Review

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

By Arnon Puitrakul - 10 พฤษภาคม 2026

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

หนึ่งในกล้องของ DJI ที่เราชอบมาก ๆ และเป็นตัวเปิดให้เราเข้าสู่วังวนของ DJI ก็คือ Osmo Pocket 2 ที่เรารีวิวไว้เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว วันนี้ DJI ออก Osmo Pocket 4 มาแล้ว คิดว่ามันอัพเกรดหลายอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Pocket 2 ที่เราถืออยู่ ก็เลยถึงเวลาแล้วละที่จะได้อัพเกรด กดจองตั้งแต่ 15 นาทีแรกหลังจากเปิดขาย และไปรับวันแรกที่ขายเลย จะเป็นยังไง Feature ใหม่ ๆ เข้ามาทำให้การทำงานเราง่ายขึ้นอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้อ่านกัน

ปล. หากอยากดูวีดีโอตัวอย่างจากกล้องตัวนี้จริง ๆ ไปดูได้ในวีดีโอรีวิวในช่อง Arnondora ที่จะออกเร็ว ๆ นี้นะ

ปล2. สภาพของในกล่องตอนเปิดจริง ๆ อาจไม่เหมือนกับที่เห็น เพราะที่ร้านกล้อง นางแกะของชั้นเฉยเลย บอกว่าจะต้องลงทะเบียน Activate เครื่อง (DJI อื่น ๆ ที่ใช้ ชั้นก็เอามาทำเองเนอะ) อุตส่าห์บอกแล้วว่าไม่ต้องแกะ ๆ แค้นมาก

Unboxing

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ตัวกล่อง ทำจากกระดาษปกติมาก ๆ ด้านหน้ามีรูปของตัวกล้อง บอกรุ่นอย่างชัดเจนว่า เป็น DJI Osmo Pocket 4 และด้านล่างซ้ายมือ มีเขียนบอกไว้ว่าเป็น Creator Combo

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านหลังกล่องจะบอก Feature เด่น ๆ ของ Pocket 4 เช่น Internal Storage, 1" CMOS Sensor และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนด้านล่างจะมี Box of Content หรือสิ่งที่ใส่มาในกล่องที่บอกเลยว่า เยอะมากกกก

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แกะกล่องออกมา เราจะได้ของมาทั้งหมด 3 ชิ้น (เองเหรอ) อื้มมมม ใจเย็นก่อน

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

อย่างแรกคือแก๊งค์ Paperwork ทั้งหลาย แน่นอนว่า เราไม่อ่านข้ามไปเลย และที่เห็นจากในภาพเขามีสติ๊กเกอร์ DJI เท่ ๆ ติดมาด้วย ใครจะเอาไปติดอะไรก็เอาเลย ส่วนเราก็เก็บไว้ตรงนั้นแหละ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

มาที่ของชิ้นต่อไป มันคือกระเป๋านั่นเอง ของพวกนี้ในรุ่นก่อนหน้าทั้งหมดไม่เคยมีเลยนะ ปกติจะใส่ Case มาให้แค่นั้นเลย พึ่งมามีตอน Pocket 4

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ตัวกระเป๋า ทำจากผ้าออกมาดูดีมาก ๆ ด้านหน้ามีเขียน Osmo อยู่ข้างหน้า จับแล้วผ้าทำได้ค่อนข้างดีเลย อาจจะสะเทินน้ำนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับกันน้ำเลยนะ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านใน มีแค่ช่องหลัก และช่องเล็ก ๆ ที่อยู่ในตะข่ายเท่านั้น เราคิดว่ากระเป๋านี้ น่าจะเหมาะกับหากเราอยากพกแค่ตัว Pocket 4 ตัวเดียว ไม่มี Handle และรวมกับพวก Microphone เล็ก ๆ เป็นกระเป๋าใช้แบบเร็ว ๆ แค่นั้น ใครต้องการความคล่องตัว เราว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก ๆ และเป็นกระเป๋าแบบเดียวกันที่จะแถมมากับ Standard Set ด้วย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แต่ใน Creator Combo มีเหรอที่นางจะแถมแค่นี้ได้ กระเป๋าอีกใบก็มาสิครับ อันนี้ใบใหญ่ซะด้วย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

เริ่มจากซิป ทำมาค่อนข้างดีมาก ๆ มียางปิดค่อนข้างดี น่าจะกันน้ำกระเซ็นได้ประมาณนึงเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านหน้ามี Logo ของ Osmo อยู่

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

มานึกได้ว่า เอ๊ะ มันหน้าตาเหมือนกระเป๋าของ DJI Mic 2 เลย วางคู่กันแล้วก็คือ คล้ายกันมาก ๆ แตกต่างแค่ Logo ของ DJI บนกระเป๋าของ DJI Mic 2 และ Logo Osmo บนกระเป๋าของ Osmo Pocket 4 แค่นั้นเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

หากเทียบความยาวกันแล้ว ด้านซ้ายที่เป็นของ Osmo Pocket 4 จะยาวกว่าของ Mic 2 เล็กน้อยเท่านั้น แต่ความสูงเท่ากันเป๊ะ ๆ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

เปิดกระเป๋าออกมา เราจะเห็นของวางอยู่ในนั้นเพียบ ก็คือ อะไรที่เราเห็นว่ามีอยู่หลังกล่อง มันอยู่ในนี้เกือบหมดทุกอย่างจริง ๆ เว้นพวกกระเป๋าที่เราหยิบออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

DJI Osmo Pocket 4

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

มาที่ฝั่งพระเอกของเรากันบ้างดีกว่า เมื่อเราแกะกล่องออกมา ตัวกล้องจะถูกห่อพลาสติกมาอย่างเรียบร้อยเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แกะพลาสติกออกมา เราจะเห็นว่าที่หน้าจอ มีสติ๊กเกอร์บอกพวกปุ่ม และวิธีใช้ติดอยู่ และด้านล่าง ก็มีสติ๊กเกอร์ติดอยู่เช่นกัน เขียนว่าให้เอาออกก่อนจะใช้งาน ซึ่งเขาจะมีการติดมาหลายจุดของตัวเครื่องเลย ก็ต้องเอาออกให้หมดเด้อ สังเกตที่พวกจุด หรือเส้นเหลือง ๆ มักจะเป็นจุดที่เขาติดเอาไว้

