macOS 26 Tahoe หน้าใหม่ ไตรมาสใหม่
By Arnon Puitrakul - 03 สิงหาคม 2025
หลังจาก WWDC 2025 ที่ผ่านมา Apple เปิดตัว macOS Tahoe ออกมา พร้อมกับหลากหลาย Feature และ Design ใหม่ อย่าง Liquid Glass วันนี้เราได้ใช้งานมาสักพักแล้ว เราจะมาเล่าให้อ่านกันว่า เราใช้แล้วรู้สึกอย่างไร
Liquid Glass Design ไม่ได้แย่ แต่ไม่ได้ดี

ขอเปิดด้วย Design Language ใหม่ของ Apple ที่เปิดตัว และถูกยัดใส่ในทุก ๆ Software ของ Apple นั่นคือ Liquid Glass กันก่อนละกัน โดยเราจะเห็น Design ใหม่นี้กับทุกจุดของ OS นี้เลยตั้งแต่ Lock Screen ที่ จากเดิมนาฬิกาจะเป็น Font ทึบ ๆ ก็กลายเป็นกึ่งโปร่งใส

เมื่อเข้ามาถึง Desktop สิ่งแรกที่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ Icon ของ App ต่าง ๆ ใน Dock ที่ถูกออกแบบมาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับ Design Language ใหม่อันนี้ แต่สำหรับ 3rd Party App ฝั่ง Apple เอง เขาก็เตรียมเครื่องมือให้นักพัฒนาสามารถจัดการกับ App Icon ได้ง่าย ๆ เช่นกัน อาจจะต้องรอนักพัฒนาค่อย ๆ เปลี่ยนตามกันไปเรื่อย ๆ

อีกการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ พวกหน้าต่าง และ Pop-up Windows ต่าง ๆ ถูกทำให้โค้งมากขึ้นทั้งหมด

Menu Bar ด้านบน ก็ยังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมนิดหน่อย เรื่องแรกคือ การที่มันไม่มีขอบแล้ว ทำให้ Apple สามารถขยาย Font ให้ใหญ่มากขึ้น โดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด และเรื่องที่ 2 คือ เมื่อเรากดเมนูด้านบน เราจะเห็นว่าบางเมนู นอกจากจะมีชื่อเมนูแล้ว ยังสามารถใส่ Icon เข้าไปได้ด้วย ทำให้เรากวาดตามองหามันได้ง่ายขึ้น ณ ตอนนี้เมนูที่มี Icon ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูพื้นฐานของ OS ดังนั้นจะต้องรอนักพัฒนาจัดการใส่เข้ามากันอีกสักหน่อย
และที่ทำให้เราหงุดหงิดมาก ๆ คือ Animation ที่มันช้าเกินไปหน่อย จนทำให้รู้สึกว่า เครื่องอืด ทั้งจริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เราคิดว่าอาจจะต้องเป็นการบ้านของ Apple ที่จะปรับปรุงเรื่อง Animation Timing เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลมากกว่านี้
โดยรวม สำหรับ Design ใหม่นี้ เราคิดว่า มันไม่ได้เปลี่ยนวิธีการใช้งาน Mac ใหม่อะไรทั้งนั้น แรก ๆ มันอาจจะขัดหูขัดตา แปลก ๆ กันไปบ้าง แต่เราเชื่อว่า ใช้ ๆ ไปเราคงจะไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น แต่ถามว่า การเปลี่ยนแปลงอันนี้ดีมั้ย เราก็บอกเลยว่า ดีกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้ดี เราคิดว่า Apple ยังต้องใช้เวลาอีกเยอะมากกว่าจะ Fine-Tune Design นี้ให้เข้าที่เข้าทาง อาจจะอีก 2-3 ปี กว่ามันจะเข้าที่
Spotlight กับการค้นหา
มาถึง Feature ที่เราถูกใจตั้งแต่เปิดตัวคือ Spotlight โดยใน Version ก่อน ๆ ของ macOS มันทำหน้าที่เป็นเครื่องมือค้นหาไฟล์ และข้อมูลแบบเร็ว ๆ เท่านั้น ทำให้คนส่วนใหญ่ก็ดูจะไม่ค่อยใช้งานกันเยอะเท่าไหร่

มาใน macOS 26 Tahoe นี้ Apple เพิ่ม Feature และ Design ใหม่แบบจดจรดเลย เริ่มตั้งแต่ เมื่อเราเรียกขึ้นมา มันจะได้หน้าตาคล้าย Spotlight เดิม คือมีช่องสำหรับการค้นหา และพิมพ์สิ่งที่เราต้องการได้เหมือนเดิมทุกประการ แค่เปลี่ยนเป็น Design แบบ Liquid Glass เท่านั้น

