รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

By - 05 กุมภาพันธ์ 2024

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

จากรีวิว Tesla Model 3 Long Range ที่เราได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ เรา Complain ถึงเรื่องช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็ง และ อันตรายเมื่อเทียบกับ Performance ของรถ โดยเฉพาะในย่านความเร็วสูง ที่ต้องบอกเลยว่าน่ากลัวจัด ๆ ทำให้เริ่มมองหาช่วงล่างมาแก้ไขปัญหา จนไปเจอกับช่วงล่างจาก OnAir วันนี้เราจะมารีวิวกันว่า หลังจากเปลี่ยนช่วงล่างนี้มาแล้ว มันเป็นอย่างไร พร้อมบอกเล่าปัญหาความผิดพลาดที่เกิดจากร้าน และ เขาแก้ปัญหาอย่างไรกับเรื่องนี้ น่าจะเป็นตัวอย่างสะท้อนการทำ Crisis Management สำหรับผู้ประกอบการได้ดี

ช่วงล่างถุงลม OnAir

ต้องบอกก่อนว่า ปกติเราไม่เคยเจอรถที่เอามาดัดแปลงจากการใช้ช่วงล่างโช้คสปริงมาเป็นถุงลมมากนัก เพราะมันอาศัยการตัดต่อ การแก้ไขตัวรถมากกว่า การแค่เปลี่ยนโช้คสปริงเฉย ๆ เป็นจำนวนมาก เช่นการหาที่วาง Tank ลม การเดินสายไฟต่าง ๆ แต่ ช่วงล่าง OnAir เขาคิดมาสำหรับ Tesla โดยเฉพาะ มีหลายรุ่นที่ Support ซึ่งรถที่เราจะรีวิวในวันนี้จะเป็น Tesla Model 3 โดยที่ช่วงล่าง OnAir เขาจะออกแบบมาให้ใช้งานได้กับ Model 3 ตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป เรียกว่าฝั่งไทยเราใหม่กว่านั้นแน่นอน เพราะพึ่งเข้ามาหลังจากนั้นทั้งหมด

นั่นทำให้ ข้อดีของการใช้ช่วงล่างถุงลม OnAir คือ การติดตั้งเป็นในลักษณะ Plug-and-Play ทั้งหมด หมายความว่าผู้ติดตั้งไม่จำเป็นต้อง ตัดต่อสาย เข้าถึง MCU ของรถ หรือเจาะตัวรถของเราเลย ของทุกชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ Fitting กับตัวรถเฉพาะทั้งหมด

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

โดยส่วนที่งอกออกมามีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน อย่างแรกคือสายจั้มกับ Battery ด้านหน้ารถที่เขาก็ไม่ได้ตัดสายไฟของรถแต่อย่างใด เขาใช้สายจั้มเอา ทำให้เราสามารถถอดของช่วงล่างแล้วทำกลับไปเป็นปกติได้แน่นอน ไม่มีปัญหา แต่อันที่ใหญ่มาก ๆ อยู่ด้านหลังรถคือ Tank ลม และเครื่องปั้มลม เราจะเห็นจากขอบเทียบกับตัว Tank ขนาดของมันพอดีมาก ๆ เรียกว่า Fitting ได้ดีสุด ๆ และเอาเข้าจริง Tank มันไม่เกะกะ การเก็บของเลย เพราะมันอยู่ใต้ฝาอีกที ดังนั้น แทนที่เราจะสามารถเก็บของไว้ใต้ฝาท้ายได้ พื้นที่เก็บของนี้จะหายไป ซึ่งถ้าใครไม่ได้เก็บของเยอะจริง ๆ เราว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