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แกะออกมาแล้ว เราจะเจอกับหน้าจอขนาด 2 นิ้วแบบ OLED ที่จิ้มได้เหมือนเดิม สำหรับควบคุม ถัดลงมาเป็นลำโพง และด้านล่างสุด เป็นส่วนสำหรับกดควบคุม หากเราจับตัวเครื่องแบบไม่มี Adapter ต่อ Handle เลย เราจะต้องเลื่อนมือลงมาเยอะมากจนกำได้ครึ่งมือเอง เพื่อให้นิ้วกดปุ่มได้ง่าย ๆ ดังนั้น ดีแล้วละที่ในกล่องแถม Handle มาให้

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ส่วนด้านล่างที่ใช้ควบคุม เขาจะมีส่วนควบคุมมาให้ 2 ชิ้นด้วยกัน ขวามือที่เห็นเป็นสีแดง ๆ คือปุ่มสำหรับ เปิดปิดเครื่องหากกดค้างไว้ หรือถ้าเปิดไว้อยู่แล้ว กดทีนึงจะเป็นการเริ่มและหยุดอัด อีกปุ่มด้านซ้าย DJI เรียกว่า 5D Joystick ที่เราสามารถ เลื่อนซ้ายขวาขึ้นลง สำหรับเลื่อน Gimbal ได้ หรือถ้ากด ก็จะเป็น Function ต่าง ๆ เช่นกดสองครั้งติดกัน จะเป็นการ Recentre Gimbal หรือกด 3 ทีติดกัน ก็จะเป็นการหันกล้อง 180 องศา ช่วยได้เยอะมาก ๆ เวลาเราจะต้องสลับไปถ่ายเหตุการณ์ตรงหน้า หรือหันกลับมาถ่ายเราเอง และด้านล่างจะเป็นวัสดุคล้าย ๆ กับยางทำให้เวลาจับถือนาน ๆ แล้วไม่ลื่นมากเท่าไหร่

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

เราสามารถเอานิ้วดันจอให้กลายเป็นแนวนอนได้ ถ้าถือมือขวาจะต้องดันจากด้านบนจอ และหากเป็นมือซ้ายแบบเราดันจากด้านล่างง่ายกว่า เมื่อดันหน้าจอเป็นแนวนอนแล้ว ตัวกล้องจะเริ่มทำงานเอง กลับกัน หากกล้องเปิดอยู่ แล้วเราดันหน้าจอกลับเป็นแนวตั้งเหมือนเดิม มันจะนับถอยหลัง 3 วินาที แล้วปิดเอง หากเราไม่ต้องการให้มันปิดเอง เราสามารถเข้าไปตั้งค่าปิด Feature นี้ได้ แต่สำหรับเราคิดว่าเป็นอะไรที่ง่ายดี แค่เขี่ยจอไปมา กล้องก็เปิด ๆ ปิด ๆ ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มอะไรเลย

แต่ส่วนตัวเรา แอบกังวลเรื่องอายุการใช้งานที่เราสามารถดันจอไปมาแบบนี้ได้ ใช้ไปมันจะเสื่อมแล้วทำให้สปริงมันเสียหรือไม่ ถ้าเกิดเสียมันจะต้องเปลี่ยนทั้งจอเลยมั้ย ตอนที่ใช้ Pocket 2 มันยังไม่มี Feature นี้เลยไม่กลัวมาก แต่พอตอนนี้มาใช้ Pocket 4 ก็เริ่มกังวลสุด ๆ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ที่ด้านล่างของหน้าจอ เราจะเห็นปุ่มอีก 2 ปุ่มด้วยกัน ด้านซ้ายเป็นปุ่มสำหรับการ Zoom กดครั้งนึงมันจะ 2x Zoom และกด 2 ครั้งติดกัน จะเป็น 4x Zoom และปุ่มข้าง ๆ คือปุ่ม Custom

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แน่นอนว่า พอเป็น Custom เราสามารถเข้าไปเซ็ตได้เลยว่า เราอยากให้มันทำอะไร ตั้งได้ตั้งแต่ กดครั้งนึงเป็นอะไร กดเบิ้ลเป็นอะไร ของเรามีเปลี่ยน ที่กดครั้งนึงจากเดิมจะเป็นการสลับโหมดของ Joystick ระหว่าง Zoom กับหมุน Gimbal เรารู้ว่าเราไม่ซูมอยู่แล้ว เลยเปลี่ยนเป็นปุ่มสำหรับ กดเปิด/ปิด Fill Light แทน ก็ทำให้เราไม่ต้องเอื้อมกดปิดที่ตัวไฟ หรือกดเมนูลงมาให้ยุ่งยากเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะมีการเขียน Logo แปะไว้เลยว่าเป็น Pocket 4 กะว่า แค่เห็นเครื่องก็รู้แล้วว่ารุ่นไหน และด้านล่างสุด เราจะเห็นเหมือนช่องปิด ส่วนตัวเราจะไม่ค่อยชอบช่องแบบนี้เท่าไหร่ เพราะใช้ไปนาน ๆ แงะมันบ่อย ๆ เสี่ยงมาก ๆ ที่ยางเชื่อมฝามันจะขาด เสี่ยงฝาหายมาก ๆ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เสียบมันคาไว้เลยครั้งเดียว ถ้าจะเอาไฟล์ออก เสียบ USB เอาออกเอาดีกว่า

