Review

รีวิว Synology HAT5300 Harddisk ระดับ Enterprise สำหรับ Synology NAS ที่รัก

By Arnon Puitrakul - 01 สิงหาคม 2022 - 2 min read min(s)

รีวิว Synology HAT5300 Harddisk ระดับ Enterprise สำหรับ Synology NAS ที่รัก

HDD ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ เลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่า HDD เกิดมาไม่เท่ากันจริง ๆ เพราะมันออกแบบมาเพื่อทำงานที่แตกต่างกัน เช่น เราเอามาใช้กับงานทั่ว ๆ ไปอย่างการเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปที่เราใช้งานกัน หรืออาจจะเอามาใช้งานกับ การพกพา อย่าง External HDD เป็นต้น แต่ HDD ที่เราจะเอามาเล่ากันในวันนี้ เป็น HDD ที่ออกแบบมาเพื่อ NAS โดยเฉพาะ อย่าง Synology HAT5300 Harddisk Enterprise Grade สำหรับ Synology NAS

ทำไมต้องใช้ HDD สำหรับ NAS

เมื่อก่อน เราก็มีคำถามเหมือนกันนะว่า ทำไม เราจะต้องใช้ HDD สำหรับ NAS ด้วย ทั้ง ๆ ที่ HDD ทั่ว ๆ ไป เราก็เอามาใส่ และ ใช้งานได้ปกติเลย เหมือนกับพวก Home Server ที่เอา HDD ที่เคยใส่อยู่ในเครื่องเรามาใช้ มันก็ใช้ได้แหละ

This hallway in the Reina Sofia reminded me of the Death Star.
Photo by Paul Hanaoka / Unsplash

แต่ในการทำงานแบบ NAS จนไปถึง Enterprise มันมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากเครื่อง Desktop ทั่ว ๆ ไปแบบหลายขุม เรื่องแรกคือการทำงานแบบ 24/7 หรือก็คือ การเปิดตลอดเวลาไม่ได้ปิดเลย ถ้าเป็น HDD ปกติ เมื่อเรามีการเปิดไว้นาน ๆ ทิ้งไว้เลย มันโอกาสที่จะเจออาการแปลก ๆ เช่น อยู่ ๆ ก็ มีปัญหาในการอ่านเขียน หรือหนักสุดคือ HDD ไม่ Detect โดยทั่ว ๆ ไปเวลาเราเจอพวกนี้ก็จะต้อง Restart เครื่องมันก็จะหาย ถ้าเป็น Desktop ปกติ ไม่มีปัญหาหรอก แต่ถ้าเป็น NAS หรือ Server แน่นอนว่า มี Downtime เกิดขึ้น ไม่ตลกแน่นอน

Synology DS1621+

อีกหนึ่งความต่างคือ การใช้งานกับเครื่อง Desktop เรากำลังพูดถึง HDD ไม่กี่ตัวเท่านั้น อย่างมากในเครื่องตามบ้านก็ 2 ลูกเราว่า ก็เยอะมากแล้ว แต่ในระดับ Server เอง เรากำลังพูดถึงจำนวนที่มากกว่านั้น อาจจะเจอระดับ 10++ ลูกต่อเครื่องเลย นั่นหมายถึงแรงสั่นสะเทือนที่มากกว่าเครื่อง Desktop เยอะมาก ๆ

และที่หลาย ๆ คนอาจจะรู้กันดีว่าพวก HDD จานหมุน มันค่อนข้าง Sensitive มาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการสั่นสะเทือนต่าง ๆ เราอาจจะเคยได้เห็นมากับตัวบ้างแหละ ว่า HDD ที่ตก หรือ มีการสั่นสะเทือนเยอะ ๆ มักจะอายุสั้นตายก่อนวัยอันควรมาก ๆ หรือกระทั่ง ทำให้ Performance ตกเลยก็มีเหมือนกัน

ดังนั้น เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และ ทนทาน ลดต้นทุนที่สุด เราก็ควรที่จะเลือก HDD สำหรับ NAS เพื่อใช้งานใน NAS โดยเฉพาะนั่นเอง

Specification บอกอะไรเราบ้าง ?

