รีวิว Anker Laptop Power Bank A1695 มีสายในตัว ครบจบในตัวเดียว
By Arnon Puitrakul - 09 สิงหาคม 2025
ก่อนหน้านี้ไปญี่ปุ่น โดนเพื่อนป้ายยา Powerbank ของ Anker มา เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมหารุ่นที่เข้ากับการใช้งานของเรา จนไปเจอรุ่นนึงที่พึ่งเปิดตัวในงาน CES 2025 ที่ผ่านมา เหมาะกับเราที่ใช้งาน Laptop และ iPad สุด ๆ กับ Anker Laptop Power Bank A1695 จะเป็นยังไง ไปอ่านได้ในรีวิวนี้เลย
Unboxing

ตัวกล่อง มาเป็นกล่องกระดาษทั่ว ๆ ไป คุณภาพโดยรวม ถือว่าดูโอเค ไม่ได้แย่มาแนวกระดาษรักษ์โลก แต่พิมพ์มาอย่างเต็มที่เลย ด้านหน้าจะมีรูปของตัว Powebank เอง และด้านล่างจะมีชื่อรุ่นอยู่

ด้านข้างนึงจะมีบอกว่า มันรองรับอุปกรณ์อะไรบ้าง ซึ่งเอาจริง ๆ Powerbank ถ้ามีสายมาเสียบก็ใช้งานได้หมดแหละ ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น

และอีกข้างเป็นสเปกของ Powerbank ว่า มีขนาดความจุที่ 25,000 mAh ฝั่ง Input ที่ชาร์จเข้า สามารถรองรับได้สูงสุด 100W และ Output จ่ายไฟออกได้สูงสุด 165W

ด้านหลังเป็นพวกสรรพคุณทั้งหลายของ Powerbank ตัวนี้

เรื่องที่เราชอบมาก ๆ และจะชมทุกครั้งที่ใครออกแบบ Packaging แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือเพิ่มเติมในการแกะ

เขามี Pull Tab ให้เราสามารถดึงแกะตามลูกศรได้เลย ไม่ต้องมานั่งเอาคัตเตอร์กรีดนั่นนี่แล้ว ดีมากจริง ๆ

เปิดกล่องออกมา เราจะพบกล่องอีกกล่องอยู่ภายในอีกที

เมื่อดึงกล่องออกมา เราจะพบกับ Power Bank ของเราถูกห่ออยู่ในห่อพลาสติกอย่างดี เนียบเลยละ โดยเขาจะคลุมมาแค่ตัว Power Bank ส่วนสายคล้องจะไม่ได้ถูกห่อมาด้วย แต่คิดว่า ถึงมันจะไม่ได้ห่อ ก็น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเป็นรอยอะไรอย่างแน่นอน เพราะมันเป็น Nylon ถักมา ยังไงก็ไม่น่าจะมีรอยจากการขูดขีดของภายในกล่องนี้หรอก
Anker Laptop Power Bank A1695

Anker Laptop Power Bank A1695 เป็น Power Bank ความจุ 25,000 mAh แมร่งเป็นเลขที่บอกอะไรไม่ได้เลย ต้องคำนวณกลับมาเป็นค่าพลังงานที่เก็บได้จริง จะอยู่ที่ 90Wh ถือว่าเป็นขนาดที่ไม่เลวเลย สำหรับการเอามาชาร์จ Laptop เช่น Macbook Pro 14-inch เราจะสามารถชาร์จได้ประมาณรอบกว่า ๆ เลย (แต่เอาเข้าจริงมันไม่ถึงหรอก เพราะ เวลาใช้งานจริงมี Loss ในระบบ และ เราใช้งานไปด้วย มันก็จะกินพลังงานไปด้วย)
จากภาพเราจะเห็นว่ามันขนาดไม่ใหญ่มาก แต่จริง ๆ แล้ว ขนาดมันประมาณกระป๋องน้ำอัดลมเลยนะ หนักเกือบ ๆ 600g ถือว่า ไม่แย่เลยสำหรับ Power Bank ความจุพลังงานมากขนาดนี้ ตัวของมันทำจากพลาสติก ABS อย่างดี จับแล้วรู้สึกแน่น ไม่มีความเอี๊ยด ๆ จากงานประกอบใด ๆ ทั้งสิ้น ด้านหน้าของมัน เราจะเห็น Logo ของ Anker พิมพ์อยู่ด้านล่าง และด้านบนสีดำ ๆ จะทำจากพลาสติกเงาใส ที่ด้านในจะมีหน้าจอสำหรับแสดงผลอยู่