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ใช้เล็บแงะฝามันออกมา เป็นช่องสำหรับเสียบ Micro SD Card ที่เสียบกันได้สูงสุดถึง 1 TB กันไปเลย ส่วนตัวเราแนะนำว่า ให้หารุ่นที่รับมาตรฐาน V30 เอาไว้เวลาเราจะอัด Slo-Mo ที่ต้องอาศัยความเร็วในการเขียนต่อเนื่อง ส่วนขนาดเอาที่เราต้องใช้เลย โดยกล้องรองรับสูงสุดที่ 1 TB เรียกว่าอัดกันตาฉ่ำ ก็ยังไม่เต็มสักที

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

หันไปด้านขวาของเครื่อง จะไม่มีอะไรเลย นอกจากไมค์ที่รูเล็ก ๆ ด้านบน และด้านล่างที่เห็นว่ามี 2 รูคือ รูสำหรับเสียบกับสายคล้อง เรื่องนี้เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลย เพราะถ้าถือด้วยมือซ้าย สายคล้องมันจะต้องมีส่วนนึงที่ต้องโยกผ่านใต้เครื่องไปด้านซ้าย ทำให้สายที่สั้นอยู่แล้วสั้นลงไปอีกนิดนึง เทียบกับถือมือขวาแล้วมันรู้สึกหลวม ๆ กว่าหน่อย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านหลัง ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะลายอันใหม่ที่ดูสวยกว่าเดิมมาก ๆ และที่สำคัญการที่มันเป็นผิวแบบนี้ ทำให้การจับถือทำได้แน่นกว่าเดิมมาก ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ถือมันนาน ๆ แล้วเหงื่อออกมือ แต่กลับกัน ถ้าเราออกไปกลางแจ้งร้อนมาก ๆ เหงื่อออกมือเยอะ ๆ กลับมาบ้าน คราบเหงื่อมันจะติดอยู่ตามซี่ ๆ พวกนี้แค่เอาทิชชู่เช็ดก็หายแล้วไม่ได้ยาก แค่จะบอกว่า มันเกิดขึ้นได้

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

จากหลาย ๆ รูปที่ผ่านมา เราจะเห็นเหมือนชิ้นส่วนอะไรบางอย่างแปะอยู่บริเวณ Gimbal เจ้านี่เป็นของเล่นใหม่ที่พึ่งเข้ามาใน Pocket 4 คือ Gimbal Clamp เพราะในรุ่นก่อนหน้าทั้งหมด หากเราปิดกล้องอยู่และใส่กระเป๋า ตัว Gimbal มันจะหมุน ๆ ไปมา ซึ่งจะแก้ปัญหาได้ด้วยการใส่มันเข้าไปใน Case ที่มันจะฟิตพอดี Gimbal ก็จะไม่ขยับไปไหน แต่ใน Pocket 4 เขาไม่มี Case แล้วละสิ ก็เลยต้องใช้ตัวล๊อคแบบนี้แหละ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

การใส่ก็ไม่ยาก เราแค่เสียบมันเข้าไปตรง ๆ ที่ Gimbal ก็เรียบร้อย แต่มันไม่ได้มีแม่เหล็กอะไร แค่เป็นยางเท่านั้น ดังนั้นเวลาเสียบ แนะนำให้เสียบเข้าไปให้สุด ให้แน่น ไม่งั้น เสี่ยงที่มันจะหลุดออกมาระหว่างที่เราเก็บไว้ในกระเป๋า กลับกันเวลาเอาออกห้ามดึงมันตรง ๆ เด็ดขาด เราจะต้องดันหมุนด้านล่างถึงจะปลดล๊อคออกมาได้อย่างปลอดภัย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ตัวล๊อคมันจะมีส่วนที่ยื่นออกมาจนถึงด้านบนของจอ นั่นแปลว่า หากเราล๊อค Gimbal ไว้อยู่ เราจะไม่สามารถดันเปิดหน้าจอเป็นแนวนอนได้เลย (อย่าไปฝืนมัน เดี๋ยวหักนะ) หรือถ้าอยากฝืนเปิดกล้องด้วยการกดปุ่ม มันจะบอกว่า Gimbal Clamp Detected แล้วเปิดกล้องไปเลยเพื่อป้องกันความเสียหายกับมอเตอร์ได้

ปัญหาของ Gimbal Clamp ที่เจอคือ เวลาเราจะใช้กล้อง เราแกะออกมาแล้วเอาไปไว้ไหน กระเป๋าเหรอ หรือยังไง ? ถ้าเราพกกล้องเป็น Standalone แกะใส่กระเป๋ากางเกงเหรอ มันแอบเสี่ยง ๆ หายเหมือนกันนะ คิดว่า DJI ควรคิดถึงเรื่องนี้มากกว่านี้หน่อย เว้นแต่ อ่อ เราขายน่ะ ถ้าหาย ก็มาซื้อกับเราได้สิ เพิ่มกำไรเข้าไปอีกแหม่

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

บริเวณด้านหลังของ Gimbal เราจะเห็น Feature ใหม่ของ Pocket 4 มันจะมี Contact Pin 4 จุด สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่าง Fill Light ที่เดี๋ยวจะพูดถึงในส่วนอุปกรณ์เสริม และมันจะมีแม่เหล็กด้วย ทำให้การติดตั้งอุปกรณ์บริเวณนี้ง่ายมาก Snap ติดเข้าไปได้เลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ส่วนใต้เครื่อง จะเป็นช่องเสียบ USB-C ที่รองรับมาตรฐาน USB 3.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้การโอนถ่ายข้อมูลทำได้เร็วมาก ๆ

รวมแก๊งค์อุปกรณ์เสริมจาก Creator Combo

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

มาที่เหล่าอุปกรณ์เสริมที่ติดมาในชุด Creator Combo กันบ้าง บอกเลยว่า เขาใส่มากะให้เราใช้งานได้โดยแทบไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มแล้วละ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ชิ้นแรกคือ Handle ที่เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับตัวกล้องแล้ว มันจะทำให้ตัวกล้องยาวขึ้น จับถนัดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเราเลื่อนมือลงมาให้พอดีกับปุ่มควบคุมที่เราบ่นอยู่