ส่วนปุ่มที่อยู่บนเครื่องปั้มลม จะเป็นปุ่มสำหรับการปรับระดับตัวรถ ตั้งแต่ต่ำ กลาง (OnAir) และ สูงนั่นเอง ซึ่งปกติ เราจะไม่ได้กดตรงนี้นะ นอกจากนั้น การยึด Tank ลม กับตัวรถ ผู้ติดตั้ง ไม่ได้เจาะตัวรถแต่อย่างใด เขาใช้ตีนตุ๊กแกในการแปะ คือเราสามารถยกมันขึ้นมาได้เลยหากต้องการ นอกจากนั้นก็จะเป็นสายไฟและท่อลมที่เดินไปที่แบต 12V และลมไปที่โช้คแค่นั้นเลย เรื่องที่ผิดคาดไปนิดหน่อยคือ เมื่อเครื่องปั้มลมมันอยู่ท้ายรถ เราเข้าใจว่ามันน่าจะต้องมีเสียงปั้มลมบ้าง ขนาดอยู่เฉย ๆ ปิดประตูหมด ไม่เปิดเพลงใด ๆ มันมีเสียงบางมากกกกกกก กอ ไก่ สิบล้านตัว และเฉพาะเมื่อเราใช้ High เท่านั้นด้วยนะ ถ้าเราใช้ Low หรือ On Air ไม่ได้ยินเสียงตอนปรับเลย

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

ในการปรับจริง ๆ เราจะใช้ชุดควบคุมที่อยู่บริเวณที่เก็บของ Console กลาง ดูจากภาพมันเนียนไปกับ Console เลย เหมือนมันมาจากโรงงานเดียวกัน นี่แหละคือ ข้อดีของการที่ของมันผลิตมาเพื่อรถรุ่นนั่น ๆ โดยเฉพาะ เหมือนกันยันความเงา ความลายของวัสดุเลย เอาว่าเนียนมาก ๆ โดยในชุดควบคุมจะมีทั้งหมด 3 ปุ่มเช่นเดียวกับที่ปั้มลม แต่เราจะต้องกดค้างไว้สักแปบนึง มันถึงจะปรับความสูงให้ เนื่องจากกลัวคนขับ หรือคนนั่งข้างคนขับมือไปโดนเนอะ นอกจากนั้นยังมีช่องเสียบ USB-C สำหรับการชาร์จด้วย

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

ส่วนความสูงของรถ เรามีภาพมาให้ดู อาจจะไม่ได้ถ่ายในมุมเดียวกันเป๊ะ ๆ แต่ให้สังเกตที่ระยะระหว่างยางถึงบังโคลน เราจะเห็นว่า ระหว่างต่ำสุดถึงสูงสุดมันค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยทีเดียว เรียกว่า แบบ Low นี่เราเสียว ๆ ครูดมาก ๆ เลยนะ ซึ่งแน่นอนว่า เจอทางขึ้นไปจอดในบ้านเราก็มีเสียงครืดนิดหน่อยแล้ว ต้องปรับ OnAir คือต่ำสุดที่จะขึ้นบ้านเราแบบปลอดภัยแล้ว

ฟิลลิ่งการขับขี่

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

ต้องบอกก่อนว่า โดยตัวของมันสามารถปรับความแข็งอ่อนได้ ซึ่งคันนี้เป็นของน้องเรา ที่มันขับรถค่อนข้างเร็ว จึงต้องปรับช่วงล่างไปในทางแข็งหน่อยเพื่อให้เกาะถนนบนความเร็วสูง ดังนั้น หากใครที่เอาไปติดตั้ง สามารถคุยกับผู้ติดตั้งได้นะว่า อยากจะให้มันไปในทางไหน ตัวมันสามารถปรับระดับความแข็งอ่อนได้กว้างมาก ๆ ถึง 32 ระดับ ทำให้ถ้าเราบอกว่า อันนี้มันแข็งอย่าพึ่งลงความเห็นว่ามันโอ้ววว แข็งมาก มันจูนได้

เรื่องแรกที่เราสัมผัสได้แบบชัด ๆ เมื่อเทียบกับช่วงล่างจากโรงงานของ Tesla Model 3 Long Range คือ ช่วงล่างอันใหม่นี้เอารายละเอียดของถนนเข้ามาน้อยกว่าของโรงงานมาก ๆ จนเห็นได้ชัด โดยเฉพาะถนนประเทศเราที่มันทำแบบลวก ๆ เน้นกินเงินซ่อมบ่อย ๆ มันจะมีคลื่น ๆ และชอบมีหลุมหรือความไม่เรียบเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งช่วงล่างนี้มันเอาไปหมดจริง ๆ ถ้าเอาไปวิ่งบนทางด่วน พวกความไม่สมบูรณ์ของถนนมันเก็บได้หมด แต่ถ้าไปเจอคลื่นลูกใหญ่ ๆ ตรงนี้แหละ พอมันปรับแข็งมา เจอเข้าไป แทบอ้วก ดังนั้น การปรับแบบที่น้องเราเลือกมา มันไม่เหมาะกับการไปลุย หรือเจอพื้นที่มันแย่ ๆ สักเท่าไหร่

