Review

รีวิวประสบการณ์กับ AI Coding และไม่น่ากลับไปใช้อีก (ตอนนี้อะนะ)

By Arnon Puitrakul - 24 มีนาคม 2025

รีวิวประสบการณ์กับ AI Coding และไม่น่ากลับไปใช้อีก (ตอนนี้อะนะ)

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาโลกของเรารู้จักกับ LLM จากนั้นมันได้รับการพัฒนาให้เก่งกว่าเดิมมาก ๆ หนึ่งในความสามารถที่มันทำได้คือ การพ่น Code ออกมา เข้ามาช่วยเหลือเหล่า Developer ได้ดีเป็นอย่างมาก เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้ทดลองเรียกว่า ทุกตัวในท้องตลาด ณ วันนี้ และเราคิดว่าไม่อยากจะกลับไปใช้แล้ว (ตอนนี้อะนะ) วันนี้เราจะมาเล่าให้อ่านกันว่า เราได้ประสบการณ์อะไรจากมัน ทำไมเราถึงไม่อยากจะกลับไปใช้มันอีก

ก่อนหน้านี้เราลองอะไรมาบ้าง ?

ก่อนหน้านี้ เรามองหาเครื่องมือที่ทำให้เราทำงานได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำมากขึ้น เรียกว่า ใคร Post ออกมาว่าตัวไหนเอามาเขียน Code ได้ดีมาก ๆ เราลองหมดเลย ตั้งแต่สมัยยังไม่มี Chain-of-Thought (CoT) ยันตอนนี้เราไป Chain-of-Draft (CoD) กันแล้ว ทั้งตัวที่เสียเงิน และไม่เสียเงิน

รัน LLM Model อะไรก็ได้ฟรีด้วย Ollama, VS Code และ Continue
AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานสำหรับฝั่ง Software Developer ค่อนข้างมาก วันนี้เราจะมาเล่าวิธีการที่ทำให้เราสาารถใช้งาน Feature พวกนี้ได้แบบฟรี ๆ ในเครื่องของเรากันด้วย Visual Studio Code และ Continue กัน

ทดลองหมด ตั้งแต่การเปิดใช้งานบน Website จนไปถึงล่าสุด เราลอง Integration บน VS Code อย่าง Continue ก็เล่นกันไปแล้ว เราคิดว่า ถ้าเอาในท้องตลาด ณ ตอนนี้ เราเล่นน่าจะครบทุกรูปแบบที่มันน่าจะมีได้ ณ วันนี้แล้ว เลยคิดว่า น่าจะพอ หยิบมาเล่าเหตุผลได้ว่า ทำไมเราถึงคิดว่า เราไม่อยากจะกลับไปใช้มันอีก

การใช้ AI ไม่ได้ทำให้เราเขียนโปรแกรมไม่เป็นอีกเลย

ก่อนอื่นเลยนะ เราไม่ได้บอกนะว่า การใช้ AI มันทำให้เราลืม Syntax หรือเขียนโปรแกรมไม่ได้อีกเลยนะ เพราะเอาเข้าจริง การเขียนโปรแกรมเป็น มันเหมือนกับเราขับรถ หรือปั่นจักรยานเป็น เมื่อเราเป็นแล้ว ถึงเราจะไม่ได้เขียนมันไปนานแล้ว มันก็ยังพอเดาได้ พอเขียนได้อยู่ อาจจะต้องเปิด Documentation บ้าง แต่ Core Logic ของการเขียนโปรแกรม เราว่ามันไม่ได้ไปไหนเลย

จากประสบการณ์เรา ที่เราหนีไปเรียน ป.โท ฝั่ง Medical Bioinformatics เราเขียน Code น้อยกว่าตอนเรียน ICT ช่วง ป.ตรี เยอะมาก แต่พอเราจบ ป.โท ออกมา เรากลับไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการเขียน Code เลย เราก็ยังเขียนได้อยู่เหมือนเดิม แค่ว่าสิ่งที่หายไปคือ เราแค่ไม่ได้ตามเทคโนโลยี และ Library ใหม่ ๆ ในช่วงที่เรียนอยู่แค่นั้นเอง จบมา เราก็แค่มาตาม มาลองเล่นสัก 6-12 เดือน เราก็ตามทันของเล่นใหม่ ๆ หมดแล้ว