ปกติเวลาเราไปหาซื้อ HDD เราก็จะดูแค่ขนาดความจุของมันเท่านั้น แต่วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสเปกของ HDD กันดีกว่าว่า ถ้าเราจะซื้อ HDD สำหรับการใช้งานระดับ NAS และ Server เราจะต้องดูเรื่องอะไร และ เท่าไหร่ถึงจะดี ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเราเอาสเปกของ Synology HAT5300 มาดูกันดีกว่า อยากดูเต็ม ๆ เข้าไปดูได้ที่ ลิงค์นี้

เรื่องแรกที่คนทั่ว ๆ ไปก็ให้ความสำคัญมาก ๆ คือ Performance โดยการใช้งานปกติ เราก็อยากจะได้ HDD ที่ความเร็วสูง ๆ แต่ใน Server หรือ NAS เองเราไม่ได้แคร์ขนาดนั้น เพราะพวกนี้เราจะเอามา RAID กันหมด ทำให้ Performance จริง ๆ ที่ได้มันก็จะเยอะพอสมควร ยิ่งใส่ HDD เยอะ ยิ่งแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ เลยไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่ว่า 1 ลูกจะต้องแรงมาก ๆ

ในสเปกส่วนนี้ เราเลยดูเหมือน HDD บ้าน ๆ เลย ตัวแรกคือ Rotational Speed หรือบ้าน ๆ เราเรียกว่า ความเร็วรอบ เรามักจะบอกว่า ยิ่งหมุนเร็วยิ่งดี อะ ใช่ส่วนนึง เพราะมันทำให้เราสามารถหมุนหาข้อมูลได้เร็วขึ้นแน่นอน แต่สำหรับ Enterprise นั่นมากับเรื่องพวก ความร้อน แรงสั่นสะเทือน และ การใช้พลังงาน ที่สูงขึ้นแน่นอน ยังไม่นับเรื่อง Reliability ที่อาจจะแย่ลงอีก ดังนั้น ทั่ว ๆ ไปที่เรารับได้กันก็อยู่ที่ราว ๆ 7,200 rpm กำลังดี

ตัวต่อไปเป็น Buffer Size โดยทั่ว ๆ ไป HDD เอง กว่าจะอ่านเขียนได้ มันจะต้องเลื่อนจานไปหาตำแหน่งที่ต้องการ มันใช้เวลาอยู่พอสมควรเลย เพื่อการอ่านเขียนที่ไม่สะดุด เขาเลยใส่ Memory ขนาดเล็ก ๆ เข้ามา เพื่อทำหน้าที่เป็น Cache ก่อนที่จะเขียนลงไปใน HDD อันนี้แล้วแต่ Brand และ ขนาดความจุด้วย โดยทั่ว ๆ ไป HDD 4TB จะกดอยู่ราว ๆ 256 MB จนพวก 10TB หรือมากกว่านั้น ชอบมากับขนาดสัก 512 MB เพื่อให้การอ่านเขียนไม่ขาดตอนนั่นเอง

และสุดท้ายที่อยากให้ดูคือ Maximum sustained data transfer speed หรือความเร็วที่มันทำได้สูงสุด ย้ำว่าสูงสุดนะ หลัก ๆ แล้ว ใน HDD ที่รอบหมุน 7200 rpm จะกดอยู่ราว ๆ 200 MB/s หรือมากกว่านั้น เรื่องนี้อย่างที่บอก Server และ NAS ไม่ได้แคร์อะไรมากมาย เร็วได้ก็ดี แต่ไม่ได้คาดหวังสูงมาก ๆ เหมือน HDD บ้าน ซึ่งมันขึ้นกับจำนวน Track และอื่น ๆ อีกมากมาย เลยทำให้เมื่อ HDD ความจุไม่เท่ากัน ความเร็วเลยต่างกันนั่นเอง

และเรื่องที่สำคัญสุด ๆ สำหรับ Server และ NAS คือ Reliability หรือความเสถียร พวกนี้เราจะคุยกันอยู่ 2 แกนใหญ่ ๆ คือ Bandwith หรือขนาดของข้อมูลที่อ่านเขียนต่อปี และ ระยะเวลาในการใช้งาน เพราะโหลดของ HDD มันขึ้นกับเรื่องพวกนี้ซะเยอะ

ค่าแรกที่อยากให้ดูคือ MTBF (Mean Time Between Failure) แปลง่าย ๆ คือ โดยเฉลี่ยแล้ว HDD ตัวนี้มันถูก Rated มาให้เปิดใช้งานได้กี่ชั่วโมง สำหรับ HDD บ้าน เราเปิดเครื่องใช้งานแล้วก็ปิด แต่ Server และ NAS มันต้องเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา ทำให้ HDD เกรดสูง ๆ หน่อย มันเลยมีค่า MTBF ที่สูงมาก ๆ โดยทั่ว ๆ ไป ระดับ Enterprise เราคุยกันที่ 2-2.5M Hour ก็เกือบ ๆ 290 ปีได้ ฮ่า ๆ แต่ถ้าเราไปดู HDD Desktop บ้านเราคุยกันต่ำกว่านั้นมากหรือบางเจ้าไม่ Rate ด้วย ใช้เป็นพวกค่า Load/Unload Cycle หรือจำนวนครั้งที่ HDD มันเริ่มทำงาน ซึ่ง Synology HAT5300 เองก็ถือว่ามี Rated MTBF สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของ HDD ระดับ Enterprise เลย

