Review

รีวิว Innergie USB-C Laptop Adapter

By Arnon Puitrakul - 03 December 2019 - 2 min read min(s)

รีวิว Innergie USB-C Laptop Adapter

ของชิ้นนึงที่คนใช้ Laptop น่าจะต้องแบก ที่ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องนั่นก็คือ Charger นั่นเอง ก่อนหน้านี้ เราก็ใช้ Macbook Pro 13-inches ซึ่งมาพร้อมกับ Charger 60 Watts ที่เป็น USB-C ต้องบอกเลยว่า ขนาดและน้ำหนักนั้นก็ไม่น้อยเลยนะ (สำหรับเราอะนะ)

ด้วยความที่เป็น USB-C การหาที่ชาร์จนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะมันถูกเอาไปใช้อย่างแพร่หลายในหลาย ๆ อุปกรณ์มาก ๆ อย่างของเราเอง โทรศัพท์, Tablet และ Laptop ก็เป็น USB-C ทั้งหมดเลย เราก็ไปเจอ Adapter สำหรับชาร์จไฟตัวนึงที่น่าสนใจมากคือ Innergie USB-C Laptop Adapter

แกะกล่อง

Innergie USB-C Laptop Adapter

ก่อนเราจะไปรีวิวกัน เรามาแกะกล่องมันก่อนละกัน ตัวกล่อง ก็จะเป็นกล่องกระดาษธรรมดาเลย ด้านหน้า ก็จะเป็น ชื่อรุ่น สรรพคุณโน่นนี่นั่น และด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกใสที่ทำให้เราเห็นตัวที่ชาร์จเลย (ส่วนสติ๊กเกอร์เดาว่าน่าจะเป็นของร้านนะ)

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านข้างกล่องก็จะบอกว่า ตัว Adapter มาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จแบบ USB Power Delivery (USB PD) สำหรับหลากหลายอุปกรณ์เช่น iPhone จนไปถึง Laptop กันไปเลย มันอเนกประสงค์มากจริง ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

อีกข้างจะเป็น Specifications ต่าง ๆ ของเจ้าที่ชาร์จอันนี้ และของที่มาในกล่องต่าง ๆ ก็จะเขียนไว้ตรงนี้ ไว้เดี๋ยวแกะออกมาแล้วมาดูกันว่ามันมีอะไรมาให้ในกล่องบ้าง

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านหลังก็จะคล้าย ๆ ด้านหน้าเลย เพียงแค่ ไม่ได้มีพลาสติกใส ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านล่างกล่องก็ไม่มีอะไร นอกจากมาตรฐานต่าง ๆ และ Barcode เท่านั้นเลย

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านบน ก็ไม่มีอะไรเลย นอกจาก สติ๊กเกอร์ที่บอกวิธีใช้เป็นภาษาไทย และ Barcode อะไรสักอย่างไม่รู้เหมือนกัน

Innergie USB-C Laptop Adapter

ฝากล่อง มันก็จะเป็นเหมือนกับกล่องทั่ว ๆ ไปเลย เมื่อเปิดออกมาแล้ว ให้เราดึงออกมาเลย

Innergie USB-C Laptop Adapter

หลังจากดึงออกมาแล้ว เราก็จะได้เหมือนรูปนี้เลย จะมาเป็นกล่อง ๆ เลย เล่มฟ้า ๆ คือ คู่มือการใช้งานและเอกสารต่าง ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

เมื่อหยิบคู่มือออก เราก็จะพบกับตัว Adpater วางอยู่อย่างสวยงาม

Innergie USB-C Laptop Adapter

ส่วนบนของกล่อง เมื่อเราเปิดออกมา เราก็จะเจอกับของหลายอย่างเลย คือสาย USB-C to USB-C พร้อมกับหัวปลั๊กประเทศต่าง ๆ มาให้เราถึง 3 แบบไปเลย ซึ่งน่าจะครอบคลุมทั้งหมดแล้วล่ะ