ดังนั้น ทำให้เราเลยกล้าพูดว่า การใช้ AI ไม่ได้ทำให้เราลืม Syntax อะไรทั้งสิ้น มันไม่ได้ทำให้เราเขียนโปรแกรมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว และมันไม่ได้ทำให้เราเป็นง่อยในการเขียนโปรแกรมด้วย เราว่าคนที่น่าจะเจอกับปัญหานี้ น่าจะเป็นคนที่เขียนโปรแกรมไม่เป็นแต่แรก แต่คิดว่าตัวเองเขียนเป็นมากกว่า เพราะแรก ๆ มันจะใช้ความจำแหละ แต่พอเราเก็บชั่วโมงบินไปเรื่อย ๆ แล้วมันจะกลายเป็นความเข้าใจ หากเราหายไปแล้วเราจำไม่ได้แปลว่า คุณเขียนไม่เป็นแต่แรกมากกว่า เลิกโทษ AI เหมือนที่ ต้องเลิกโทษอาหารเวลากินอิ่มแล้วเมาท์กับเพื่อนแล้วขำไม่หยุด

คำตอบที่ได้จาก AI อาจไม่ถูกต้อง 100%

เราคิดว่า ประเด็นนี้แหละ เป็นประเด็นใหญ่ ๆ ที่ทำให้พอเราออกมาพูดแล้ว เราเป็นคนดูขวางโลกไปเลยอะ แต่เอาเข้าจริง หากเราเข้าใจหลักการทำงานของ LLM มันง่ายมาก ๆ คือ มันคาดเดาคำต่อไป โดยใช้คำก่อนหน้า และก่อน ๆๆๆ หน้านั้นยาว ๆ มาเรียงต่อกัน มันไม่ได้เข้าใจเหตุและผลอะไรจริง ๆ มากขนาดนั้น โอเคแหละ ที่ตอนนี้เราเริ่มพยายามไปกระตุ้นทักษะการแสดงเหตุผลออกมาผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น Chain-of-Thought (CoT) แต่ถามว่า หลาย ๆ ครั้งมันคิดถูกสักเท่าไหร่กันเหรอ

แล้วยิ่งเราเอามาใช้ในการเขียน Code ที่ปัญหาแต่ละครั้งมันมี Condition ของการทำงานที่แตกต่างกัน เช่นเราบอกว่า เราอยากให้ LLM เขียน Nginx Config สำหรับ Service ต่าง ๆ โดยมี Path ลักษณะแบบนี้ ๆ เข้าไป ถามว่ามันออกมาเป็น Nginx Config มั้ย ใช่เลยแหละ แต่พอเราเอาไปรันเท่านั้นแหละ ปรากฏว่ามันรันไม่ได้ งานนี้แหละเราจะต้องมานั่งไล่ Debug อีก แล้วพอมันไม่มี Logic ในการคิดอีก ก็คือ Debug ยากเข้าไปใหญ่เลย สุดท้าย มีมที่บอกว่า 5 นาทีให้ AI เขียน Code แต่ Debug อีก 5 วัน มันไม่เกิดจริงเลย

ในเคสของเรา เรามองว่าการทำงานลักษณะนี้ไม่คุ้มเป็นเพราะ ส่วนนึงคือเราเขียนโปรแกรมมานาน เรารู้หลักการเยอะมาก การที่เราอยากจะใช้ภาษา หรือเครื่องมือใหม่ ๆ สักตัว เราสามารถอ่าน Documentation ไม่กี่ชั่วโมง เราก็เขียนออกมาได้แล้ว พูดง่าย ๆ คือ เราเรียนและเขียนออกมาเอง เร็วกว่าการที่เราให้ AI เขียน และ เรานั่งแก้โดยที่เราไม่รู้อะไรเลย ทำให้วิธีการใช้ AI เขียนแต่แรก มันไม่ได้ทำให้เราทำงานเร็วขึ้น เผลอ ๆ ทำให้ช้ากว่าเดิมอีก

โปรแกรม AI หลาย ๆ ตัว กวนเวลาเขียนมาก ๆ

อีกหนึ่งปัญหาที่เราหงุดหงิดเวลาใช้งานพวก IDE ที่ AI Integrated หรือ Plugin บน VS Code ที่ต่อกับ AI คือ มันชอบ Suggest อะไรแปลก ๆ มารบกวนเวลาเราเขียนตลอดเวลา โอเค ๆ หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่า มันจะต่างจาก Intellisense ที่ VS Code ใส่เรายับ ๆ ยังไงกันละ นั่นก็ขึ้นมา Suggest เราเหมือนกัน

เราว่าที่มันต่างกันคือ Intellisense มันขึ้นโดยอ้างอิงจากสิ่งที่เราพิมพ์ลงไป เช่นเราพิมพ์ spli มันก็อาจจะขึ้น split ที่ใช้ในการแยก String แต่พวก AI ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพวก Agent มันพยายามเดาจากบริบทที่ซับซ้อนกว่านั้น และหลาย ๆ ครั้ง เดี๋ยวนะ ชั้นไม่ได้จะทำอันนี้โว้ยยยย เลยทำให้จากที่จะช่วย เหมือนมันเข้ามากวนตีนมากกว่าอะ