แต่เมื่อเราขยับ Mouse Cursor จากแถบการค้นหายาว ๆ มันจะขึ้นเป็นปุ่มให้เราสามารถ Filter การค้นหาได้ เช่น เราสามารถค้นหาไฟล์ และ Application ต่าง ๆ ได้ ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะดวกมาก ๆ

หรือถ้าเราไม่อยากเลื่อน Mouse Cursor เราสามารถเรียก Spotlight ขึ้นมา แล้วกด Shortcut อย่าง Cmd + 1 คือ เลือกค้น Application, Cmd + 2 คือเลือกค้นไฟล์ ไปเรื่อย ๆ จนถึง Cmd + 4 สำหรับค้นหา Clipboard
และถ้าเรากดหา Action มันจะเชื่อมต่อกับ Action ที่เราได้สร้างไว้ เช่น เราสามารถให้มันเชื่อมต่อกับ Home Assistant และทำการเปิดไฟ Studio ได้ เพียงเราแค่พิมพ์ ไม่ต้องมานั่งเปิดเว็บเข้าไปกดเปิดแล้ว นอกจากนั้น เรายังสามารถกำหนด Quick Key ได้
เช่น Action Start Timer เราตั้งไว้ว่า st ครั้งต่อไป แทนที่เราจะต้องพิมพ์ Start Timer เพื่อค้นหา เราสามารถพิมพ์ st แล้วตามด้วนเวลาที่ต้องการให้เครื่องจับเวลาได้เลย
In-App Spotlight

จุดที่เราชอบ และใช้งานบ่อยบน macOS มาก ๆ คือ เมนูสำหรับการค้นหาเมนูอื่น ๆ เพราะหลาย ๆ ครั้ง เราจำไม่ได้ว่า เมนูที่เราต้องการมันอยู่อันไหน เราสามารถกด Help แล้วพิมพ์ชื่อเมนูที่เราต้องการ มันก็จะบอกให้เรารู้เลยว่า เมนูอันที่เราต้องการอยู่ตรงไหน

ใน macOS Tahoe เขามีการรวบระบบ Search เมนูใน App เข้ากับ Spotlight ให้เราเลย หมายความว่า เราสามารถเรียก Spotlight และค้นหาเมนูคำสั่งใน App ที่เราต้องการได้เลย
แต่จากการใช้งานมา พบว่าทำให้การค้นหานั้นยากเข้าไปใหญ่ มันกลายเป็นว่า ช่องการค้นหานั้น เครื่องจะต้องมีขอบเขตของการค้นหาที่กว้างมาก ๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Performance และ ผลการค้นหาที่เราไม่ต้องการได้ เช่น เรา Search ว่า New บน Arc กะว่า ควรจะเจอ New Tab หรือ New Window ดั๊นไปหา Contact ที่ชื่อ New มาซะงั้น
ยังไม่นับว่า หากเรากดค้นหาเมนูใน Spotlight แล้วไม่ได้ลบข้อความค้นหาทิ้ง แล้วไปที่ App อื่น และเรากด Spotlight อีกที สิ่งที่ค้นหาเมนูใน App ก่อนหน้ามันก็ยังขึ้นมาอยู่ดี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลก ๆ เหมือนกัน
Launchpad ที่กลายเป็นอดีต
หนึ่งใน Feature ที่โดน Spotlight ใหม่กลืนกินเปลี่ยนร่างเรียบร้อยแล้วนั่นคือ Launchpad ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ OS X Lion เมื่อปี 2011 หรือ 14 ปีก่อน ซึ่งมันเป็น Feature ที่เรา อิ หยัง วะ มาก ๆ เพราะมันเป็น Feature ที่เราคิดว่า Apple พยายามเชื่อมโยง Design ของ App Drawer ใน iOS สมัยนั้นออกมาใส่บน Mac ซึ่ง Design แบบนั้นมันรอดถ้าเราใช้ Touch Screen แต่พอมาอยู่บนเครื่องที่ใช้ Mouse และ Keyboard มันเป็นอีกเรื่องไปเลย ทำให้สุดท้าย คนใช้มันน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก ๆ

macOS Tahoe เขาเลยเปลี่ยนใหม่เลย ไหน ๆ เราทำ Spotlight ใหม่ งั้นเรารวมกันไปเลยมั้ยละ ผลที่ได้คือ เมื่อเราเรียก Launchpad ขึ้นมา มันก็จะมีหน้าตาเหมือน Spotlight ทุกประการ แค่ด้านล่างจะเป็น Application Drawer เท่านั้นเอง