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

อีกจุดที่เราขับไปแล้ว เกือบช๊อคว่า ทำรถน้องตัวเองพังมั้ยวะ คือ เวลาเจอลูกระนาด ปกติเราจะไม่ค่อยรูดผ่าน เราจะใช้ความเร็วต่ำมาก ๆ กลัวช่วงล่างพังอยู่ละ ซึ่งวันนั้นเราขับมาสัก 10 km/h ขึ้นลูกระนาดในภาพเข้าไป ด้านหน้าไม่เป็นไร ด้านหลังมีเสียง ตึ้งงงงงงงงงง แบบ ชุดใหญ่ เชี้ยยยยยยยยย ชิบหาย ลงไปดู อ้าว.... ไม่มีอะไรนิหว่า เลยไปหน่อยโดนอีกลูก ตึ้งงงงง แรงกว่าเดิม รอบนี้มีเสียงเหมือน Tank ลมมันกระโดดด้วย ตรงนี้แหละคือข้อเสียของการยึด Tank ลมด้วยตีนตุ๊กแก บางทีถ้าเจอกระเทือนหนักมาก ๆ โดยเฉพาะคันที่จูนแข็ง Tank ลมมันอาจกระโดดพร้อมรถด้วยก็เป็นได้ ถ้าชินเสียงแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ตอนนั้นเรา ไม่ และ ไม่น่าจะชินแน่ น่ากลัวชิบหาย !!!!!

ตอนแรกเราคิดว่า การปรับระดับเท่านี้มันไม่น่าเห็นผลการขับขี่มากขนาดนั้นหรอกมั้ง พอมาขับจริง อ้าวเห้ย ต่างแบบ ต่างชิบหาย ต่างจนรู้สึกได้ชัดเจนมาก ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรา Sensitive กับอะไรแบบนี้มั้ย แต่เรารู้สึกได้ชัดเจนมาก ๆ

เริ่มจากปรับต่ำสุด เวลาเรากระแทกคันเร่งเข้าไป รู้สึกว่า รถมันพุ่งจริง ๆ ปกติมันพุ่งอยู่แล้ว แต่อันนี้มันพุ่งหนักเข้าไปอีก และเวลาเราทำความเร็วสูง ๆ อะ สูงเนอะ ไม่ต้องพูดเนอะว่าเท่าไหร่ รู้ ๆ กัน เรารู้สึกว่า รถมันเกาะถนนมาก ๆ ถึงแม้ว่าเราจะรูดผ่านคอสะพานด้วยความเร็วสูง ถึงมันจะตึงตังมาก ๆ แต่รู้สึกเลยว่ารถมันไม่ลอย ขนาดบนความเร็วที่สูงมาก ๆ แล้วนะ เวลาเราเหวี่ยงพวงมาลัย ณ ตอนนั้น ก็รู้สึกว่า Handling มันคมมากกว่าตอนที่ใช้ช่วงล่างโรงงานแบบเห็นได้ชัด คุมรถในย่านความเร็วสูง ๆ ได้ง่ายขึ้นมาก ๆ สูงที่เราว่าคือ สูงจริง ๆ

ปรับแบบ OnAir เราเริ่มเข้าใจละว่า ทำไมเขาแนะนำให้ใช้โหมดนี้เป็นหลัก มันเป็นตรงกลาง ๆ ขับเร็วก็ได้ ขับเรื่อย ๆ ก็ได้ รายละเอียดถนนเข้ามาน้อยลง นั่งโดยสารสบายยิ่งขึ้น ไม่โยกเยก โอเคแต่ถ้าเริ่มไปความเร็วสูงมาก ๆ อันนี้เราว่ามันเริ่มเสียสมดุลละ ไปเช่น Low ดีกว่า ถือว่าเป็นโหมดที่ขับในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไปแล้วสนุก ดี ไม่ต้องกลัวขรูดด้วย กำลังดี