LLM ทำงานได้ช้ากว่าเรามาก

ต้องบอกก่อนว่า โดยธรรมชาติเราเป็นคนที่คิด และทำงานเร็วมาก ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาใช้ AI ให้ช่วยเขียน Code ซึ่ง มันมีทางเลือกคือ เราจะรันผ่าน Cloud เช่นพวก ChatGPT และ Claude หรือจะเป็น Edge Computing โดยการใช้พวก Ollama ในการช่วยรัน ซึ่งทั้งสองตัวเลือกนี้ มันช้ากว่าที่เราคิดมาก ๆ คือ ว่าที่เราจะพิมพ์ Prompt เพื่ออธิบายปัญหาที่ต้องละเอียดมาก ๆ แล้วรอมันกว่าจะตอบกลับมา

มันช้ากว่า การที่เราเอา Error ทั้งยวงนั้นแหละ เข้าไปหาใน Google แล้วไล่อ่านบทความหรือ Stackoverflow ที่ส่วนใหญ่ เราอ่าน ๆ ไปแปบนิดเดียว ส่วนใหญ่เราพอจะเดาได้แล้วว่ามันน่าจะเกิดจากอะไรแล้วไปแก้เลย เราทดลองเทียบเวลากันดูในการแก้ปัญหาโดยเฉลี่ยกับการเขียนโปรแกรมในภาษาที่เราถนัดน้อยสุดอย่าง Typescript กลายเป็นว่า การเข้าไป Search Google และแก้ปัญหาเองของเรา นั้นเร็วกว่าการที่เราพยายามจะให้ AI แก้ให้เยอะมาก ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

ที่เป็นแบบนั้นใหญ่ ๆ เป็นเพราะส่วนใหญ่เวลา AI มันตอบวิธีการแก้ปัญหากลับมา แล้วเรากด Apply ลงไป รันจริง มันงามไส้เพราะมันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เราก็ต้องอธิบายมันเพิ่มแล้วไล่แก้ไปเรื่อย ๆ มีครั้งนึง เราตีกับ Nginx Config ไม่ไหวละ เลยไปลองถาม ChatGPT ดู ปรากฏว่า ทำไปทำมา เหมือนพายเรือในอ่างเลย วน Solution อยู่นั่นแหละ

สรุป: เราก็น่าจะยังคงใช้ AI ต่อไปแค่ไม่ใช่กับการเขียน Code แค่นั้น

อ่านมาถึงตรงนี้สุดท้ายแล้ว อาจจะเริ่มคิดว่า เราทนกับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก AI มันมาแน่ ๆ แล้ว เราก็ว่าแบบนั้นเหมือนกัน และเราก็ไม่ได้บอกว่า เราจะไม่กลับไปใช้มันตลอดไปนิ เพราะเรามองว่า AI ที่เราใช้ในการเขียน Code ให้ ณ วันนี้ มันยังมีข้อบกพร่องหลายจุดมาก ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ถ้าให้มันเข้ามาช่วย Suggest เราเฉย ๆ เราก็ยังมองว่า น่าสนใจมากนะ เพราะหลาย ๆ ครั้ง มันช่วยแนะนำในมุมมองที่เราคาดไม่ค่อยถึงเหมือนกัน

แต่ถามว่า เราจะไม่ใช้ AI เลยเหรอ คำตอบคือ ก็ยังใช้อยู่นะ ก็จะใช้เวลาที่อยากเผางานส่ง ๆ เอาเป็นแค่ Prototype จะให้มันเขียนมาให้เลย และส่วนตัวเราในฝั่งคอมพิวเตอร์เราถนัดงานฝั่ง Information Retreival (IR) อย่างการทำ Search Engine ทั้งหลาย ปัจจุบัน เราก็มีการนำวิธีการ Search โดยการใช้ AI เข้ามาทำงานมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และเป็นอะไรที่เราคิดว่า มันดีมาก ๆ ทำให้การค้นหาข้อมูลทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีก่อน ๆ เยอะมาก

ดังนั้น AI เป็นอนาคตจริง เราไม่เถียงเลย และในมุมนึงเราก็เป็นผู้ผลิต AI ที่หลาย ๆ คนกำลังใช้กันตอนนี้ แล้วเราจะขัดช่องทางทำมาหากินตัวเองทำไมวะ ? แต่สิ่งที่เราอยากจะบอกคือ AI ไม่ได้น่าเชื่อถือทุกครั้งตลอดเวลา เราควรที่จะเป็นผู้บังคับ AI ไม่ใช่ให้ AI มาบังคับเรา ไม่งั้นเราก็จะไม่ต่างอะไรจากเครื่องที่แค่โยกคันโยกแล้วจะได้ของที่ผลิตสำเร็จออกมาแค่นั้น เราอยากจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ลองคิดดูเอานะ