อีกค่าที่เราบอกไปคือ Workload rating หรือ Bandwidth ที่เราอ่านและเขียนลงไปใน HDD อย่างในของ Synology HAT5300 เขา Rated มาที่ 550 TB/yr. ถ้าเอาสเกล Server เรามองว่า มันไม่ได้เยอะเท่าไหร่นะ แต่อย่าลืมว่า การทำงานระดับ Server และ NAS เราใช้ HDD หลายตัวต่อเข้าด้วยกัน ดังนั้น Workload rating เราต้องเอา HDD ทั้งหมดมาคูณด้วยนะ

และสุดท้าย การรับประกัน เท่าที่ลองไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ที่อยู่ในเกรดใกล้ ๆ กัน เขาก็จะรับประกันที่ 5 ปีกันหมดเลย ทำให้เรื่องนี้เราก็เฉย ๆ ละกัน แต่มีไว้ก็อุ่นใจกว่าแน่นอน

Firmware

ปกติแล้ว HDD รุ่นสำหรับ Enterprise และ NAS เขาจะมี Feature ค่อนข้างเยอะมาก บางตัว มี Vibration Sensor ที่จะอ่านค่าพวกการสั่นสะเทือนของ HDD แล้วทำอะไรบางอย่างทำให้มันมีอายุในการใช้งานที่ยาวขึ้นได้ พอมี Feature เยอะแบบนี้ทำให้มันจะต้องมีการ Update Firmware ได้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น

สำหรับเครื่อง Desktop ทั่ว ๆ ไปเราทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรมของผู้ผลิตเข้าไป แล้วก็ทำการจัดการได้ง่าย ๆ เลย แต่ในระดับ Server หรือ NAS เอง เรากำลังคุยถึง HDD จำนวนเยอะมาก ๆ หลายสิบ ถึงพันเลย การติดตั้งโปรแกรมและทำการ Upgrade Firmware ด้วยตัวเองเรียกได้ว่า ปวดหัว แน่นอน

แต่ไม่ปวดหัวสำหรับ Synology HAT5300 แน่นอน เพราะถ้าเราใช้งานใน Synology NAS พวก Firmware Update มันมาพร้อมกับ DSM เลย และ แน่นอนว่าทำงานเป็น Background อัตโนมัติทั้งหมด ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะได้ใช้งาน Firmware Version ล่าสุดอยู่เสมอ โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย ลดงานให้ IT ได้แบบ มหาศาล แบบ มหาศาลจริง ๆ นะ ไม่ได้ล้อเล่น ลองมา Update Firmware กับ HDD สักพันลูกดูแล้วจะรู้สึก ฮา ๆๆ

นอกจากนั้นทาง Synology บอกว่า เพราะ Firmware ที่เข้ากับ DSM ของ Synology เองทำให้ประสิทธิภาพในการอ่าน แบบ Sequential ดีกว่าคู่แข่งถึง 36% เลยเช่นการใช้ File Server และ ระบบ NVR ของกล้องวงจรปิดขนาดใหญ่ ๆ นี่แหละคือข้อดีของการใช้งานระบบใน Ecosystem เดียวกัน

สรุป

Synology HAT5300 เราว่าเป็นตัวเลือกของ Enterprise HDD สำหรับใช้งานใน Synology NAS ได้เป็นอย่างดีเลย ทั้งในเรื่องของสเปก ที่เรามองว่า ไม่แพ้กับ Brand ดัง ๆ ที่มี Market Share สูง ๆ อย่าง Seagate และ Western Digital เลย แต่เพราะเรื่อง Ecosystem ที่ทำให้ HAT5300 ได้เปรียบมาก ๆ เมื่อเราเอามาใช้งานกับ Synology NAS โดยเฉพาะ Performance Optimisation ต่าง ๆ และการ Update Firmware ที่ทำได้แบบอัตโนมัติลดเวลาในการจัดการ และ แก้ปัญหาได้เพียบเลย โอเคแหละ ราคาแอบแพงกว่าเจ้าอื่นหน่อย แต่ถ้านับเรื่องการลดความยุ่งยากในระยะยาวได้ เราว่าคุ้มค่ากว่าเยอะ เขามีหลายความจุให้เลือกตั้งแต่ 4,8,12,16 และ 18 TB