รีวิว Hasselblad X2DII 100C + XCD 55V มาตรฐานใหม่ของกล้อง Medium Format : ภาคแกะกล่อง
By Arnon Puitrakul - 13 กันยายน 2025
เมื่อ 2 ปีก่อน เราเริ่มมีโครงการอยากอัพเกรดกล้องสำหรับทำงานขึ้นไปใช้ Medium Format ก็เลยไปดู Hasselblad X2D 100C แต่เพื่อนก็บอกว่า เดี๋ยวมันน่าจะออกรุ่นใหม่ เราหยุดไว้นานมาก ๆ จนวันนี้ผ่านไป 2 ปีมันออกมาแล้วกับ Hasselblad X2DII 100C ที่เปลี่ยนไปเยอะมาก ๆ วันนี้เราจะมาแกะกล่องกันให้ดูก่อน และจะค่อย ๆ มาเล่ารายละเอียดของกล้องตัวนี้กันบอกเลยว่า มันเยอะมาก ๆ ขอแบ่งเป็นหลายตอนหน่อยนะ
แกะกล่อง Hasselblad X2DII 100C

มาเริ่มจากแกะกล่องพระเอกของเราอย่าง Hasselblad X2DII 100C กันดีกว่า ตัวกล่องสีดำมีการหุ้มพลาสติกมาเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันรอยบนตัวกล่อง ที่ด้านหน้าของกล่องจะมีรูปของกล้องอยู่ด้านหน้า และด้านบนซ้ายจะมีเขียนชื่อรุ่นคือ X2DII อยู่ด้วย

ด้านหลังเป็นพวกรายละเอียดที่เราก็ไม่ได้อ่านเหมือนกันดังนั้นผ่านไป

ทั้งสองข้างจะมี Seal ให้เราสามารถดึงเพื่อแกะกล่องอยู่ จะสังเกตได้ว่า เขาไม่ได้ทำมาเรียบ ๆ แต่มีร่องรอยความไม่เรียบร้อยอยู่ นั่นเป็นเพราะกล้องของ Hasselblad นั้นเป็นกล้องที่ประกอบด้วยมือคนแทบทั้งหมด

เมื่อเปิดกล่องออกมา เราจะพบกับ Hasselblad X2DII 100C วางอยู่ด้านล่าง และด้านบนจะมีกล่องรูปตัว H ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Hasselblad อยู่

ตัวกล่องจริง ๆ แล้วมันเป็นฝาแม่เล็กที่เราสามารถเปิดออกมาได้ ในนั้นมันจะมีกล่องอยู่ 2 กล่องด้วยกัน

แต่ละกล่องจะทำจากกระดาษเงาสีดำเงา

เปิดออกมา เราจะพบกับพวก Paperwork ทั้งหลาย ที่แน่นอนว่า เราก็ไม่อ่านเหมือนเดิม

มาที่กล่องใหญ่กันบ้าง ตัวกล่องเป็นกล่องกระดาษสีดำเช่นเดียวกับกล่องเล็กเลย

ของชิ้นแรกที่เห็นคือ Battery Cover ที่ทำจากยาง สำหรับเวลาเราจะเก็บ Battery เราสามารถที่จะเอามันมาครอบเพื่อป้องกันไม่ให้ขั้ว Battery เสียหาย

ของอย่างต่อไปคือสาย USB-C อันนี้เราขอไม่แกะละกันนะ เพราะเรามีอยู่แล้วไม่ได้ใช้ เผื่อเวลาขายต่อแล้วจะได้ราคาน่ารักมากขึ้น

ของอย่างต่อไปคือ สายคล้องคอ หรือ Strap

สายทำจากผ้าจับแล้วค่อนข้างทำได้ดีมาก ๆ ด้านหลังมีการเขียน Hasselblad ไว้ด้วย

โดยที่หูของตัวสายมันจะไม่เหมือนกับสายคล้องกล้องทั่วไป เราจะเห็นจากภาพได้ว่า มันเป็นลักษณะเหมือนให้เราคล้องมันเข้ากับกล้อง ซึ่งถ้าใครต้องการติดตั้งสายคล้องของตัวเอง หรือใช้ Anchor ของ Peak Design ให้เราแกะสายคล้องออกจากห่วงก่อน แล้วเราค่อยเอาห่วงติดกับกล้อง แล้วค่อยเอา Anchor หรือสายต่อกับห่วงอีกทีนึง
แกะกล่อง Hasselblad XCD 55V

มาที่ Hasselblad Lens ตัวแรกของเรากันบ้าง อย่าง Hasselblad XCD 2,5/55V หรือบ้าน ๆ เราเรียก 55mm f/2.5 นั่นแหละ ตัวกล่องเขาจะมาคล้าย ๆ กล่องของกล่องเลยคือ มีพลาสติก Wrap อย่างเรียบร้อย แต่ด้านหน้าของกล่องจะเปลี่ยนไปเป็นตัว H ที่เป็น Logo ของ Hasselblad แทน

ด้านหลังก็ไม่มีอะไรบ้าง เรียบ ๆ มีแค่พวกรายละเอียดของ Lens เท่านั้น พร้อมกับฉลากภาษาไทย เพราะอันนี้เราซื้อในไทย

วิธีการแกะ เหมือนเดิมทุกอย่างคือ มีสติ๊กเกอร์ทั้งสองด้าน เพื่อให้เราดึงเพื่อเปิดได้