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แต่อย่าลืมว่า Port USB-C มันอยู่ด้านล่าง ถ้าเราต่อตูดมัน เราก็จะเสียบไม่ได้สิ ไม่ต้องห่วง เขาคิดมาแล้ว เพราะด้านหลังของ Handle เขามี USB-C มาให้ด้วย และไม่ต้องกลัวว่า ความเร็ว และกำลังไฟชาร์จจะไม่เท่ากับ Port ที่อยู่ใต้ตัวเครื่องเลย เพราะเขาแค่ต่อ Port ออกมาเท่านั้นเอง

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ทำให้เราจะเห็นว่า ด้านบนส่วนที่ต่อกับตัวกล้องจะมี USB-C ที่จะเสียบเข้าไปกับใต้กล้องเท่านั้นเอง

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

อีก Feature ที่เขาใส่เข้ามาคือ Thread สำหรับหมุนมันเข้ากับขาตั้งกล้อง สำหรับใครที่ต้องการใส่มันกับขาตั้งกล้อง ก็ต้องเสียบ Handle แล้วค่อยเสียบเข้ากับขาตั้งกล้อง ไม่ว่าจะเป็นขาตั้งกล้องแบบ Full-Height หรือ Handheld ก็ได้หมดถ้าสดชื่น

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ไหน ๆ เขามี Thread มาให้ขนาดนี้แล้ว เขาก็ต้องมี Mini Tripod มาให้ สำหรับหมุนมันเข้าไปใน Thread ทำให้เราสามารถตั้งตัวกล้องที่ไหนก็ได้ โดยเมื่อมันหุบเก็บ เราจะเห็นเลยว่ามันเก็บเข้าไปได้สนิทเลย ทำให้เราสามารถใช้มันถือ และถ้าจะใช้งานก็แค่กางมันออกมา

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

เมื่อเรากางออกมา เราจะเห็นเได้เลยว่า มันไม่ได้มีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ วางบนโต๊ะกินข้าวไป Vlog ไป หรือจะวางไว้บนแท่นอะไรบางอย่าง เปิด Tracking แล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องมีตากล้องเลย เราก็ยังทำงานได้ ข้อเสียคือ ไม่สามารถปรับความสูงได้ ทำได้แค่ กาง หรือหุบ 0 กับ 1 เลยแค่นั้น

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ชิ้นต่อมาคือ Wide Angle Lens หรือบ้าน ๆ เราเรียกเลนส์ Wide ที่ทำให้มุมมองภาพกว้างมากกว่าเดิม

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

จากด้านบน เราจะเห็นว่า กำลังขยายมันคือ x0.75 เทียบกับระยะเลนส์ที่ 15mm เท่านั้น

เท่าที่เราทดลองมา มันน่าจะเหมาะกับเวลาเราใช้งานใน Frame ที่มีคนอยู่ 2 คนหรือมากกว่านั้น หากใช้งานคนเดียว ภาพที่ได้เราว่าแอบกว้างไปหน่อย และขอบ ๆ ภาพมันจะยืดอีก อาจจะต้องระวังเวลาใช้งานนิดนึง โดยเฉพาะหากมีคนอยู่ใน Frame เยอะ หรืออยู่ขอบ ๆ ภาพ หน้าอาจจะยืดได้

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

มาถึงของเล่นใหม่ใน Pocket 4 กัน คือ Fill Light เราคิดว่า DJI รู้ดีว่า คนเอากล้อง Pocket มาทำ Vlog กันเยอะมาก และปัญหาที่เจอกันคือ แสงไม่พอ ภาพที่ได้ออกมาค่อนข้างแย่เพราะ Sensor ขนาดเล็ก หรือถ้าจะติดไฟเข้าไปเอง มันก็จะทำไม่ได้เพราะติด Gimbal ในรอบนี้ DJI เลยออกไฟมาให้เลย และเราจะเห็นจากบริเวณหลอดไฟที่เขาทำมาเป็นเหมือน Soft Box มาให้แล้ว แสงที่ให้ออกมาเลยจะมีความนุ่มนวลพอสมควรเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

โดยตัวไฟมันจะติดกับตัวกล้องด้วย Connector ที่อยู่ด้านหลัง Gimbal ที่มันสามารถจ่ายไฟ และมี Data Pin สำหรับควบคุมการทำงานของไฟได้จากในกล้องเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

จากภาพด้านบน เราจะเห็นเว่า เราสามารถติดมันที่หลัง Gimbal ได้เลย และตัวไฟ เราสามารถปรับระดับความเอียงสูงได้ตามที่เราต้องการเลย ส่วนตัวเราจะปรับให้มันออกห่างมาหน่อย เพื่อกระจายแสงให้ฟุ้ง ๆ นิดนึง ถ้าเข้าใกล้ ๆ เยอะเกินเลย มันจะทั้งแสบตา และกลางหน้าจะสว่างเกินแปลก ๆ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ด้านบน จะมีปุ่มเล็ก ๆ 2 ปุ่มด้วยกัน คือปุ่มสำหรับปรับอุณหภูมิแสง และ ปรับความสว่าง ที่กดยากมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อเราเปิดใช้งานกล้องอยู่ ที่ถ้าเราออกแรงกด Gimbal มันจะนึกว่าเราไปขืนมัน มันก็จะสู้เรากลับ กลัว Gimbal จะพังเอาสักวัน