หากเราซื้อตัวใหม่มา น้องเขาจะติดฟิล์มสำหรับป้องกันรอยระหว่างการขนส่งมาให้เรา แนะนำว่า ให้แกะออกด้วยเด้อ เพราะ Power Bank พวกนี้ เราใช้งานแล้วอาจจะมีความร้อนสะสม ใช้ไปนาน ๆ เราไม่รู้ว่า พลาสติกนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง ดังนั้น เขาแนะนำให้แกะ ก็แกะออกเนอะ

ด้านหลัง เรียบ ๆ ไม่มีอะไร เว้นด้านล่าง จะมีเขียนความจุเป็น mAh และ พลังงานในหน่วย Wh มาให้เราเลย เผื่อเราใช้เดินทางขึ้นเครื่องบินไปด้วย ความจุของตัวนี้เราสามารถถือขึ้นเครื่องบินได้ พอมี Label ไว้ เวลาผ่าน Inspector จะได้ผ่านได้ง่าย ๆ

ด้านข้างนึงจะมีสกรีนไว้ว่า 165W เป็นการบอกสเปกของ Power Bank ตัวนี้ว่า มันรองรับการจ่ายไฟออกสูงสุดถึง 165W เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ เรียกว่า แทบจะชาร์จ Laptop 2 ตัวพร้อม ๆ กันได้แล้ว ใน Power Bank ขนาดเท่ากระป๋องน้ำอัดลมเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีของ Power Bank มันจะไปไกลได้ขนาดนี้

อีกข้าง ด้านบน จะมีปุ่มกดสำหรับการเข้าถึงเมนูต่าง ๆ ไว้จะมาพูดถึงตอนการใช้งาน และด้านล่างจะมีช่องสำหรับเสียบสายคือ USB-C ที่รองรับทั้งการจ่ายไฟเข้า และ ไฟออก และ USB-A สำหรับการเสียบชาร์จอุปกรณ์กำลังไฟต่ำ ๆ หน่อย

ขวามือ เราจะเห็น Loop เหมือนที่ห้อย ตามสเปกบอกว่า มันสามารถรับน้ำหนักได้ 44 lbs หรือ ราว ๆ 19.96 กิโลกรรมเลยทีเดียว เท่าที่ไปดูในต่างประเทศ เห็นเอามาทดสอบด้วยการลากตุ้มน้ำหนัก ออกมามันก็ยังชาร์จได้อยู่เหมือนเดิม คาดว่าเป็นเพราะเขาทำจาก Nylon ถักอย่างดี เหมือนที่เราเห็นตามพวกสาย USB ถึก ๆ ทั้งหลาย ดังนั้น เราสามารถเอามันไปห้อยกับกระเป๋า เวลาใช้งานจะได้สะดวก ๆ หน่อยก็ได้เหมือนกัน

แต่นี่ไม่ใช่ที่ห้อยธรรมดา เพราะมันเป็นสาย USB-C ด้วย ใช่แล้วเราสามารถสไลด์มันขึ้นมา แล้วเอาไปเสียบเข้ากับอุปกรณ์เพื่อชาร์จได้เลย พอเราใช้งานเสร็จ เราแค่สไลด์มันเข้าไปก็เก็บ

ถ้าเราดูที่สาย มันจะเขียนไว้ว่า C2 In/Out หมายความว่า เราสามารถใช้สายเส้นนี้ เพื่อจ่ายไฟออกไปที่อุปกรณ์ และ ชาร์จไฟเข้าไปที่ Power Bank ได้ทั้งคู่

โดยสายตัวนี้ ความยาวประมาณ 30cm ถือว่ายาวมากพอที่จะเสียบอุปกรณ์ใกล้ ๆ ได้สบาย ๆ เช่น เราเองชอบเอามาวางข้าง Macbook ตั้ง Powerbank และเสียบใช้งานได้สบาย ๆ เลยละ

เรียบร้อย กลไกมันง่ายมาก ๆ ไม่ได้มีสลักให้กดอะไรทั้งสิ้น แค่เสียบเข้าไป ตอนแรกกังวลเรื่องความแข็งแรง แต่พอได้ลองใช้แล้ว เออ มันดีกว่าที่คิดจริง ๆ เป็นไอเดียที่โคตรดี