Innergie USB-C Laptop Adapter

Innergie USB-C Laptop Adapter

มาดูที่ตัว Adapter กันบ้างดีกว่า ตัวมันก็จะเป็นพลาสติกสีขาว ถ้าเราแกะกล่องใหม่มันก็จะห่อพลาสติกใสมากอย่างดี คล้าย ๆ กับ Adapter ของ Apple ตอนเราได้มาใหม่ ๆ นั่นแหละ ขนาดบอกเลยว่า เล็กจนน่าตกใจมาก ดูจากในรูปเนี่ย เล็กกว่ามือเราอีก

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านบนของ Adapter ก็จะเป็นรูสำหรับเสียบ USB-C ซึ่งจาก Specification ของมันบอกว่า มันเป็น USB-PD ที่สามารถรองรับไฟได้สูงถึง 60 Watts กันไปเลย ก็ชาร์จได้หมดเลย ตั้งแต่โทรศัพท์ยัน Laptop เครื่องเล็ก ๆ ได้เลยนะ

Innergie USB-C Laptop Adapter

กลับด้านไปตรงข้าม ด้านล่าง ถ้าเราซื้อมาใหม่ ๆ เลย อาจจะ งง ว่า อะไรเนี่ย ทำไมมันเป็นแบบนี้ แล้วเราจะเสียบยังไงใช่มะ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ฝาปิดไว้เฉย ๆ ฝามันก็จะเขียนชื่อ Brand ไว้ด้วย เราก็เก็บไว้นะ ฮ่า ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

เมื่อเราแกะฝามันออกมา เราจะพบกับแง่งของมันสำหรับเสียบหัวปลั๊กที่ให้มาในกล่องเข้าไป ตามการใช้งานของเราเลย ว่าเราจะเอาไปใช้งานกับหัวของประเทศไหน

Innergie USB-C Laptop Adapter

ที่ด้านหลังของหัว เราจะสังเกตว่า มันจะเป็นร่อง ๆ หมุน ๆ อะไรสักอย่าง วิธีใส่และถอดก็ไม่ได้ยากเลย ก็คือ เราก็วางมันลงไปบนหัวนี่แหละ แล้วบิดจนมันเข้าที่ก็ใช้งานได้แล้ว กลับกันเวลาถอดก็บิดอีกด้าน มันก็จะออกมาแล้ว ทำให้มันเป็น Adapter ที่สามารถเอาไปงานได้หลากหลายประเทศมาก เราว่ามันเหมาะมาก ๆ กับคนที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

ส่วนด้านข้างด้านนึง มันจะมีการพิมพ์นูน เป็นชื่อ Innergie มาให้เพื่อความสวยงามต่าง ๆ

Innergie USB-C Laptop Adapter

ด้านหลังก็จะมีเครื่องหมายความปลอดภัย และ Specification ต่าง ๆ บอกเราไว้ เช่น Input & Output เป็นเท่าไหร่อะไรแบบนั้น ส่วนด้านที่เหลือก็จะเรียบ ๆ ไม่มีอะไร

Innergie USB-C Laptop Adapter

สายชาร์จที่ให้มาในกล่อง ก็ไม่ได้แย่เลยนะ ความหนา หน้าตา ก็คล้าย ๆ กับสายของ Apple ที่ให้มากับพวก Macbook เลย จะต่างก็น่าจะเป็นที่หัว มันจะเป็นด้าน ๆ แทน อันนี้เราก็รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ พร้อมทั้งมีที่รัดสายมาให้ด้วยนะ และที่เห็นแล้วปวดหัวสุด ๆ คือ ก้อนอะไรไม่รู้ เราไม่รู้ว่ามันเรียกอะไร มาครอบปลายด้านนึงอยู่ เข้าใจว่ามันน่าจะเป็นที่ป้องกันสัญญาณรบกวนปะ ไม่รู้เหมือนกัน วอนผู้รู้มาบอกที

การใช้งานจริง

Innergie USB-C Laptop Adapter

การใช้งานนั้นก็เหมือน Adapter ทั่ว ๆ ไปเลย ก็เสียบเข้ากับปลั๊กไฟ อีกด้านก็เสียบเข้ากับอุปกรณ์ของเรา สิ่งที่เราว่ามันเจ๋งสำหรับอันนี้คือ ขนาดและน้ำหนักของมันมากกว่า ทุกวันนี้ เราก็ไม่ค่อยได้พก Laptop ไปไหนมาไหนมากนัก จะถือแค่ iPad ไป แต่แน่นอนว่า ถ้าเราใช้มันเป็นเครื่องหลักในการทำงาน แบตมันก็อาจจะไม่พอก็ได้ สุดท้ายเราก็ต้องพก Adapter ติดไว้เสมอ ๆ