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

แต่ไม่ต้องกลัวไป เพราะเราสามารถปรับการตั้งค่าไฟ ได้ในตัวกล้องเลย โดยสามารถปรับ ทั้งความสว่าง ได้ 3 ระดับ คิดว่าถ้าเราถ่ายกลางคืน ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ไม่เกิน 2 แน่ ๆ ส่วน 3 เราคิดว่าสว่างไปสำหรับกลางคืน น่าจะเหมาะกับกลางวันที่เราถ่ายย้อนแสง และอยากรักษา Shadow/Highlight ระหว่างหน้าเราและข้างหลัง ส่วนอุณหภูมิแสง เราเลือกปรับได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ Cool ที่เป็นแสงขาวเลย ขึ้นมา Natural ที่จะติดเหลืองมากขึ้น คิดง่าย ๆ มันคือ Daylight เลย คนส่วนใหญ่น่าจะอยู่ตรงนี้แหละ และสุดท้ายคือ Warm มันจะออกส้มสุดเลย

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

เมื่อเราเอาของทั้งหมดใส่รวมกัน ก็บอกเลยว่า มันดู Practical ขึ้น จับถนัดขึ้นเยอะ ถ้าอยากจะตั้งกับโต๊ะ เราก็สามารถทำได้ หรือแสงน้อย ก็เปิดไฟได้เลย ถ้าเอาทั้งยวงนี้ใส่กระเป๋าไป ก็คือ เรียกว่า เป็น Quick Setup ที่ดีมาก ๆ หยิบขึ้นมา บิดจอทำงานได้เลยสะดวกมากจริง ๆ ติดอย่างเดียวเลย กระเป๋าที่เขามีมาให้มันใส่ Setup นี้ทั้งยวงเลยไม่ได้นี่แหละ ต้องแยกส่วน ไม่ก็หากระเป๋าอื่นที่ยาวพอ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ส่วน Microphone เขาให้ DJI Mic 3 มาในเซ็ตด้วย น้องอันเล็กมาก ๆ ใครที่เคยใช้อยู่แล้ว มันคือตัวเดียวกันเลย แค่ว่าตัวนี้เขาแถม Transmitter มาให้เราแค่ตัวเดียว

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ในเมื่อเขามี Transmitter มาให้ตัวเดียว ไม่มี Charging Case เขาเลยต้องแถมสายชาร์จมาให้ด้วย อันความว่า DJI Mic 3 นางเล็กมาก จนไม่สามารถทำช่อง USB-C เสียบได้ เลยจะต้องใช้สายชาร์จแม่เหล็กแบบนี้ ที่ทำได้ตั้งชาร์จ และส่งผ่านข้อมูลในตัวเลย ส่วนตัวเราไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะถ้าเกิดไม่ได้เอาสายไป หรือหายก็คือเกมเลยนะ ต่างจาก DJI Mic 2 ที่เราใช้เป็นประจำ อันนั้นคือมีช่อง USB-C เสียบชาร์จได้โดยตรงเลย ไม่เข้าใจว่า จะทำให้ยุ่งยากทำไม (อยากได้ไมค์จิ๋ว ๆ ไปเล่นใน Mic Mini โน้น มาทำรุ่นนี้ให้เล็กแล้วลำบากเพื่อ !!)

Sensor 1 นิ้ว ที่ไม่เหมือนเดิม

หากอ่านสเปก Sensor ของ Osmo Pocket 3 และ 4 เราก็จะพบว่ามันมีขนาดที่ 1 นิ้วเท่ากัน เราอาจจะคิดว่าภาพที่ออกมาจะแตกต่างกัน แต่บอกเลยว่า มันคือการเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลต่อคุณภาพที่ต่างกันพอสมควรเลย ในรุ่นก่อนจะใช้ BSI ขนาด 1 นิ้ว แต่รุ่นนี้ เขาเปลี่ยนมาใช้ Stacked CMOS ขนาด 1 นิ้วเท่านั้น ทำให้ Readout Speed พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก ๆ กวาดข้อมูล Pixel จากบนลงล่างได้เร็วกว่าเดิมมหาศาลมาก ๆ ผลที่เราได้เห็นคือ อาการ Rolling Shutter ลดลง

อีกจุดที่เพิ่มเข้ามาคือ ตัว Pocket 4 ได้รับการอัพเกรดให้ถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 4K/240 FPS ได้แล้ว จากเดิมที่ทำได้เพียง 4K/120FPS เท่านั้น นั่นแปลว่า Throughput ของกล้องจะต้องรองรับการไหลของข้อมูลได้เร็วขึ้น 2 เท่าตัวเลยทีเดียว การใช้ Stacked CMOS ที่มี DRAM ในตัว ช่วยพักข้อมูลมหาศาลนี้ก่อนส่งให้ ISP ทำงานต่อ ทำให้กล้องสามารถอัด Slow-Mo ระดับ 8x ได้โดยไม่ต้อง Crop Sensor หรือลด Bit-Depth ลงไปเลย

สำหรับสาย Colour Grading รอบนี้สนุกวก่าเดิม เขาใส่ D-Log มาให้แบบจริง ๆ จัง ๆ แล้ว รอบนี้กดไปเลย 10-bits ถ่ายเสร็จเอามาทำ Colour Grading ได้สวย ๆ เลย กับ Dynamic Range ทำได้กว้างขึ้นเป็น 14-stops นั่นหมายถึง มันสามารถรักษาความต่าง Highlight และ Shadow ได้ดีมากขึ้นเยอะ ทำให้ เมื่อเราถ่าย Vlog ตอนเดินอยู่กลางแดด ถึงหน้าจะสว่างพอดี แต่ท้องฟ้า ก็ไม่หายไป รวมกับ D-Log ทำให้การทำ Post ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ

Connectivity

ก่อนหน้านี้ เราอาจจะคุ้นเคยกับข้อจำกัดของ MicroSD Card แม้จะใช้การ์ดแรง ๆ อย่าง V60 หรือ V90 แต่ยังไง การส่งข้อมุลออกจาก SD Card ยังมี Overhead สูง และมักจะมีปัญหาความร้อนสะสมที่ตัวการ์ด เมื่อต้องเขียนไฟล์ High Bitrate ต่อเนื่องนาน ๆ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