ด้านบน ก็เป็นพลาสติกเหมือนกัน แต่ทำเป็นลายเส้น ๆ เราไม่แน่ใจว่า มันเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ผิวระบายความร้อนด้วยมั้ย เดาว่า ไม่น่าแหละ น่าจะแค่ความส่วนงามเท่านั้น เพราะเวลาเราใช้งานจริง บริเวณนี้จะไม่ได้ร้อนเลย เย็นเฉียบเลยละ และเราจะเห็นเหมือนหัว USB-C อยู่

ไอ้นี่แหละ Highlight ของ Powerbank ตัวนี้เลย คือสายที่อยู่ด้านบน เราสามารถดึงออกมาเพื่อเพิ่มความยาวในการใช้งานได้ โดยเขาใส่สายความยาวประมาณ 70cm มาให้เราด้วย ความเจ๋งมันอยู่ที่ สายนี้เราสามารถดึงลากมันออกมา เมื่อใช้เสร็จ ก็กระตุกมันทีนึง มันก็จะหดกลับเข้าไปเก็บใน Power Bank เองเลย แมร่งคือ นงัดตกรรม ที่เราถูกใจมาก ๆ และแน่นอนว่า สายตัวนี้ เหมือนกับสายอีกเส้นเลยคือ ทำได้ทั้งรับไฟเข้า และ จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์

อีก Highlight ของผลิตภัณฑ์ของ Anker คือการใส่หน้าจอแสดงผลเข้าไปด้วย โดยพื้นฐานหากเรากดที่ปุ่มด้านข้าง หน้าจอแสดงผลจะติดขึ้นมา หน้าแรกแสดงผลระดับพลังงานที่เหลืออยู่ เช่นเมื่อแกะกล่องออกมา เขาจะชาร์จมาให้เรา 20%

ถ้าเรากดปุ่มด้านข้าง 2 ครั้งเร็ว ๆ มันจะมีจุดฟ้า ๆ ขึ้นที่ขวาบนของหน้าจอ เป็นการเปิดโหมด Low-Power Mode บนช่อง USB-A สำหรับการชาร์จอุปกรณ์ที่กินกำลังไฟน้อย ๆ เช่นนาฬิกา และอุปกรณ์ขนาดเล็กต่าง ๆ เพราะถ้าเราไม่เปิดและเสียบชาร์จกำลังไฟต่ำ ๆ มันจะนึกว่ามันไม่มีการใช้งาน และตัดไฟ การเปิดโหมดจะป้องกันไม่ให้ Power Bank ปิดหนีนั่นเอง

กดปุ่มด้านข้างทีนึง มันจะเปลี่ยนหน้าไปเป็น กำลังไฟที่แต่ละช่องกำลังจ่ายอยู่ มันสามารถอ่านได้แบบ Real-time เลยนะ เจ๋งมาก ๆ

กดปุ่มด้านข้างอีกที มันจะเลื่อนไปที่หน้า Battery Temperature หรือ อุณหภูมิของแบต โดย Power Bank ตัวนี้ เขามีเทคโนโลยี Active Shield 2.0 ที่จะมี Sensor สำหรับการตรวจสอบอุณหภูมิของ Battery ตลอดเวลา หากมันร้อนเกินไปมันจะเข้าสู่ Active Cooling Mode ลดกำลังไป หรือถ้าร้อนมากสุดจริง ๆ มันก็จะไม่ยอมจ่ายไฟเลยทีเดียว ถือว่าเป็นเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และ การยืดอายุการใช้งาน Battery ที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะรุ่นที่จ่ายกำลังไฟสูง ๆ ได้

กดอีกที มันจะแสดงผลพวก Battery Health และ Cycle Count ด้วย เป็นอีกข้อมูลที่ดีมาก ๆ เพราะก่อนหน้านี้ เรามี Power Bank มาเยอะมาก ใช้ไปนาน ๆ เราไม่รู้เลยว่า สุขภาพตอนนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง
การใช้งาน

หลังจากเราใช้งาน Power Bank ตัวนี้มา เรารู้สึกว่า มันไม่เหมือน Power Bank ตัวอื่น ๆ ที่เราใช้งานมาเลย มันไม่ได้แค่เป็น Battery ที่มีวงจร และหัวเสียบจ่ายไฟเฉย ๆ แต่มันดูถูกคิดถึง Use Case ของการใช้งานในลักษณะต่าง ๆ มา และการที่มันมีสายในตัวมันเพิ่มความสะดวกในการพกพาให้เรามาก ๆ

