My Life

ชีวิตฉัน

By Arnon Puitrakul - 08 กันยายน 2017

ชีวิตฉัน

สวัสดีพวกนาย ~~ บทความนี้ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัว Column ใหม่ของผมเลยละกันชื่อว่า "ชีวิตฉัน" เรื่องแรกที่อยากจะมาเล่าสู่กันอ่านกันในวันนี้คือ Time Management เหตุมันเกิดมาจากว่า ช่วงนี้ผมเปิดเทอมเรียบร้อยแล้ว และแน่นอนว่าการเปิดเทอมมันจะมาพร้อมกับสิ่งที่พวกเราทุกคนน่าจะรู้จักกันดีในชื่อว่า การบ้าน และเวลาเรียน มันก็ผลาญเวลาชีวิตเรามากพอแล้ว ไหนจะเวลาเราอ่านหนังสืออีก นอกจากนั้น ถ้ารู้จักผมดี ผมนี่เป็นมนุษย์ที่สามารถ หาเรื่องใส่ตัวรับงานไปทั่ว ได้เก่งมาก ๆ !

ฉะนั้นผมจะแทบไม่มีเวลาว่างเลย จากเทอมที่แล้วที่งานเยอะมาก ๆ เยอะจนล้นก็ทำให้ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก แต่ผมไม่ได้นึกถึงมันมาก่อนคือ การพักผ่อน เพราะตอนนั้นเห็นงานเข้ามาก็สักแต่ทำให้มันผ่านไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายมันไปจบลงที่ สภาพนอนตายคาเตียงแล้วหลับวูบไปยันเช้าเลย ไฟในการทำงานที่ค่อย ๆ ดับหายไปเรื่อย ๆ ตามสภาพร่างและจิตที่ค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ

ตอนนี้ด้วยปีที่สูงขึ้น ปี 4 แล้วหน้าที่ต่าง ๆ ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามปีที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และความไม่อยากที่จะ อยู่ในสภาพตายเป็น Zombie เดินไปเหมือนเทอมที่แล้วจึงทำให้กลับมาถามตัวเองว่า ทำไมเราถึงรู้สึกเหนื่อย ? ผมไปสะดุดคำตอบของคำถามนี้อย่างจังกับบทสัมภาษณ์ของ Marissa Meyer ในเรื่องของการทำงาน จากสักที่นึงนี่แหละ ลืมไปแล้ว แต่เนื้อหามันอยู่ที่ว่า เหตุที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย หรือไม่อยากทำงานสักอย่างนั่นเป็นเพราะว่า งานที่เข้ามาใหม่มันทำให้เรา อด ทำอะไรบางอย่างที่เราอยากทำ หรือทำได้ไม่สะดวกเท่าเดิม

เช่นมีพนักงานคนหนึ่งเขาต้องประชุมตอนดึก ๆ กับอีกสาขาที่อยู่ในอีกทวีปหนึ่ง แต่เขาคนนั้นมีลูกและต้องไปรับลูก ถามว่า คนคนนั้นอยากที่จะมานั่งประชุมตอนดึก ๆ มั้ยถ้าเรามีลูกอยู่ที่บ้าน คำตอบน่าจะชัดเจนว่า ไม่ ถูกมั้ยครับ สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือ บางทีมันก็ต้องมีการ Balance กันระหว่างงาน และ เรื่องส่วนตัว ถ้าเราไม่สามารถทำให้มันสมดุลได้ เราก็จะรู้สึกไม่อยากทำงาน เพราะงานมันแย่งเวลาที่เราจะได้อยู่กับลูก เวลาที่เราจะได้ออกไปเที่ยวไป หรืออีกนัยคือ

อย่าให้งานมาทำลายชีวิตเรา และอย่าให้ชีวิตเรามาทำลายลายเรา

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเลยลองเริ่มจัดตารางเวลาเล่นเกมให้กับตัวเองบ้าง โดยวันคืนวันศุกร์และเสาร์จะเป็นคืนสำหรับเล่นเกม และให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่า เราจะต้องเล่นเกม และเล่นอย่างเปิดเผย ด้วยฮ่า ๆ (ปกติจะเล่นทีต้องแอบเล่น เดี๋ยวโดนทวงงาน) นอกจากนั้นยังจัดเวลานอนด้วยว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะนอนไม่เกินตี 1 จะตอบแชทงานต่าง ๆ ไม่เกิน 4 ทุ่ม และกลับหอมาควรจะอาบน้ำโดยทันที และอีกเวลาที่ผมจะข้ามมันไปไม่ได้เลย สำคัญกว่างานคือ สุขภาพ เนื่องจากช่วงนี้ โคตรอ้วน เลย จึงอยากที่จะหาเวลาออกกำลังกายกันบ้าง ฉะนั้นอาทิตย์เย็นก็จะเป็น Exercise Time ของผมละ ~ หวังว่าจะผอมเหมือนเดิมโดยไว (ทุกวันนี้เห็นเรือนร่างตัวเองแล้วเพลีย แต่ก็กินเยอะเหมือนเดิมทุกวัน)