การที่ Pocket 4 ใส่ Memory ความเร็วสูง 107 GB เข้ามา ตามกล้องใน Generation ปัจจุบันของ DJI ทำให้อัตราการอ่านและเขียนของมันพุ่งทะลุหลัก 800 MB/s ทำให้กล้องสามารถรองรับ 4K/240FPS ลง Memory ได้โดยทันที โดยไม่เจออาการ Frame Drop หรือ Buffer เต็ม

แต่ Internal Memory ความเร็วสูงมันจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าเราเราจะต้องใช้เวลาดึงไฟล์วีดีโอออกมาใช้เวลานานมาก ๆ ใน Pocket 4 เลยได้ Upgrade Port การเชื่อมต่อเป็น USB-C มาตรฐาน USB 3.1 เพื่อให้สามารถรีดความเร็วสูงสุดของ Internal Memory มาได้

นอกจากนั้น ในฝั่งของ Wireless ที่เราใช้ส่งไฟล์เข้า Smart Phone ได้มีการขยับมาใช้ Wi-Fi 6 ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ความเร็วที่สูงขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือ การจัดการคลื่นความถี่ ที่ทำให้มันมีเสถียรภาพสูงมากแม้อยู่ในพื้นที่ ๆ มีสัญญาณรบกวนเยอะ ๆ เราทดลองเทียบกันระหว่าง Pocket 2 และ 4 ในห้างที่มีสัญญาณ WiFi กวนเยอะมาก ตัว Pocket 4 สามารถทำความเร็วในการส่งข้อมูลได้เร็วกว่า และยังเชื่อมต่อติดได้ง่ายกว่า หลุดยากกว่าด้วย เรียกว่าถ้าออกงาน Event แล้วจะเอาไฟล์ต่อเข้า iPad ตัดต่อเลย โดยใช้ WiFi ก็คือสบาย ๆ เลย

DJI OsmoAudio โคตรแห่ง Ecosystem

ในอุปกรณ์ของ DJI รุ่นใหม่ ๆ เขาคิดมาโหดมาก เขาสร้าง DJI OsmoAudio ที่เป็น Product พวกกลุ่ม Microphone ขึ้นมา ถ้าทำได้แค่ต่อกับกล้องทั่ว ๆ ไปมันง่ายไป ไหน ๆ ตัวเองมีกล้องหลายแบบแล้ว เราก็ทำให้การเชื่อมต่อกับกล้องของตัวเองง่ายไปเลย

หากเราต้องการเชื่อมต่อ DJI Microphone เข้ากับกล้องปกติ เราจะต้องใช้ Receiver หรือตัวรับ เสียบเข้ากับกล้อง ที่ทำให้ Setup ใหญ่ขึ้นอีกนิดนึง แต่ไหน ๆ ตัวเองเป็นกล้องของ DJI แล้ว เขาเลยทำ Built-in Receiver ใส่เข้ามาเลย ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อ DJI Mic เข้าไปในกล้องโดยตรง โดยไม่ต้องเสียบ Receiver เพิ่ม ได้สูงสุดถึง 2 ตัวพร้อม ๆ กัน

2 ตัวที่ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็น DJI รุ่นเดียวกันด้วย ข้ามรุ่นเลยก็ยังได้ เราลองเอา DJI Mic 2 กับ DJI Mic 3 เชื่อมต่อเข้าไปคู่กัน ปรากฏว่าใช้งานได้แบบไม่มีปัญหาเลย แค่ Pair มันเข้ากับ Pocket 4 แค่นั้นเลย

คุณภาพภาพ และ วีดีโอ

หลังจากเราได้มาไม่กี่วัน งานแรกเลยเอาไปใช้กับงานเปิดตัวจอใหม่ของ BenQ แอบกล้าอยู่นะ แต่สภาพแสงวันนั้นมันอยู่ในอาคาร เลยคิดว่า ไม่น่าจะท้าทายขนาดนั้น เลยอะ จัดไป ผลที่ได้คือ เห้ยดีกว่าที่คิดมาก ๆ ส่วนนึง อาจจะเพราะว่า เรามาจาก Osmo Pocket 2 ที่ Sensor ขนาดต่างกันเยอะ คุณภาพที่ได้ออกมา มันเรียกว่าใช้งานได้จริง ในคลิป เราใช้สด ๆ เลย ตัดจาก LumaFusion บน iPad Pro แล้วอัด Voice Over จาก iPad Pro เครื่องเดิมนั่นเลย ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นเลยว่า มันเอามาทำงานได้จริง ๆ

ซีนที่ทำให้เรามั่นใจกับ Osmo Pocket 4 มากขึ้นเยอะคือ ซีนที่เป็น Presentation เราจะเห็นว่า ด้านหลังมันเป็นพื้นที่ Outdoor แดดแรงมาก ๆ เทียบกับ ภายในที่สว่างพอตัว แต่ก็สู้ข้างนอกไม่ได้ เรียกว่า เล่นกับ Dynamic Range จริง ๆ กล้องทำออกมาได้ดีมาก ๆ นึกว่าด้านนอก กับบน Projector จะ Clip หายไปหมดแล้ว พื้นหลังอยู่ครบ และบน Projector มี Clipping เล็กน้อยเท่านั้น และเก็บส่วนที่เป็นคนได้ครบถ้วน ดูจากรีวิวอื่น ๆ มา เขาบอกว่า ถ้าเราถ่ายด้วย D-Log แล้วเอามาทำ Colour Grading จะดันไปได้สูงสุดที่ 14-Stops ตามที่ DJI เคลม ไว้เดี๋ยวเราไปเที่ยวแล้วจะเอาไปลอง อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าจัดเต็ม ๆ มันจะไปได้ถึงไหนกัน