แต่ถ้าเราจะเอาอันที่มากับ iPad Pro ใส่ไป เราว่าชาร์จชาตินี้เต็มชาติหน้าอะ Adapter ที่ใกล้ตัว และ มีอยู่แล้ว ก็เป็น Adapter ที่มากับ Macbook Pro นั่นแหละ เวลาพกที ก็แอบหนักและขวางกระเป๋ามาก

เราลองเทียบเลย เมื่อเราเปลี่ยน Adapter มาเป็นตัวนี้นะ น้ำหนักของกระเป๋าใส่อุปกรณ์เราเบาขึ้นเยอะ แถมมีที่ในการวางของได้เป็นระเบียบมากขึ้นอีก ทำให้เรารู้สึกชอบมาก ๆ ทำให้เราก็เอา Adapter ของ Apple เสียบคาไว้ใช้ในบ้านไปเลยฮ่า ๆ

นอกจากนั้น เรื่องของความร้อนที่เกิดขึ้น มันต่างจาก Adapter ของ Apple มากเลยนะ เพราะถ้าเป็นของ Apple มันจะร้อนมาก ๆๆๆ แล้วจะเย็นลงเมื่อถึงช่วง Slow Charge แต่กลับกันเจ้า Innergie อันนี้มันแทบไม่ร้อนเลย แค่อุ่น ๆ ตลอดการชาร์จเลย

ถามว่า แล้วยังไง ร้อนแล้วยังไง เราก็ต้องถามกลับว่า คิดว่าความร้อนนั้นมาจากไหน คำตอบก็คือ ตัวหม้อแปลงไง อุปกรณ์ที่ใช้แปลงไฟ ให้อยู่ในปริมาณที่เราต้องการ การที่มันมีความร้อนออกมาเยอะ มันก็เกิดจากไฟนี่แหละ ถ้าร้อนน้อยแปลว่า ตัวหม้อแปลงน่าจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าอันที่ร้อนเยอะใช่ม่ะ อะไรแบบนั้นแหละ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องตรงนี้เหมือนกัน

อีกอย่างที่รู้สึกได้ แต่ไม่รู้ว่าจริงมั้ยนะ อาจจะคิดไปเองก็ได้คือ เราว่ามันชาร์จเร็วจัง !! บอกก่อนนะว่า อันนี้เรายังไม่ได้พิสูจน์จริง ๆ จัง ๆ นะ เราแค่รู้สึกเฉย ๆ ว่าทำไมมันขึ้นเร็วจัง ปกติมันไม่น่าเร็วขนาดนี้เลยนะ อะไรแบบนั้น เดี๋ยวขอไปพิสูจน์ก่อน แล้วเดี๋ยวมาอัพเดทอีกที

สรุป

Innergie USB-C Laptop Adapter

Innergie USB-C Laptop Adapter เป็น Adapter ที่มีขนาดเล็ก เหมาะกับการพกพา ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมาพร้อมกับหัวปลั๊กในประเทศต่าง ๆ เผื่อเราต้องไปต่างประเทศที่หัวปลั๊กไม่เหมือนกับเรานั่นเอง และยังใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ที่รองรับ USB-C ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะมันรองรับไฟสูงสุดถึง 60 Watts กันไปเลย ได้ตั้งแต่โทรศัพท์ยัน Laptop ได้เลย (Macbook ได้สูงสุดแค่ 13 นิ้วเท่านั้นนะ เพราะ 15 นิ้วมันต้องใช้ 84 Watts ถ้าเอามาใช้ก็อาจจะไม่พอ หรือชาร์จช้า) ราคาก็ไม่แพงเลยนะอยู่ที่ 2 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง ถ้าเทียบขนาด น้ำหนัก และ การพกพา ถ้าใครที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ ก็ถือว่าคุ้มมาก ๆ ก็ลองไปหาซื้อดูดั้ย มาป้ายยาเท่านี้แหละ บั้ย