สุดท้ายปรับ High อันนี้เราคิดว่าควรจะต้องไปใช้งานในลักษณะของการเน้นขับในเมือง ขับกินลมไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เหมาะกับการยัดความเร็วสูง ๆ เป็นเพราะเมื่อปรับสูง Centre of Gravity มันสูงขึ้น ทำให้ความโยกเยกมันสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่แลกมากับความนุ่ม ที่รู้สึกว่า เวลาเจอคอสะพานที่มันพังชิบหายแล้ว มันแทบไม่กระเทือนเข้ามาในรถเลย แต่พอผ่านไป รถมันจะโยกเยกนิด ๆ แล้วคืนกลับมานิ่งได้เหมือนเดิม ความน่ากลัวคือ ถ้าเราเริ่มทำความเร็วสูงมาก ๆ ความโยกเยกมันน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ เลยบอกว่า ไม่เหมาะกับการเปิดแล้วซิ่งเท่าไหร่ ไปเล่น Low ดีกว่า แต่เรื่องที่เออ ไม่คาดคิด และ นี่แหละมันเหมาะกับการขับรถในเมืองคือ เมื่อมันสูงขึ้น ทำให้เวลาเราจะแทรกตัวในเมือง มันทำได้ง่ายขึ้น เพราะเราเห็นพื้นที่เยอะขึ้น เหตุเดียวกับที่พวกคุ๊กกี้ชอบแทรก แล้วเรากลัวชิบหายนั่นแหละ

โดยรวมเรารู้สึกว่า พื้นฐานมันทำมาดีมาก ๆ แก้จุดอ่อนของตัวรถที่ Performance สูงแต่ช่วงล่างพาลงโลงได้ การลดรายละเอียดของถนนที่เข้ามาทำได้ดี อาจจะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่น่าจะเป็นเพราะน้องเราให้จูนไปทางแข็งมันเลยนุ่มไม่เท่ากับที่เราคิด อันนี้เข้าใจได้ กับส่วนที่ชอบคือ ความปรับได้ เราสามารถเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ได้ในปุ่มแค่ปุ่มเดียว วันไหนอยากไปเรื่อย ๆ นุ่ม ๆ ก็ไป วันไหนอยากรับบทพี่ดอมก็ไปได้

สรุป

เป็นช่วงช่างที่เราคิดว่า ถ้าใครเงินถึง น่าลงทุนติดตัวนึง จากการจูนของน้องเราที่อาจจะไม่ถูกใจเราที่เป็นสายคนแก่เน้นนุ่ม ๆ สบายเท่าไหร่ แต่มันทำให้เราสามารถปรับ Mood & Tone ให้เหมาะกับการขับขี่ได้ และยังสามารถปรับในรายละเอียดตามการใช้งานในช่วงเวลานั้น ๆ ได้อีกจากการที่มันเป็นถุงลม โดยทั้งหมดที่เราว่ามา มันไม่ต้องมีการตัดต่อ เจาะตัวรถของเราแต่อย่างใด แปลว่า วันนึงถ้าเรา ขายรถต่อ หรืออยากจะกลับไปใช้ช่วงล่างสปริง หรือช่วงล่างเดิมจากโรงงานก็ยังทำได้ เลยทำให้ OnAir เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ ความนุ่มสบาย และ ความซิ่ง ๆ ตามใจเราได้

ติดตั้งวันนี้แถมฟรี Warning และการแก้ไขของ Autobahn Thailand

เราลืมบอกว่า น้องเราติดตั้งช่วงล่าง OnAir นี้กับร้าน Autobahn Thailand เพราะเป็นร้านแรก ๆ ที่นำช่วงล่างตัวนี้เข้ามา เรากับน้องเห็นตรงกันว่า ไปติตตั้งกับร้านที่มีประสบการณ์ทำมาหลายคันขนาดนี้น่าจะโอเค ไม่มีปัญหาอะไร ง่าย ๆ คือ เราคาดหวังว่า They know what they're doing. แบบนั้น

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง

แน่นอนว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ น้องเราใช้งานไปไม่กี่วัน มันขึ้น Warning หลายอย่างเต็มไปหมด สุดท้ายโทรไป Tesla Call Centre เขาเริ่มต้นจากให้เราลอง Restart ระบบของรถสุดท้ายยังไง Warning ก็ขึ้นเหมือนเดิม

