รีวิว Anker Prime Charger เครื่องชาร์จ 250W ชาร์จได้ทุกอย่างคุมผ่าน App ได้
By Arnon Puitrakul - 31 สิงหาคม 2025
หลังจากรอบก่อน เรารีวิวของจาก Anker ไป 2 ชิ้นแล้ว แน่นอนว่า เราก็ยังไม่หยุดง่าย ๆ วันนี้เรากดมา Charger ขนาดใหญ่มาใช้งานฉ่ำ กับ Anker Prime Charger 250W ที่เรียกได้ว่าชาร์จทุกอย่างพร้อมกัน กับ Anker Prime Charger 250W
Anker Prime Charger 250W

เมื่อเราเอาออกจากกล่อง มันจะถูกห่ออยู่ในกระดาษอย่างดี เพื่อลดโอกาสที่มันจะมีรอยขีดข่วนระหว่างการขนส่ง

เมื่อเราแกะกระดาษออกมา เราจะพบกับ Charger ตัวมันทำจากโลหะ ที่เขามีการทำพื้นผิวเป็นเส้น ๆ จับแล้วรู้สึกดีมาก ๆ และด้านบนมี Logo ของ Anker อยู่เป็นโลหะเงา ๆ

ด้านหลังที่วางกับโต๊ะเขาจะมีรายละเอียดกำลังไฟที่สามารถจ่ายได้ในแต่ละช่อง รวมไปถึงเท้าที่ทำจากยาง เพื่อให้มันไม่ลื่นเวลาเราต้องดันสายเสียบเข้าไปในช่องนั่นเอง

ด้านหลังจะเป็นช่องสำหรับเสียบไฟ

ด้านข้างมันก็จะเป็นโลหะ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น มาเรียบ ๆ

ด้านข้างอีกข้าง จะมีช่องเสียบ USB-A ทั้งหมด 2 ช่อง สำหรับเสียบอุปกรณ์ที่ต้องการกำลังไฟต่ำ ๆ เพราะรวมกันมันได้แค่ 22.5W เท่านั้นเอง และด้านซ้ายสุดมี Knob สำหรับหมุนเพื่อ Navigate ไปตามเมนูต่าง ๆ

Knob อันนี้มันทำมาดีมาก ๆ เลย คือ มันมีน้ำหนัก กับมีกลไกที่ ไม่ได้หมุนฟรี ได้ลองหมุนแล้วมันรู้สึกถึงความ Premium

และด้านหน้า ส่วนสำคัญเลยคือ ช่องเสียบ USB-C 4 ช่อง ที่ช่องแรก 140W และช่องที่เหลือจะได้ 100W และส่วนที่เจ๋งมาก ๆ คือหน้าจอด้านบน ที่จะแสดงกำลังไฟที่กำลังจ่ายอยู่ และด้านบนซ้ายจะแสดงสถานะ WiFi และด้านขวาบนแสดงสถานะระบบป้องกัน
Connectivity & Application

หนึ่งในความสามารถของ Charger ตัวนี้ ที่ตอนแรก เรา งง มาก ๆ คือ มันต่อ WiFi และตั้งค่าการทำงานผ่าน Application ได้เฉยเลย เริ่มจากเข้าไปเปิด WiFi ใน Settings

จากนั้นใน Anker Application ให้เรากด Add Device ตัว Charger มันก็จะขึ้นมาให้เรากด เพื่อเพิ่มลงไปใน Account ของเราทันที

โดยใน Anker Application เราสามารถ Monitor การทำงานของ Charger ได้ ตั้งแต่ว่า แต่ละ Port มีการจ่ายไฟอยู่เท่าไหร่บ้าง และมีการแสดง Real-time Data ของกำลังไฟที่กำลังจ่ายให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ด้วย และที่สำคัญ เราสามารถตั้งค่า การเปิด/ปิด Port ต่าง ๆ หรือกระทั่งตั้งเวลาได้ด้วย เช่น เราบอกว่า เราไม่อยากให้โทรศัพท์ชาร์จเต็ม 100% นานเกินไป งั้นเราก็แค่ตั้งเวลาไว้สัก 2 ชั่วโมงก่อนตื่น แล้วค่อยเริ่มชาร์จ พอเราตื่น อาบน้ำเสร็จออกมา แบตโทรศัพท์ เราก็เต็มพอดี ในขณะที่เราก็ยังสามารถถนอมแบตได้อีกด้วย

นอกจากนั้น เรายังสามารถเข้ามาตั้งค่าโหมดการชาร์จได้ด้วย โดยค่าพื้นฐาน มันจะเป็น AI Power Mode คือ มันจะจัดการกำลังไฟจากอุปกรณ์ที่เสียบเข้าไปว่าช่องไหนต้องการกำลังสูงมันก็จะวิ่งไปที่ช่องนั้นเยอะ หรือ เราสามารถตั้งค่าเป็น Port ได้เลยว่า Port ไหนจะได้รับความสำคัญมากกว่ากัน หรือ Dual Laptop Mode ที่มันจะจ่ายช่อง 1,2 เป็นกำลังไฟสูง ช่องละ 70W สำหรับเสียบชาร์จ Laptop และที่เหลือจะได้กำลังไฟลดหลั่นลงไป และสุดท้ายคือ Low Current Mode คือ เน้นจ่ายไฟกำลังต่ำ เพื่อรักษา Battery ก็ได้เหมือนกัน

