 2015 - 1 min read min(s)

จากตอนที่แล้ว ก็เล่าเรื่องการอยู่หอไปแล้ว วันนี้มาด้วยอีกเรื่องที่ มันสร้างความ ชิบหาย กับผมบ้างในบางวิชา นั่นคือการเข้าเรียนครับ การเรียนมหาลัยมันไม่เหมือนกับเรียน ม.ปลายครับ มันต่างกันเยอะมากๆเลย
วิธีเรียนของที่มหาลัยมันจะเป็นวันล่ะ 1-2 วิชา เช้า บ่าย วิชาล่ะ 1.5-3 ชม แล้วแต่วิชา

อ้าวอย่างงี้ก็ไม่เหนื่อยเท่า ม.ปลายสิ เราเรียนวันล่ะ 7-9 คาบต่อวันเลยนะ!!

ลองมาเรียนดูสิครับ แล้วจะรู้ว่าทำไม เรียนแค่วิชาเดียวก็กระอักเลือก สำลักความรู้ตาย แล้วครับ!

แต่เรื่องที่ผมจะพูดถึงในวันนี้นั่นคือ การนั่งเรียน
เมื่อก่อนตอนสมัยมัธยม 1 คาบมี 50 นาที แค่เรียนวิชาเดียว 50 นาทีก็จะเอียนตายอยู่แล้ว แต่นี้โดนไปเลย 3 ชม. ระบมเลย TT นี่แหละถึงบอกว่า มหาลัยเรียนวิชาต่อวันน้อยกว่า แต่ทำไมเรียนที บางคนแทบลงไปกองกับพื้น
บางวิชาซ้ำร้ายหนักเลย อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง เอาแล้วไงครับ! งานช้างแล้วไง เราต้องมา Self Study มากขึ้น (การ Self Study ถือว่าเป็นเรื่องปกติเลยล่ะ แต่ผมไม่ค่อยทำ 555)
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีเทคนิคในการเรียนเยอะขึ้น (ท่าเยอะขึ้นนั่นเอง) เมื่อก่อนเราอาจบอกว่าที่อาจารย์สอนในห้องเรียนนั้นเพียงพอแล้ว แต่พอมาเรียนมหาลัยแล้ว บอกเลยว่า ไม่ใช่ เขาจะสอนกระจุงเดียวแล้วที่เหลือ ส่วนใหญ่จะให้ไปอ่านเองมากกว่า (หรือเราเรียกกันว่า Self Study นั่นเอง)
แต่ในระหว่างเรียนก็สำคัญ เมื่อก่อนเราแค่นั่งฟังอาจารย์พูดจนหมดคาบก็โอและ รู้เรื่อง แต่ตอนนี้เราต้องหวังพึ่ง ของวิเศษครับ มันชื่อว่า Lecture Note ครับ ง่ายๆมันก็คือการให้เราโน๊ตสิ่งที่เราเรียนในห้องเรียนนั่นแหละครับบางคนอาจจะไม่เคยทำ เชื่อเถอะครับ เดียวเข้ามาเรียนได้ทำกันหมดแน่ หวังพึ่งแต่ Side อาจารย์เกรงว่าจะไม่รอด 555 (เพราะลองมาแล้ว เจ็บหนักเลย)
บางครั้งในเวลาเรียนเราต้องต่อสู้กับหลายๆอย่างครับ เอาที่สู้ยากสุดนั่นคือ ความง่วง มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ นั่งไปนานๆ ยาวๆ มันก็ต้องง่วงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่บางคนมันสุดยอดมาก มันนั่งเรียนเฉยๆมันไม่หลับเลย สุดยอด!!! บางทีหลับไปอ้าว ชิบและ!! หลุดเลย เรียนอะไรไปว้าา_
เพราะฉะนั้นพยายามอย่าหลับดีที่สุดนะแฮะ!!
อีกเรื่อง อันนี้อาจจะ ไม่ค่อยมีคนประสบเท่าไหร่ เพราะอาจะไม่ได้เรียนคณะที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ต้องยอมรับครับว่า อาจารย์บางคนสอนเป็นภาษาอังกฤษแล้วไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่ก็ภาษาเขาดีเกิ้นจนเราฟังไม่รู้เรื่องเลย มันเจ็บปวดมาก เมื่อฟังเขาไม่รู้เรื่อง เพราะนั่งอยู่ 3 ชม เขาพูดอะไรไปแว๊!!!
สรุปสิ่งที่พูดมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่เคยเจอมาเกือบ 1 ปีที่พึ่งเรียนมา บางวิชามันก็สนุกดีครับ อาจารย์สอนสนุก และเราก็ตั้งใจเรียน แต่บางวิชาฟังแล้ว ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องสู้หน่อย ไม่งั้น F กินแน่ แต่สุดท้ายยังไงแล้วมันก็ขึ้นกับตัวเราที่จะ ตั้งใจเรียน ทบทวนบทเรียนต่างๆ เพื่อให้ได้เกรดเอๆนะครับ สวัสดีครับ

"เกรดดีๆ" เป็นคำหยาบคาย