และหากเราดูดี ๆ App ใน Drawer มันไม่ได้มีแค่ App ที่ติดตั้งอยู่บน Mac ของเราเท่านั้น แต่ยังมี App ที่ติดตั้งอยู่บน iPhone ของเราด้วย และเมื่อเราเปิด App นั้นขึ้นมา มันก็จะเรียก iPhone Mirroring ขึ้นมา ซึ่งเราเอง ไม่ชอบไอเดียนี้เท่าไหร่เลย เพราะเวลาเราจะหา App บน Mac มันก็จะต้องมานั่งหารวม ๆ กับ iPhone App อีก ก็คือ เสียเวลาหนักเข้าไปใหญ่
เพราะเราคิดว่า ถ้าเราเปิด App ในที่เดียวกัน เราควรจะได้ความเร็ว และประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้ ๆ กัน แต่ถ้า Apple สามารถทำให้มัน Launch App ได้เร็วมากกว่านี้ เราว่าอาจจะดีขึ้น
Decorating Folder

อีก Feature ที่เราชอบมาก ๆ แต่ไม่น่าได้ใช้คือ เราสามารถตกแต่ง Folder ได้ด้วย จากเดิม เราสามารถใส่ Tag เป็นสี ๆ เพื่อให้เราเข้าถึงมันได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ตอนนี้เราสามารถ ใส่สีและ Emoji เข้าไปใน Folder ได้แล้ว ทำให้ถ้าเรามี Folder เยอะ ๆ การใส่สี และ Emoji มันทำให้เราสามารถหาได้ง่ายขึ้นมาก ๆ
ความเสถียร ณ วันแรก

เรื่องที่เราอยากชมสำหรับ macOS Tahoe คือ ความเสถียร ณ วันแรก ก่อนหน้านี้หลายปีละ macOS เวอร์ชั่นแรกของรุ่นในปีนั้น ออกมาคนด่ากันยับ ๆ ว่า มันไม่มีความเสถียรเลย Upgrade มาแล้วหลาย ๆ อย่างพัง หรือบางอย่างใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง จน Apple ต้องออกมาบอกว่า จะมีการปรับปรุงการทำงาน และตรวจสอบคุณภาพของ Software ให้ดีขึ้น
เราว่าความพยายามตรงนี้เห็นผลแล้วละ เราไม่คิดว่า macOS Tahoe 26.0 Public Beta เอามาใช้งานจริงแล้วมันจะเจอปัญหาน้อยขนาดนี้ เท่าที่เราเจอมันจะเป็นเรื่องของ UI บางส่วนที่กดไม่ได้บ้าง หรืออาจจะเป็น Animation กระโดด ขึ้นผิดที่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่ไม่มีผลเรื่องของการใช้ทำงานจริงจังสักเท่าไหร่เลย คาดหวังว่าตัวเต็มที่กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้น่าจะแก้ไขข้อผิดพลาดหลาย ๆ อย่างออกไปแล้ว มันก็น่าจะเป็น Version แรกของรุ่นที่ทำได้ดีมาก ๆ ตัวนึงเลย
สรุป: การเปลี่ยนแปลงที่ยังต้องปรับปรุงต่อไป

ตั้งแต่เราได้ทดลองใช้งานมา พูดตรง ๆ ว่า ถ้าเราไม่ได้ไปนั่งจับสังเกตมันจริง ๆ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเราสักเท่าไหร่ ปุ่มที่เคยอยู่มันก็ยังอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับ Feature ใหม่หมดจดอย่าง Spotlight ที่เข้ามา Supercharge การทำงานของเรา ให้รวดเร็วมากขึ้นอีกนิดนึง แต่เรื่องที่เราคิดว่า Apple ยังต้องปรับปรุงแก้ไขอีกเยอะมาก ๆ คือ Liquid Glass Design ทั้งในเรื่องของงานศิลป์ และ Animation ของมัน ที่ ณ ตอนนี้ประสบการณ์ยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเรื่องของ Animation Timing ที่ทำให้เครื่องดูช้ามาก ๆ ทั้งที่จริง ๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ไหนจะเรื่อง Animation กระตุกอีก ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกเยอะเลยละ ดังนั้น ถ้าเราไม่ได้ต้องการลองจริง ๆ เรามองว่า อาจจะยังไม่จำเป็นต้อง Upgrade เลยก็ได้นะ