เลยนัดเวลาเข้า Service ที่ Tesla Service Centre เรานัดวันที่ 28 Jan 2024 1:30pm แต่บังเอิญว่ารถไม่ติด เราไปถึง 12:40pm นิด ๆ ซึ่งเป็นเวลาที่พี่ จนท เขาพักกลางวัน ปรากฏสัก 12:50pm มีพี่จนทคนนึงมานั่งที่ Counter Service พอดีเลยมอง ๆ เขาเลยถามว่ามาทำอะไร บอกว่านัดเวลามา Service เขาเลย อ่อ โอเค รับเรื่องไว้ให้ กับสอบถามอาการ และเราบอกเพิ่มอีกว่าใบปัดน้ำฝนมันน่าจะเสื่อมให้เปลี่ยนไปด้วยเลย ซึ่งเขาก็บอกว่ามันมีค่าใช้จ่ายเราก็โอเค ไม่มีปัญหา และเขาบอกว่ามันมีอะไหล่คือแผ่นผ้าสีดำบริเวณลำโพงหน้าที่มี Recall เดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนให้ฟรี แต่ยังบอกไม่ได้ว่ารถจะได้วันนี้หรือไม่ ต้องรอช่างเช็คอาการก่อน แต่ถ้าไม่เสร็จวันนี้ยังไงมีรถสำรองแน่นอนไม่ต้องห่วงค่ะ คือแบบพี่เขาบริการดีน่ารักมาก แบบขอบคุณพี่เขาจริง ๆ สรุปก็คือ เราทิ้งรถไว้ก่อนแล้วไปกินข้าวที่ Paseo อันนี้ดีที่ศูนย์อยู่ติดกันเลย เดินไปกินข้าวชิว ๆ

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง
รูปนี้ถ่ายโดยพี่ช่างที่ Tesla Service Centre เราจะเห็นว่า ตัวล๊อคของสายหัก เลยห้อยในลักษณะแบบนั้น และมองไล่สายลงมา เราจะเห็นว่าสายมีการฉีกขาด

ไปนั่งกินข้าวจนเสร็จ เวลา 1:49pm พี่จนท ที่รับเรื่องไว้ก็โทรมาอัพเดทอาการที่ช่างเจอ โดยบอกว่า ช่างได้ทำการ Remote Diagnostics ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และอาการที่ตรวจพบ เป็นไปตามที่คาดไว้คือ สาย Sensor สำหรับวัดความเร็วล้อหน้าฝั่งข้างคนขับโดนเสียดสีกับล้อจนขาด เนื่องจากข้อที่ล๊อคสายกับตัวรถมันหัก และพบ Cable Tie ที่ขาดอยู่ในบริเวณนั้นด้วยเช่นกัน ทำให้การซ่อมนี้ไม่อยู่ในการรับประกัน ซึ่งช่างที่ Tesla สันนิฐานว่า น่าจะเกิดจากการตอนติดตั้งช่วงล่าง OnAir ช่างทำที่ล๊อคหักเลยใช้ Cable Tie รัดไว้ แต่สุดท้ายพอล้อเลี้ยวไปมา มันไม่อยู่แล้วขาด สายเลยห้อยไปมา ซึ่งมันไปเสียดสีกับล้อไปเรื่อย ๆ จนเมื่อวันศุกร์มันเลยขาด

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง
สภาพจุดที่เกิดการฉีกขาด

พอระบบอ่านความเร็วล้อหน้าซ้ายไม่ได้ ทำให้รถไม่มีข้อมูลตรงนี้ รถเลยตัดความสามารถ ABS, Traction Control, Regenerative Breaking, Cruise Control, Lane Departure Warning และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยห้ามล้อ เหลือเพียงระบบห้ามล้อสุดท้ายคือ เบรก เท่านั้น ซึ่งแอบอันตรายที่จะขับพอสมควรเลย เพราะถ้าตอนที่เราขับเจอสถานการณ์เบรกฉุกเฉินขึ้นมา การไม่มี ABS และคนขับควบคุมรถไม่ได้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงกว่าเดิมได้ ทำให้เป็นเรื่องที่แอบน่ากลัวมาก ๆ

รีวิวช่วงล่าง OnAir สำหรับ Tesla Model 3 และเรื่องสุดปวดหัวจากร้านที่ติดตั้ง
ข้อล๊อคสายที่หัก