โดยเมื่อเราดึงออกมา มันจะเป็น Void Sticker เหมือนกับกล้องเป๊ะ ๆ เอาไว้เช็คเลยว่า เลนส์กล่องนี้มันมีการเปิดมาก่อนหน้านี้หรือไม่

เปิดกล่องออกมา เราจะพบกับ ตัวเลนส์ และ Hood อย่างที่เห็นในภาพเลย

ตัว Hood มีการห่อพลาสติกมาอย่างดี ด้านบนสุดจะมีเขียน Hasselblad อยู่

ส่วนด้านหลังจะมีเขียนรุ่นของเลนส์นั่นคือ XCD55 อยู่ด้วย ดังนั้น ถ้าเรามี XCD Lens หลาย ๆ ตัว ที่มีขนาดหน้าเลนส์เท่ากันก็อย่าเอาไปใส่สลับละกัน มันใส่ได้แหละ แต่มันจะดูแปลก ๆ

ในการจะแกะพลาสติกออก เขาจะมี Pull Tab มาให้เราสามารถดึงได้เลย

ส่วนกล่องด้านซ้ายที่มี Logo ของ Hasselblad นั้น เป็นกล่องกระดาษเรียบ ๆ ธรรมดา

เปิดออกมาอย่างแรก เราจะเจอกับ Paperwork ต่าง ๆ และใบตรงกลางที่เป็น Certificate ที่มันจะมี Serial Number ของตัวเลนส์อยู่ด้วย ถ้าใครจะซื้อต่อมือสองแนะนำว่า ให้เราดูใบพวกนี้ด้วยนะว่า มันตรงกับ Serial ที่อยู่ในเลนส์หรือไม่

กับในกล่องจะมีถุงอีกอันนึงอยู่ในซีลพลาสติกอย่างดี

เปิดออกมามันก็คือ ถุงสำหรับใส่เลนส์ ภายนอกมันทำจากหนังที่จับแล้วนุ่มมาก ๆ และด้านในเป็นคล้าย ๆ ผ้า Microfibre เพื่อให้เลนส์เราไม่เป็นรอย ใช่แล้วครับ นี่แหละ คือทั้งหมดของเลนส์ราคา 147,700 บาท ความ Hasselblad สุด ๆ
ทำไมเราเลือก XCD 55V เป็นเลนส์ตัวแรก
Hasselblad X2DII 100C เป็นกล้องตัวเองของเราที่ใช้ X-System Lens และเลนส์ตัวนึง แมร่งโคตรแพง ตัวละแสนกว่าบาท ทำให้เลนส์ตัวแรกของเราในระบบนี้จะต้องเป็นเลนส์ที่เราถ่ายได้หลายสถานการณ์ ไม่กว้างไป ไม่แคบเกินไป ตอนแรกเราคิดว่าจะเอา 35-100mm ตัวใหม่ที่พึ่งออกมา แต่วันที่ไปซื้อของมันยังไม่มา อันนั้นคิดว่า ถ่ายอะไรก็ได้แล้วละ ระยะมันค่อนข้างอเนกประสงค์มาก ๆ แต่ก็นะ ของยังไม่มา แต่อยากใช้กล้องแล้วอะ เลยต้องไปหาเลนส์ตัวอื่นแทน เลยจะไปจบที่ Fixed สักตัว
เลยไปดูระยะระหว่าง 38 กับ 55 mm ทั้งสองตัวได้ F-Stop เท่ากันที่ 2.5 แต่ด้วยความที่เราไม่เคยใช้ Medium Format มาอีก เลยกะระยะลำบากมาก ๆ เลยลองถามพี่คนขายดูเขาบอกว่า ระยะเทียบ Full Frame มันจะประมาณ 0.8x ดังนั้น ถ้าเราเอาระยะเลนส์คูณด้วย 0.8 มันจะเป็นระยะประมาณ Full Frame ที่เราคุ้นเคย
ซึ่งระยะ 38 และ 55mm คูณออกมามันจะได้ 30.4mm และ 44mm ตามลำดับ ซึ่งเราชอบระยะ 35mm มาก และทั้งสองระยะนี้มันอยู่กึ่งกลางพอดี สุดท้ายก็เอา 55mm เพราะมันน่าจะใช้งานได้ง่ายมากกว่า เป็นระยะธรรมชาติที่ทำให้เรากะ Frame ได้ง่าย เหมาะกับเป็นเลนส์ตัวแรกที่พาเราเข้าวงการ Medium Format มาก ๆ และแน่นอนว่า ไม่น่าจะใช่เลนส์ตัวสุดท้ายซะด้วยสิ
สรุป
และทั้งหมดนี่ก็คือ การแกะกล่องกล้องในฝันของเราอีกตัว ที่ดูมา 2 ปีแล้วอย่าง Hasselblad X2DII 100C แกะออกมาคือ 4 แสนมีเท่านี้เลยเหรอวะเนี่ย ในกล่องไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากของที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ คิดซะว่ามันคือ กล้องใช้ กล้องทำงานเลยแหละ แต่เป็นกล้องทำงานเฉพาะกลุ่มจริง ๆ เพราะเราไม่คิดว่า จะมีสักกี่คนที่จำเป็นต้องใช้ Medium Format และชั้นเนี่ย จำเป็นต้องใช้จริง ๆ เหรอ ฮ่า ๆ