สาเหตุที่ต้องกลับถึงหอแล้วอาบน้ำเลยก็คือ เวลาอาบน้ำเสร็จผมจะมีพิธีกรรมในการทาโน้นทานี่ ซึ่งมันเป็นพิธีกรรมที่ใช้เวลาอยู่พอสมควร และถ้าเราง่วงแล้วไปอาบน้ำพอออกมา เราก็อยากจะนอนเลย ในขณะที่พิธีกรรมก็ยังไม่ได้ทำ และผมก็ยังไม่แห้ง (เมื่อก่อนแอบนอนตอนผมยังเปียก ๆ บ่อยมาก แย่ที่สุด) ผลที่ได้คือ ผมสามารถทำงานได้เร็วขึ้น และเวลาในการทำงานต่อครั้งสูงขึ้นพอสมควรเลย จากเมื่อก่อนผมทำงานครั้งนึงไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็หลุดแล้วตอนนี้ไปถึง 4 ชั่วโมงก็ยังได้อยู่นะ ความเหวี่ยงและหัวร้อนน้อยลง Task ต่าง ๆ ก็เสร็จเรียบร้อยมากขึ้น อารมณ์เหมือนมันมีแรงบางอย่างบอกว่า ทำงานสิ !!! จะได้เล่นเกมในวันศุกร์ได้อย่างมีความสุข หลาย ๆ คนอาจจะมองว่า การที่ผมทำแบบนี้มันไม่มีความรับผิดชอบรึเปล่า ถ้างานเราไม่เสร็จแล้วเราจะไปเล่นเกมอะไรแบบนี้ ผมอยากให้มองว่าเวลางานก็คือเวลางาน เวลาพักผ่อน หรือมองในอีกแง่ เป็นประสิทธิภาพในการทำงาน การที่เราไม่โหมงานรัว ๆ และแบ่งเวลาพักผ่อนมันจะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นึกภาพง่าย ๆ เหมือนกับงานจะส่งพรุ่งนี้ แต่เราก็นั่งทำมันจนดึกง่วงจนไม่ไหวแล้ว เราก็ยังจะทำมันต่อไป งานที่ออกมามันก็จะง่วงหน่อย ๆ แต่สู้เราคิดอีกสักนิด ยอมไปนอนหน่อย แล้วตื่นมาทำต่อ สุดท้ายงานมันก็เสร็จเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ออกมา ง่วง ๆ มั่ว ๆ มั้ยละ

ฉะนั้นแล้ว คนที่ติดงานหายไปกับงานทั้งหลายจ๋า กลับมา กลับมาได้มั้ย ~ ออกไปหาเวลาให้ตัวเองไปทำอย่างอื่นที่เราอยากทำบ้าง ถ้าไม่อยากเป็น Zombie เหมือนเดิมก็ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง เพราะเราคงไปเปลี่ยนงานให้น้อยลงคงไม่ได้แน่ ๆ ละ ฮ่า ๆ เผลอ ๆ มันงอกขึ้นอีก (นี่งานหรือดอกเห็ดครับ งอกเร็วจัง) และคนที่เห็นเพื่อนร่วมงานโพสต์เรื่องเกมแล้วจะมาทวงงานโปรดรู้ไว้ด้วยว่านี่คือ Game Time ของเขา อย่าพึ่งทวง แงงงง ~~

Read Next...

Year In Review 2023 สวัสดี 2024

Year In Review 2023 สวัสดี 2024

แปลกมากเลยนะ เรารู้สึกว่ายังเหมือนต้นปีอยู่เลย เวลาผ่านไปแปบเดียว กลายเป็นจะหมดปีซะแล้ว เรียกว่าเป็นปีที่ทำอะไรเยอะมาก มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ เรื่องเยอะมาก เรื่องหลาย ๆ เรื่องที่เราปูมาตั้งแต่ปีก่อน มันค่อย ๆ งอกเงยมาเรื่อย ๆ วันนี้เรามาถอดบทเรียนให้อ่านกันว่าเราได้อะไรจากมัน และมันสอนอะไรกับเราบ้าง...

Year in Review 2022 สวัสดี 2023

Year in Review 2022 สวัสดี 2023

เวลาผ่านไปไวเหมือนกันนะเนี่ย ยังแอบรู้สึกว่าเหมือนยังไม่ผ่านครึ่งปีไปดีเลย อ่อ สิ้นปีแล้วเฉยเลย มา งั้นเรามาเล่าให้อ่านกันดีกว่าว่า ที่ผ่านมาในปี 2022 มันเกิดอะไรขึ้น และมันสอนอะไรเราบ้าง...

Year in Review 2021 สวัสดี 2022

Year in Review 2021 สวัสดี 2022

ผ่านไปอีกปีแล้วกับปี 2021 ที่น่าจะเป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับใครหลาย ๆ คน เราเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หลาย ๆ อย่างที่ Plan ไว้ก็ต้องเปลี่ยนหมด หน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ก็หวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดีขึ้นเนอะ ~...

Year in Review 2020 สวัสดี 2021

Year in Review 2020 สวัสดี 2021

และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องมาเขียน Year in Review อีกครั้ง ประโยคที่ว่า จะหมดปี 2020 แล้วคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ละมั่ง ปีก่อน ๆ อาจจะบอกว่า เออ ใช่แหละ แต่ปีนี้คือเป็นปีที่หนักมากสำหรับหลาย ๆ คนรวมถึงเราด้วย...