อีกส่วนคือใน ซีนแรกที่เป็นหน้าเราเอง มัน Render Skin Tone ดีกว่าเดิมมาก ๆ เราเคยใช้กล้องของ DJI รุ่นก่อน ๆ หน้ามาหลายตัว มันประสบปัญหา Skin Tone ออกเขียว ๆ อมเหลืองเหมือนเป็นดีซ่านเบา ๆ แต่ตัวนี้ทำมาออกแนวอมชมพู มีชีวิตชีวากว่ามาก ๆ และในคลิปเราใช้ Beauty Mode ในตัวด้วย ใช่แล้วละ รุ่นนี้เราสามารถใส่โหมดหน้าเนียนในกล้องได้เลย ไม่ต้องเอาเข้า App ของ DJI อีกแล้ว ผลที่ได้ก็ไม่เลวเท่าไหร่ อาจจะดูเวอร์ แต่เราสามารถรับ Intensity ได้ ไว้จะลองมากกว่านั้นหน่อย

อีกส่วนที่เราสงสัย คือ การถ่ายกลางคืน เรื่องนี้เป็นส่วนที่โทรศัพท์ลายตุยแน่นอน และไม่ได้คาดหวังกับ Osmo Pocket 4 เท่าไหร่ แต่ผลที่ได้ดีกว่าที่คิดมาก ๆ ภาพที่ได้ออกมา มันดูแทบไม่มี Noise และภาพก็ยังสว่างมาก ๆ อยู่ ส่วนที่เป็น Shadow ก็ยังอยู่ครบ ไม่เป็นวุ้นหายไป คิดว่า น่าจะเป็นเพราะ การเปลี่ยนมาใช้ Stacked CMOS Sensor รวมกับ NPU ในการทำ Noise Reduction ได้ดีขึ้น ยิ่งถ้าเราถ่าย Vlog กลางคืน อยากให้ภาพออกมาดีขึ้น เราจะเอาไฟมาติดก็ยังได้สบาย ๆ

ActiveTrack 7.0

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

อีกส่วนที่ทำให้ Osmo Pocket เจ๋งคือ การมี Gimbal ที่สามารถทำ Tracking ได้ นั่นแปลว่า เราสามารถวางมันเฉย ๆ และสั่งให้ติดตามหมุนตามเราไปเหมือนกับเรามีตากล้องตามเราอยู่ตลอดเวลาเลย ใน Osmo Pocket 4 นี้ได้อัพเกรดเทคโนโลยีนี้มาเป็น ActiveTrack 7.0 แล้ว

ความเจ๋งคือ ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ มันไม่ได้เป็นแค่การทำ Tweeking เท่านั้น แต่ว่ามันเป็นการยกระดับการประมวลผลไปสู่ Edge AI อย่างเต็มรูปแบบด้วยการอัพเกรด NPU ให้แรงมากขึ้น เพื่อจัดการกับงาน AI Vision โดยเฉพาะ มันจะเห็นผลชัด ๆ หากใน Scene มีคนเดินเยอะ ๆ หรือตัวแบบเดินหลบหลังวัตถุ แล้วเดินออกมา

ในรุ่นก่อนหน้า หากเจอ Scene ที่ซับซ้อนแบบนี้ มันจะไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ แต่ใน Version นี้ เขาทำได้เครื่องสามารถรับรู้โครงสร้างร่างกายของคน มันไม่ได้จำแค่เสื้อสีแดง หรือหน้าเราเท่านั้น แต่มันเข้าใจความสัมพันธ์ของร่างกาย ไหล่ แขน แบบ Realtime ทำให้ Track ได้แม่นยำกว่า แม้ว่าจะหันหลัง หรือใส่แว่นกันแดด

ส่วนตัวเรา เน้นใช้ Osmo Pocket สำหรับการ Vlog เท่านั้น ซึ่งมันจะไม่ได้เจอ Scene ที่ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น เราเลยลองแกล้งมันด้วยการ ให้เครื่องจำหน้าเราไว้ แล้วลองไปเจอ Scene ที่มีคนเดินผ่านตัดหน้าเราเยอะ ๆ กล้องมันก็ยังสามารถ Track ตามเราได้แบบลื่นไหลมาก ๆ แทบไม่หลุดเลย จะมีหลุดแค่จังหวะที่คนเดินตัดแล้วมันดันหยุดกลางหน้ากล้องสักแว่บเลย Tracking ถึงจะหลุด แต่พอคนเดินออกไปสั่ง Track ใหม่ ก็ยังทำงานได้ดีเหมือนเดิม

หรืออีก Scene เราลองสั่ง Track แล้วเดินเข้าไปหลังต้นไม้ เดินตัดไปตัดมา ซ้ายขวา มันก็ยัง Track ตามเราได้แบบเก่งมาก ๆ ถ้าเป็นรุ่นก่อนหน้าที่ไม่เข้าใจ Human Pose ก็น่าจะทำแบบนั้นได้ยากเหมือนกัน เพราะพอจังหวะที่เราหายไปหลังต้นไม้ Tracking มันจะหลุดทันที เพราะใน Frame นั้น มันไม่เห็นเราอยู่ใน Frame มันไม่รู้ว่าเราหายไปไหนด้วยซ้ำ

โดยรวม เราเลยรู้สึกว่า ActiveTrack 7.0 มันเข้ามาทำให้เราทำงานได้ง่ายกว่าเดิมกว่าเดิมมาก ๆ โดยเฉพาะเราเองที่ทำงานคนเดียว หลาย ๆ ครั้งเราออก Event เราจะต้องตั้งกล้องแล้วสั่งให้มัน Track จากนั้นเราก็จะพูด กล้องหันตามไป ในพื้นที่ ๆ มีคนเยอะ ๆ ลดโอกาสที่ถ่ายยังไม่ถึงไหนเลย กล้องไม่เล่นด้วยซะแล้ว