สุดท้ายพี่ จนท บอกว่าแต่ไม่ต้องห่วง เพราะอะไหล่ที่มีปัญหาใน Stock และคาดว่ารถจะซ่อมเสร็จราว ๆ 4:30p ตอนนี้ให้เราไปนั่งรอก่อน จนเวลา 2:57pm พี่จนท โทรมาบอกว่า รถซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ่ายเงินทั้งหมด 6,690.66 บาทรวม VAT แล้ว โดยมีค่าใช้จ่ายของสายเจ้าปัญหานี้รวมค่าแรงอยู่ที่ 4,307.18 บาท (ไม่รวม VAT) รถซ่อมออกจากศูนย์มา ทุกระบบทำงานได้ตามปกติ ไม่มี Error ใด ๆ เกิดขึ้นอีก

หลังจากนั้นน้องเราได้ติดต่อไปที่ Autobahn Thailand เล่าอาการที่พบและสิ่งที่ช่างจาก Tesla ได้แจ้งไว้ให้ พร้อมกับรูป ณ ตอนที่สายยังติด และ อะไหล่สายหลังจากที่ถอดออกมาแล้ว แต่น้องเราไม่สามารถเล่าละเอียดได้เพราะรับสารจากเรามาอีกที ทำให้น้องเราเลยบอกเบอร์ให้โทรมาหาเราแทน

ไม่กี่นาทีพี่จากร้าน Autobahn Thailand ก็โทรเขามาขอโทษ เรา น้อง และแม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสอบถามอาการว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งพี่เขาก็โอเค และเราได้แจ้งแล้วว่า เราเป็น Content Creator นะ และเรามีการเขียนรีวิวช่วงล่าง OnAir ไป และมีการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตรงนี้ พร้อมกับบอกว่า เราจะเขียนทั้งหมดรวมถึงปัญหาที่เจอจากเรื่องนี้ และ การ Response จากทาง Autobahn Thailand ด้วย เพราะมองว่าเหตุการณ์ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ผม (ชั้นเอง) โฟกัสจริง ๆ คือการ Response จากร้านมากกว่า รวมไปถึงบทสนทนาที่เรากำลังคุยกันผ่านโทรศัพท์ ณ ตอนนี้ด้วย หากมีการอัพเดท เราจะเล่าจนจบเรื่อง และพี่เขาได้บอกว่า เดี๋ยวจะเอาข้อมูลที่เราแจ้งทั้งหมด ปัญหาที่เจอไปคุยกับนายว่าจะทำอย่างไรดี และจะมาอัพเดทเราอีกครั้ง

29 Jan 2024 เวลา 10:58 am ทางเจ้าของร้านโทรมาและได้ขอโทษกับเรื่องที่เกิดอีกครั้ง พอดีเมื่อวานพี่เขาไม่ได้เข้าร้าน ทาง Sale ที่โทรมาเมื่อวานแจ้งเรื่องให้กับพี่เขาแล้ว ตอนแรกจะมีประชุมตอนบ่ายเพื่อหาสาเหตุแต่พอดีเห็นโพสต์นี้ซะก่อนเลยโทรมาก่อน ตอนนี้หลัก ๆ คือพี่เขา Offer ค่าใช้จ่ายที่ซ่อมเมื่อวานให้ รอน้องตื่นแล้วส่งเลขบัญชีไปให้เขาทำการเบิกให้ และถ้าน้องเราอยากแต่งอะไรเพิ่มเดี๋ยวคุยเรื่องส่วนลดให้ แต่เรายังไม่บอกอะไรเพราะเราไม่รู้ว่าน้องเราจะทำอะไรอีกมั้ย

29 Jan 2024 เวลา 4:33 pm ทางร้านได้โอนเงินจำนวน 4,608 บาท มาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมรถตามบิลที่ได้รับจาก Tesla รวม VAT เรียบร้อย โอเคเรื่องจบละ

What's the takeaways from this problem?

