รีวิว Dyson Clean+Wash Hygiene เครื่องถูพื้นแบบ ลคน
By Arnon Puitrakul - 01 มีนาคม 2026
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นเครื่องถูพื้นออกมาให้เลือกซื้อกันเยอะมาก ๆ จน Dyson ออก Wash G1 ออกมา เราก็ยังมีความกังวล แต่วันนี้ Dyson ออกรุ่นใหม่ออกมาคือ Clean+Wash Hygiene ออกมา ที่แก้ความกังวลส่วนใหญ่ของเราได้ไป พอมันวางขาย ก็จัดเลย วันนี้เราจะมารีวิวให้อ่านกัน
คนเราต้องการเครื่องถูพื้นจริงดิ ?
ก่อนอื่น คำถามแรกหลังจากที่เราดูรีวิว Dyson Wash G1 คือ คนเรามันจำเป็นต้องมีเครื่องถูพื้นจริง ๆ เหรอ แต่พอมาคิดอีกมุมว่า เมื่อก่อนเรามีไม้กวาด แล้วพอเครื่องดูดฝุ่นมา มันก็เหมือนกันมั้ยวะ ก็เลยเริ่มเปิดใจกับเครื่องถูพื้นจริง ๆ จัง ๆ สักที
เลยมาคิดถึง การถูพื้นว่า ทั้ง ๆ เรารู้ดีว่า การถูพื้นมันช่วยทำให้พื้นสะอาด แต่ทำไมเราไม่ทำทุกวันเหมือนกวาดบ้าน ลองคิดดูนะ ถ้าเราจะถูพื้นสักรอบ เราจะต้องรองน้ำใส่ถัง แล้วเอาผ้าใส่ไม้ถูพื้นแล้ว ซักผ้าให้เปียก บิดให้แห้ง ถึงจะเริ่มถูบ้านได้ ถูไปสักแปบ เราจะต้องซักผ้าใหม่ เสร็จทั้งหมด เราก็ต้องซักผ้า เทน้ำทิ้ง ล้างถัง สุดท้ายก็ตากผ้า เราจะเห็นว่าขั้นตอนมันเยอะมากจนทำให้เราไม่อยากจะทำบ่อย ๆ เน้นทำทีละเยอะ ๆ มากกว่า เพราะไม่ว่าจะ ถูเยอะ หรือน้อย เราก็ต้องเอาน้ำใส่ถังเหมือนเดิมอยู่ดี
แต่ การใช้เครื่องถูพื้น มันเข้ามาช่วยได้เยอะมาก เพราะเราแค่เอาเครื่องออกมา กดเปิดเครื่อง แล้วถูพื้นได้เลย พอเสร็จ เราก็แค่เอาน้ำไปทิ้ง ก็จบแล้ว ไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว ง่ายกว่ากันเยอะ ง่ายจน เราสามารถถูทุกวันยังได้เลย แน่นอนว่า มันทำให้ห้องสะอาดกว่าเดิมแน่นอน
ทำไมเราไม่ซื้อ Wash G1 ตั้งแต่ปีก่อน
ถ้าเครื่องถูพื้นมันดีขนาดนี้ ทำไมเราไม่ซื้อ Wash G1 ที่ออกมาปีก่อนละ เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรากลัวกลิ่นอับมาก ๆ เพราะ เครื่องพวกนี้ มันไม่ใช่การใช้ผ้าถูพื้นแบบที่เราคุ้นเคยกันในพวกหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่เมื่อใช้งานเสร็จเราสามารถเอามันไปซัก ตากแห้งได้ แล้วถ้าเราลืมทิ้งไว้คาเครื่อง ก็คือ เช้ามาผ้าจะเหม็นอับไปหมด แต่ลูกกลิ้งพวกนี้ การจะให้ถอดออกมาล้างทุกครั้งที่ซักเสร็จ เราก็คิดว่า เราใช้หุ่นยนต์ถูพื้น หรือ ไม้ถูพื้นเหมือนเดิมก็ไม่แย่เท่าไหร่
เราขอเสริมหน่อยละกันว่า การที่ผ้าเหม็นอับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือ ผ้าเช็ดพื้น มักจะเกิดจาก การสะสมของแบคทีเรีย และเชื้อรา ตัวมันเองไม่ได้มีกลิ่นอะไรหรอก แต่สิ่งที่มันปล่อยออกมา นั่นแหละ คือจุดที่ทำให้เกิดกลิ่น ซึ่งในพื้นที่ ๆ เราอยู่ และ อากาศมันมี เชื้อรา และแบคทีเรียพวกนี้อยู่แล้ว แค่ว่า โดยปกติในสถานที่ ๆ อากาศปลอดโปร่ง หรือความชื้นต่ำ มันจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ทำให้เราไม่เจออาการเหม็นอับ แต่พอเราเอาพวกผ้าที่มีความชื้นเอาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็เหมือนกับการประเคนบ้านให้เจ้า เชื้อรา และแบคทีเรียพวกนี้ได้ออกลูกออกหลานเจริญเติบโตแบบฉ่ำ ๆ เยอะมีประชากรเยอะเท่าไหร่ สารที่ปล่อยออกมาก็จะเยอะ ก็จะยิ่งเหม็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้น เวลาเราใช้งานพวก ผ้าเช็ด หรือ ถูเสร็จแล้ว เราควรจะซักมันให้สะอาด และตากให้แห้งในพื้นที่ ๆ มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย และเชื้อรานั่นเอง ส่วนหนึ่งเราอาจจะใช้พวกน้ำยาทำความสะอาด ที่พวกนี้เขาจะใส่สารฆ่าแบคทีเรียมาให้ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดกลิ่นอับได้นั่นเอง
การใช้งาน