และสุดท้ายคือ อย่างที่บอกว่า หน้าจอของมันสามารถตั้งค่าเพื่อให้มันแสดงผลนาฬิกาได้ หากเราตั้งค่าในตัว Charger เลย มันจะมีอยู่ไม่กี่แบบเท่านั้น แต่ถ้าเราตั้งค่าผ่าน App มันจะมีรูปแบบอื่น ๆ ให้เราเลือกอีกเยอะมาก ก็ถ้าใครชอบแบบไหนก็ลองมาเลือกเอาได้ ส่วนตัวเรามองว่า การที่มันมี Application มันทำให้เราสามารถ Monitor การทำงาน และตั้งค่า Charger ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะมากจริง ๆ
การใช้งานจริง

สำหรับการใช้งาน เรามองว่า มันเป็น Charger ที่เจ๋งมาก ๆ มันสามารถรองรับ Fast Charging Protocol ได้น่าจะทุกรูปแบบเลยละ ไม่ว่าเราจะเสียบอุปกรณ์แบบไหนเข้าไป มันได้ Fast Charge หมดเลย นอกจากนั้น บนโต๊ะเรามีอุปกรณ์ที่ต้องเสียบชาร์จไฟผ่าน USB เยอะมาก ๆ เมื่อก่อน เราจะต้องใช้ Adapter ประมาณ 3-4 อัน เพื่อจะจ่ายไฟให้อุปกรณ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้เรามีแค่ Anker Prime Charger 250W ตัวเดียว กินหัวปลั๊กอันเดียว เดินสายไฟเส้นเดียว จัดระเบียบสายง่ายกว่าเดิมมาก ๆ เราก็สามารถชาร์จอุปกรณ์ทั้งหมดบนโต๊ะของเราได้หมดเลย ตั้งแต่พวก Mouse, Keyboard จนไปถึงไฟ Studio ที่มันกินตัวละ 60W มันสามารถทำงานได้สบาย ๆ เลยละ
เราว่า ที่เรารู้สึกว่า มันกินไฟเยอะมากสุด ๆ และใช้คุ้มมาก ๆ คือ เราชาร์จ Power Bank กินกำลังประมาณ 90W กว่า ๆ และเราก็เสียบชาร์จ Macbook Pro 14-inch ไปด้วยกัน มันกินกำลังไปราว ๆ 180-190W ได้เลย นี่ยังไม่รวมไฟ Studio ที่เราเปิดช่อง C3 และ C4 เพื่อชาร์จแบตก็กินอีก 40-50W รวมทั้งหมด เกือบเต็ม 250W เท่าที่ Adapter ตัวนี้มันจะทำงานได้ไหวแล้ว
แต่ถึงแม้ว่า เราจะชาร์จมันเต็มกำลังอย่างต่อเนื่อง แต่ Charger ลูกนี้แทบไม่ร้อนเลย เราจับ ๆ ดู มันก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่เราคิดเลย เดาว่า น่าจะเป็นเพราะขนาดของมันที่ใหญ่สำหรับตั้งโต๊ะเลยทำให้มันมีพื้นที่สำหรับการระบายความร้อนเยอะแหละ รันเกือบเต็มกำลังขนาดนั้นมันยังรอดได้สบาย ๆ เทียบกับ GaN Charger อันเล็ก ๆ สำหรับเดินทางที่แค่ชาร์จ Macbook Pro มันก็ร้อนจะแย่แล้ว บอกเลยว่า มันต่างกันมาก ๆ
เรื่องที่เราอยากจะติหน่อยคือ ด้านหน้ามี Type-C ให้เสียบทั้งหมด 4 ช่อง เอาจริงมันก็ดีแหละ แต่เราอยากให้มีช่องเสียบด้านหลังด้วย สำหรับอุปกรณ์ที่เราไม่อยากจะโชว์ว่าเราเสียบอยู่ เช่นพวกอุปกรณ์บนโต๊ะต่าง ๆ เราจะได้เสียบไว้ด้านหลังได้อีก กับมันจะดีกว่านี้อีก ถ้าเกิด เขาใส่สายมาให้เหมือนกับ Power Bank ด้วย เพราะเราบอกเลยว่า การที่ด้านหน้ามันเสียบอุปกรณ์ได้ 4 ช่องพร้อม ๆ กัน ถ้าเราเสียบหมดทุกช่องพร้อม ๆ กัน ด้านหน้าของ Charger มันดูรกสุด ๆ อาจจะทำให้ดูไม่เรียบร้อยเท่าไหร่
สรุป

Anker Prime Charger 250W เป็น Charger อันนึงที่เราแนะนำมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องเสียบชาร์จอุปกรณ์กำลังไฟสูงหลาย ๆ อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน บ่อย ๆ เช่น Laptop หลาย ๆ เครื่อง หรือถ้าต้องมี Charging Station สำหรับเสียบชาร์จอุปกรณ์พวกกล้อง และโดรนต่าง ๆ เราว่ามันก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ส่วนคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ใช้ลังไฟสูง ๆ หลัก 250W เรามองว่า ประหยัดงบ แล้วไปซื้อ Charger ตัวที่เล็กกว่านี้เสียบกับปลั๊กไว้น่าจะราคาดีกว่าเยอะเลย