เราต้องบอกเลยว่า เรา และน้องเรา ไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ๆ ซึ่งส่วนนึง เราเข้าใจว่า ถึงจะทำมาเยอะขนาดไหน อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อมันเกิดขึ้นร้านจะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร ถึงเราจะได้ค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ถามว่า เรากล้าไปใช้บริการและแนะนำอีกมั้ย ก็ต้องตอบว่า เราไม่กล้า แต่ถ้าถามว่า เราจะทำยังให้เราไว้ใจอีกครั้ง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน คือใจมันไปแล้ว ถ้าเราเอากลับไปทำเพิ่ม แล้วเราต้องเสียเวลา เสียความรู้สึกไปซ่อมรถอีกมั้ย มันเลยไม่รู้ว่าจะให้ทำยังไงเหมือนกัน เราเลยตอบกับเจ้าของร้านแค่ว่า เราโอเคแล้ว

ที่เราเอา Timeline ของปัญหานี้มาเล่า ไม่ได้ต้องการจะโจมตีร้านแต่อย่างใด แต่เราอยากทำให้เห็นว่า เมื่อมันเกิดปัญหาขึ้น วิธีการแก้ปัญหาของร้านเขาทำอย่างใด เขามีสปิริตที่จะออกมายอมรับว่ามันเกิดปัญหามากแค่ไหน และมีการชดเชยอย่างใด ไม่ใช่เราร้องไป ก็ว่าเราโบ้ยร้าน แล้วตอบให้มันจบ ๆ ไป

เริ่มจากเรื่องดี ๆ ก่อน ลูบหลังก่อน เราคิดว่า จากเหตุการณ์นี้ทางร้านมีการ Take Action ค่อนข้างรวดเร็ว มีการติดต่อมาขอโทษ และสอบถามข้อมูลอย่างละเอียด ในวันที่เจอว่ามันเกิดจากร้านในวันเดียวกันเลย และมีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ถือว่าเป็นการทำ Crisis Management ได้ดี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ามันไม่ลงเหวไปมากกว่านี้ และทางเจ้าของร้านได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและเร่งด่วนของปัญหา ด้วยการติดต่อมาหาเราเป็นการส่วนตัวเอง นั่นก็เป็นกลยุทธ์ในการจัดการปัญหาที่ดีอีกเช่นกัน ค่อนข้างชื่นชมเรื่องนี้มาก ๆ เนื่องจากธุรกิจในไทยส่วนใหญ่ ขาดการทำ Crisis Management อย่างจริงจัง ทำให้ลูกค้าไม่พอใจแล้วหายไปเพียบ โดยเฉพาะในยุคที่ Social Media มันรวดเร็ว และ รุนแรง การลงมืออย่างรวดเร็ว และ ฉลาดเป็นสิ่งที่จำเป็น

จุดใหญ่ ๆ ที่เราไม่โอเคมาก ๆ คือ การหมกเม็ด เราเดาว่า ช่างที่ติดตั้ง เห็นตั้งแต่ตอนติดตั้งแล้วละว่า ข้อล๊อคสายตรงนี้มันหัก จึงเอา Cable Tie มาพันไว้ หากใน Protocol ต้องพัน Cable Tie ทำไมไม่พันทุกจุด มาพันแค่จุดนี้ทำไม เมื่อช่างเห็นแล้วกลับเลือกที่จะแก้ปัญหาแบบ DIY และ ไม่แจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับ น้องเราที่เป็นเจ้าของรถและคนที่เอาไปติดตั้ง เราเดาว่า ผู้ที่เป็นคนติดตั้ง อาจจะไม่ได้มาแจ้งกับ Sale หรือคนที่คุมงานนี้ พอเขาไม่ได้แจ้งก็ไม่รู้

ความแย่คือ ผลของการ DIY นี้มัน Progress จาก คลิปล๊อคอันเดียว สู่ Warning ตัดระบบห้ามล้อ (ยกเว้นเบรก) ทั้งหมด จากราคาไม่กี่ร้อยสู่หลักพัน ซึ่งเอาจริง ๆ นะ มันอันตรายมาก ๆ เพราะขาที่เราขับจากบ้านน้องมาบ้านเรา มีจังหวะที่ต้องกระแทกเบรกกะทันหัน แล้วเรารู้สึกได้เลยว่า มันมีอาการท้ายปัด เหมือนรถจะหมุน ถ้าตอนนั้นเราไม่มีประสบการณ์น่าจะไปจิ้ม Barrier ข้าง ๆ แล้วละ และมันไม่ได้ออกจากปากของร้านอีก มันกลายมาออกจากปากของ Tesla เอง ซึ่งต้องขอบคุณ Tesla ประเทศไทย กับการบริการที่เราคิดว่า มันตรงไปตรงมามาก ๆ