การใช้งานง่ายมาก ๆ คือแค่เราหยิบเครื่องออกมาจากแท่นชาร์จ จากนั้นปลดล๊อคหัว กดปุ่มเปิดแล้วเริ่มถูได้เลย
โดยมันจะให้เราสามารถเลือกปริมาณน้ำได้ด้วย สำหรับพื้นที่ไหนที่ไม่ได้เลอะอะไรมาก เราก็ใส่ใช้น้ำน้อย ๆ ในการทำความสะอาดได้ หรือถ้าเราผ่านพวกพื้นที่ ๆ มีคราบฝังแน่น เช่น คราบกาแฟที่แห้งแล้ว เราสามารถกดเพื่อให้มันปล่อยน้ำออกมาขัดมากขึ้นได้เช่นกัน

การเติมน้ำก็ไม่ได้ยากเลย แค่เอาแท๊งค์น้ำออกมา ใส่น้ำให้เต็ม แล้วใส่กลับเข้าไปในเครื่องก็เรียบร้อย ตรงไปตรงมาใช้เวลาไม่น่าเกิน 1 นาทีเท่านั้นเอง

ส่วนของเสีย มันจะอยู่ในกล่องด้านล่างทั้งหมด เราจะไม่เห็นเวลาใช้งานเลย เวลาเราจะหยิบออกมา มันจะมีสลักสีแดงอยู่ ให้เราดึง มันจะออกมาทั้งกล่องเลย

ตรงนี้คือจุดที่เราชอบของ Dyson คือ มันมีตัวกรองคอยแยกของเหลวออกจากของแข็ง เช่น เส้นผม กับของที่หกอยู่บนพื้น เพราะถ้าไม่แยกแล้วเราทิ้งน้ำเสียไว้ โหววว บอกเลยว่า แหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียชั้นยอด เน่าเละ เปิดฝาน้ำเสียออกมาน่าจะช๊อค เราสามารถดึงมันออกมา

มันจะสามารถแยกออกมาเป็น 2 ชิ้นได้ เราแค่เอาชิ้นสีแดงนั้นไปเคาะกับถังขยะเพื่อทิ้งได้เลย หรือจะเอาไปล้างน้ำเลยก็ได้ เราจะเห็นว่าพื้นที่เก็บของแข็งมันเล็กมาก ๆ ดังนั้น หากเราอยากจะ Cover พื้นที่เยอะ ๆ ยังไง เราก็ยังคิดว่า ควรจะดูดฝุ่นก่อน แล้วค่อยถูน่าจะดีกว่า

ถ้าเราเปิดส่วนน้ำทิ้งออกมา มันจะแยกชิ้นเลย ระหว่าง แท๊งค์ของเหลวที่เราสามารถหมุนเปิดฝาออกมาทิ้งน้ำลงท่อได้เลย

จากการที่เราลองใช้งานมา เราบอกเลยว่า มันเป็นเครื่องถูพื้นที่ใช้งานแล้วสบายมาก ๆ Dyson เขาออกแบบให้มีการถ่วงน้ำหนักได้ดีมาก ๆ ตอนแรกคิดว่ามีแทงค์น้ำเวลาถูมันจะต้องหนักเมื่อยแขนแน่ ๆ แต่พอจับแล้วปรากฏว่า มันดีกว่าที่คิดมาก ๆ จับถนัดมือ เปิดเครื่องถูแล้วมันลื่นมาก ๆ เรียกว่า Effortless เลยก็ว่าได้

ที่จับเขาออกแบบมาดีมาก ๆ เราสามารถเอามือกำจับ แล้วถูไปได้เลย เราได้ทดลองใช้กับพื้นที่เป็นหินมันเงา ปรากฏว่า เมื่อถูไป พื้นจะทิ้งความเปียก ๆ เอาไว้เล็กน้อย เหมือนเราเอาไม้ถูพื้นถูแบบนั้นเลย แต่ความคงที่มีเยอะกว่า และแปบเดียวมันก็แห้งแล้ว และถ้าเจอพื้นลื่น ๆ มัน ๆ การถูมันจะยากกว่า เพราะมันลื่นเลี้ยวไปในทิศที่เราไม่ต้องการ
แต่พอเอามาลองกับพื้นกระเบื้องยาง เหมือนคนละโลกเลย ปริมาณน้ำต่ำสุดเหมือนกันแต่ถูง่ายกว่า และดูเปียก ๆ เป็นคราบน้ำน้อยกว่ากันเยอะมากโดยรวม เราโคตรจะประทับใจมันเลย