Charging

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ในการชาร์จตัวกล้อง มีทางเลือกเดียวคือ การเสียบสาย USB-C เข้าไป เหมือนโทรศัพท์ และอุปกรณ์อื่น ๆ เมื่อเราเสียบชาร์จเข้าไป บนหน้าจอจะแสดง Battery SoC ไว้ให้เราตลอดไม่ดับ เท่าที่เราทดลองเสียบกับ Anker Prime 250W มันบอกว่า ตัวกล้องชาร์จด้วยกำลังไฟประมาณ 20-25W ดังนั้น ถ้าอยากชาร์จเร็วสุด น่าจะต้องใช้ Adapter ราว ๆ 35W เป็นอย่างน้อย ทาง DJI เคลมว่า มันสามารถชาร์จจาก 0% ถึง 80% ได้ใน 18 นาที และต่อไปถึง 100% ในอีก 32 นาทีด้วยกัน

เราสังเกตว่า ตัวกล้องจับแล้วอุ่น ๆ ถึงเกือบ ๆ ร้อนพอสมควร ตอนเสียบชาร์จและกล้องปิดอยู่ ในขณะที่อยู่ในห้องแอร์ด้วย ทำให้เดาได้ว่า หากเราชาร์จข้างนอกที่ไม่มีแอร์ ตัวกล้องก็น่าจะร้อนอยู่พอสมควรเลย คิดว่าอาจจะต้องระวัง ไม่แน่ใจว่า ชาร์จไปมันจะมีอาการ Overheat หรือไม่ ถ้าได้ไปลองแล้วจะมาบอกอีกที

ถ้าถือรุ่นเก่าอยู่ ควรไปต่อมั้ย ?

มาถึงคำถามสำคัญกันแล้ว ถ้าเราถือรุ่นเก่าอยู่ เราควรจะเปลี่ยน หรือยังไงดี สำหรับเราคิดว่า หากเราถือ Pocket 2 หรือลงไปอีก และคิดว่าเราจะได้ใช้ประโยชน์จากกล้องประเภทนี้ คิดว่าก็น่าเปลี่ยนมาก ๆ เพราะมันกลายเป็น Major Upgrade แบบมาก ๆ Sensor ที่ขนาดใหญ่ขึ้น และคุณภาพไฟล์ที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด แถมราคาเปิดตัวมา ถือว่า ไม่แย่เลยนะ เราคิดว่าถ้าได้ใช้งานบ่อย ๆ มันคุ้มมาก ๆ

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

ส่วนถ้าเราถือ Pocket 3 อาจจะต้องคิดนิดนึง Sensor ขนาด 1 นิ้วเท่ากัน หลาย ๆ อย่างมันใกล้กันมาก ๆ ทำให้เหตุที่เราจะเปลี่ยน น่าจะเกี่ยวกับ Feature ใหม่แล้วละ ถ้าคิดว่า Feature ใหม่ เช่น Dynamic Range ที่เพิ่มขึ้น, ระบบ Tracking ที่แม่นยำมากขึ้น และการถ่าย Slow Motion แบบแน่น ๆ 4K 240 FPS หากใช้งานหรือต้องการ Feature พวกนี้ การอัพเกรดขึ้นไปที่ Pocket 4 บอกเลยว่าคุ้ม แต่ถ้าไม่ เราก็ยังคิดว่า ถือ Pocket 3 ต่อไป แล้วอาจจะรอ Pocket 5 ในอนาคตอีกสัก 2-3 ปี ก็ยังไม่สาย เพราะ Pocket 4 มันไม่ได้ กระโดดไกลขนาดนั้น

สรุป

รีวิว DJI Osmo Pocket 4 เหมือนจะไม่ต่างเยอะ แต่เยอะกว่าที่คิด

DJI Osmo Pocket 4 เป็น Vlog Camera รุ่นใหม่จาก DJI ที่น่าสนใจมาก ๆ ใส่ Feature หลาย ๆ อย่างเข้ามาเพิ่มเติม ส่วนที่ดีอยู่แล้วก็ได้รับการพัฒนามันขึ้นไปอีก เช่น ActiveTrack 7.0 ที่ Track คน และวัตถุต่าง ๆ ได้ดีขึ้นมาก ๆ ลดความวืดได้ได้เยอะ ลดความกังวลในการทำงานคนเดียวได้ดีมาก ๆ และ Feature ใหม่อย่าง Internal Storage ความเร็วสูง ที่ทำให้เราสามารถถ่ายโอนไฟล์ออกจากกล้องได้เร็วมาก ๆ ล่นเวลาตอน Ingest Footage ไปได้เยอะ โดยเฉพาะเวลาเราออกไปถ่าย Event หรือไปทริปหลาย ๆ วัน ที่มี Footage เยอะมาก ๆ ขนาดหลัก 100 GB + และที่สำคัญ เราชอบมาก ๆ อย่าง Fill Light ที่ทำให้การถ่ายกลางคืน กับย้อนแสงทำได้ดีมาก ๆ Setup ก็ง่าย แม่เหล็กแปะมันเข้ากับกล้องได้เลย ไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติมด้วยซ้ำ ดังนั้น เราคิดว่า ถ้าใครกำลังมองหา Vlog Camera หรือกล้องอเนกประสงค์สำหรับไปเที่ยว DJI Osmo Pocket 4 เป็นกล้องที่น่าสนใจมาก ๆ

ในประเทศไทย มีขายอยู่ 2 Version คือ Standard และ Creator Combo โดยตัวที่เราเอามาเล่าคือ Creator Combo ที่เขาจะมีอุปกรณ์เสริมมาให้ เรียกว่า แกะกล่อง ชาร์จ ก็พร้อมทำงานเลย ในราคาเปิดตัว 18,900 บาท แต่ถ้าเราอยากได้แค่ตัว Pocket 4, Handle และสายคล้อง แค่นั้น ไม่อยากได้อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เลย Standard เปิดราคาที่ 15,900 บาท ห่างกัน 3,000 บาทด้วยกัน ต้องลองไปชั่งน้ำหนักกันดูว่า จะไปทางไหนดี (แต่ถ้าเอาแนะนำไป Creator Combo เลย คุ้มชิบหาย !!)