ดังนั้นสิ่งที่อยากจะฝากถึงร้าน Aftermarket ทั้งหลายเลยว่า การหมกเม็ด ถึงจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ จากตัวอย่างนี้แค่คลิปล๊อคสายเส้นเดียว อาจส่งผลถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นได้ เมื่อทำอะไรพัง เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ควรจะแจ้งลูกค้าแต่แรก เข้าใจได้แหละว่า ถ้าแจ้งไปอาจจะต้องเสียค่าชดเชยความเสียหาย แต่มันไม่แย่กว่าเหรอ ถ้าลูกค้ามาเจอซะเอง เสียทั้งเงิน เสียชื่อเสียง ทำดีมาขนาดไหน แต่ถ้าล้มขึ้นมา มันไปเลยนะ.... อะยังดีที่ เมื่อมันเกิดขึ้นทางเจ้าของร้านลงมา Take Action เริ่มจากส่ง Sale มาเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้น และ ทางเจ้าของร้านมาพูดคุยต่ออีกที พร้อมกับมีการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และเราก็หวังว่า ทางร้านจะมีการทำ Retrospective ปรับปรุงเพื่อไม่ให้ปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับคนอื่นอีกในอนาคตเนอะ

Read Next...

รีวิว MOFT Snap Invisible Phone Tripod ขาตั้งกล้องพับได้แบบล้ำ ๆ

รีวิว MOFT Snap Invisible Phone Tripod ขาตั้งกล้องพับได้แบบล้ำ ๆ

หลังจากที่ Moft ออกของอุปกรณ์ Magsafe และแม่เหล็กมา จนกลายเป็นของยอดนิยมไปแล้ว แต่ตัวเก่า Stand มันตั้งได้แค่ 2 แบบเท่านั้นคือ แนวตั้ง และ แนวนอน มันไม่สะใจสำหรับบางคน ในรอบนี้ Moft มาใหม่แบบสับด้วย โคตร Stand ที่ตั้งได้ 3 โหมด ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายมาก ๆ...

External HDD เสียอย่าพึ่งทิ้ง มาเปลี่ยน HDD กันเถอะ

External HDD เสียอย่าพึ่งทิ้ง มาเปลี่ยน HDD กันเถอะ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า Desktop External HDD คู่ใจของเราอย่าง My Book มันมีอาการแปลก ๆ มาสักพัก ไฟล์บางไฟล์อ่านไม่ได้ และบางครั้งก็ช้า จนพบว่า อ๋อ น้องลาโลกแล้ว แต่เราจะบอกว่า คนที่เจออาการแบบนี้ อย่าพึ่งทิ้งนะ เพราะเราสามารถซื้อ HDD มาเปลี่ยนแล้วใช้งานต่อได้ วันนี้เราจะมาเล่าให้อ่านกัน...

รีวิว Dell Ultrasharp U3223QE หน้าจอเทพ สีตรง ครบจบใน USB-C เส้นเดียว

รีวิว Dell Ultrasharp U3223QE หน้าจอเทพ สีตรง ครบจบใน USB-C เส้นเดียว

ถ้าใครที่ติดตามเรามา น่าจะเคยเห็นโต๊ะทำงานเรามาก่อนว่า เราใช้จอขนาด 27 นิ้ว 2 จอ ซึ่งเราประสบปัญหาพื้นที่การทำงานมันไม่พอ เลยจัดจอมาใหม่เป็นตัวที่อยากได้นั่นคือ Dell Ultrasharp รุ่น U2332QE จอขนาด 32 นิ้ว ที่ต้องบอกเลยว่า มันเป็นจอเทพสำหรับการทำงานอย่างแท้จริง จะเทพยังไงอ่านได้ในรีวิวนี้เลย...

ทำไมเว็บ arnondora.in.th ถึงย้ายจาก Gatsby.js มาเป็น Ghost

ทำไมเว็บ arnondora.in.th ถึงย้ายจาก Gatsby.js มาเป็น Ghost

คำถามจากหัวเรื่องนี้ มีทั้งเพื่อนและหลาย ๆ คนถามเข้ามากันเยอะมากว่า เห็นเมื่อก่อนเราใช้ Gatsby.js ทำเป็น Static Site แล้วทำไมตอนนี้เราย้ายมาใช้ Ghost กับไหน ๆ เราใช้ CMS แล้ว ทำไมเราถึงไม่ใช้ CMS ยอดนิยมอย่าง Wordpress วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องนี้กัน...