แต่ถ้าเกิด รู้สึกว่า น้ำเยอะไป หรือน้อยเกินไป เราสามารถกดเพื่อปรับปริมาณให้เหมาะได้ เช่น คราบแน่นมาก ๆ เราก็ปรับน้ำเพิ่มได้
ระบบ Self-Clean อบลมร้อน

เรื่องใหญ่ ๆ ที่ทำให้เราเอารุ่นใหม่เลยคือ ระบบ Self-Clean และอบลมร้อนของมัน หลังจากการใช้งานเสร็จทั้งหมดแล้ว และเอาไปวางไว้ในแท่นชาร์จ มันจะถามว่า ให้เราเริ่มโปรแกม Self-Clean เลยมั้ย มันคือโปรแกรมที่เครื่องจะเอาน้ำไหลผ่านเข้าไป และเริ่มทำความสะอาดท่อ และลูกกลิ้งต่าง ๆ หลังจากการใช้งาน
โดยที่เมื่อเราจะเริ่ม มันจะให้เราเอาน้ำเสียไปทิ้ง และใส่น้ำดีลงไปในแท็งค์ เพราะการทำ Self-Clean ครั้งนึง มันใช้น้ำไปเกือบครึ่งแท็งค์เลย จากนั้นกดปุ่มเริ่ม มันก็จะเริ่มทำงานเอาน้ำเข้าไปหมุน ๆ ล้าง ๆ เสร็จ อันนี้แหละ ทีเด็ด มันจะเป่าลมร้อนออกมา Dyson บอกว่า ลมร้อนที่เป่าออกมาถึง 85 องศา ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์
ระหว่างที่มันทำงาน เสียงดังพอสมควร ถ้าเอาไว้ในห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่นที่มีสมาชิกในบ้านอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่รัน Self-Clean เราว่าน่าจะมีรำคาญกันบ้าง ขนาดเราเอาไว้ในห้องใกล้ ๆ กับที่เรานอนดูทีวี เรายังรู้สึกว่ารำคาญเลย การเอามันไปไว้ในห้องที่ไม่มีคนอยู่ตลอดเวลา น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากันเยอะมาก โดยการรันครั้งนึงจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีได้เลย
มันเข้ามาแทนไม้ถูพื้นจริง ๆ ได้ยัง

สำหรับคำถามนี้ เราคิดว่า ขึ้นกับ เราคาดหวังกับมันเยอะขนาดไหน เราคิดว่า ถ้าเป็นคนอยู่บ้านทั่วไป มันตอบโจทย์การใช้งานได้ 90% เลยละ ข้อเสียหลัก ๆ ของมันคือ หัวสำหรับถูค่อนข้างใหญ่มาก ทำให้มันไม่สามารถเข้าซอก หรือจุดแคบ ๆ ต่าง ๆ ได้ ทำให้ สุดท้าย เราจะต้องเอาผ้า หรือ ไม้ถูพื้นเข้าซอกเล็ก ๆ อยู่ดี
สรุป

โดยสรุป Dyson Clean+Wash Hygiene เป็นเครื่องถูพื้นที่เอาเข้าจริง Feature การทำงานสู้คู่แข่งอื่น ๆ ไม่ได้เลย แต่ราคาแพงกว่าเขาสุด ๆ เจ้าอื่นใส่ UV และพ่นโฟมนั่นนี่มาให้เยอะแยะ แต่ถ้าใครใช้ Dyson มานานจะรู้ดีว่า เขาไม่ได้ขาย Feature เยอะ ๆ ดูหวือหวา แต่ขายความเสถียร และความคงทน เน้นการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งเอาจริงเครื่องถูนี้มันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน มันเข้ามาช่วยให้การทำงานบ้านง่ายขึ้น เร็วขึ้น ถูพื้นได้บ่อยขึ้น ที่สำคัญระบบอบลูกกลิ้ง ก็ทำให้เราไม่ต้องหยิบลูกกลิ้งออกมาซัก ตากให้แห้งเองด้วย ใช้งานเสร็จทิ้งน้ำ ใส่น้ำใหม่ เข้าแท่นชาร์จ กดเริ่มล้าง แล้วเดินไปทำอย่างอื่นได้เลย เราว่า ใครกำลังหาเครื่องถูพื้นที่เน้นถูพื้นจริง ๆ เราว่า Dyson เป็นตัวเลือกที่ดีเลย