มันทำให้เราสามารถพก แค่ Power Bank กับ Adapter กำลังสูง ๆ สักตัว ไม่ต้องมานั่งม้วนสายให้พะรุงพะรังเลย หย่อนของ 2 ชิ้นลงกระเป๋าไปได้เลย ตอนใช้งาน หากเราต้องการใช้งาน 2 อุปกรณ์พร้อมกัน เราก็สามารถใช้สายในตัวทั้งสองเส้นเสียบเข้ากับอุปกรณ์ได้เลย หรือถ้าต้องการชาร์จ Power Bank เข้าไปด้วย เราแค่เสียบสายเส้นนึงเข้ากับ Adapter และชาร์จได้อีก เราว่า จุดนี้แหละ มันคือจุดที่เรารู้สึกถูกใจมาก ๆ
คิดภาพว่า เวลาเราไปเที่ยว มันทำให้เรามั่นใจว่า เรามีแบตมากพอที่จะใช้งานจนหมดวันได้ และ เวลาเราถึงโรงแรม เราแค่เอา Power Bank เสียบเข้ากับ Adapter ด้วยสายเส้นยาว และเส้นสั้น เราเสียบมันเข้ากับ Wireless Charging Station ที่พับได้ ก็จะทำให้เราไม่ต้องพกสายเพิ่มสักเส้น แต่เราชาร์จ โทรศัพท์, Apple Watch และหูฟังได้ หรือถ้าต้องการชาร์จกล้องด้วย ก็หาเส้นเล็ก ๆ อีกเส้นเสียบเข้า Power Bank ได้เลย

ตัวอย่างด้านบนนี้ เราเสียบ C1 หรือตัวสายยืด ๆ เข้ากับ iPad Pro M4 และ C2 ที่เป็นสายสั้นเข้ากับ Macbook Pro 14-inch เราจะเห็นได้เลยว่า Powerbank มันสามารถจ่ายไฟกำลังสูงมากพอที่จะชาร์จอุปกรณ์ทั้งสองได้เต็มกำลังที่มันรับได้พร้อม ๆ กันไปเลย
มันรองรับ Passthrough Mode ด้วย หมายความว่า เราสามารถชาร์จ Power Bank ไปพร้อม ๆ กับชาร์จอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ด้วย โดยมันจะจ่ายไฟเข้าให้กับอุปกรณ์ที่เราเสียบเข้าไปก่อน และไฟที่เหลือ มันค่อยจ่ายเข้าไปชาร์จ Power Bank อีกที เท่าที่ทดสอบการใช้งานคือ มันทำงานได้ดีมาก ๆ แต่มีข้อสังเกตอยู่ที่ถ้ากำลังไฟที่อุปกรณ์ต้องการมันมากกว่า ที่ Adapter สามารถจ่ายเข้ามาให้ได้ มันจะไม่ชาร์จเข้า Power Bank และ ไม่ดึงไฟจาก Power Bank มาช่วยให้ไฟจ่ายไฟเข้าอุปกรณ์เต็มด้วยนะ เรียกว่าเป็น Passthrough Mode จริง ๆ เลย
ข้อสังเกตที่พบอีกอย่างคือ ถ้าแบตอยู่ต่ำกว่า 10% มันจะไม่สามารถจ่ายกำลังไฟได้เต็ม เราทดสอบโดยการชาร์จ Macbook Pro มันรายงานว่า จ่ายไฟได้ 86-89W ก็คือ เต็ม Max ที่ 90W ของ Macbook Pro แต่พอแบตเหลือตั้งแต่ 10% ไป มันลดกำลังเหลือ 50-53W โดยที่แบต Macbook Pro มันยังไม่ถึง 80% ด้วยซ้ำ แปลว่า มันมีข้อจำกัดตรงนี้อยู่ด้วย
ความร้อน 🔥 คือ ข้อจำกัด

ดูจากกำลังการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ถึง 165W และชาร์จกลับเข้าไปได้ถึง 100W จะบอกว่านั่นเป็นเพียงแค่กำลังสูงสุดเท่านั้น มันไม่ได้เป็นแบบนั้นในทุกสถานการณ์นะ ต้องขอบคุณ Active Shield 2.0 ที่พยายามเฝ้าไม่ให้อุณหภูมิของ Battery ร้อนเกินไป แต่มันทำให้เราเห็นข้อจำกัดที่อยากให้รู้
อย่างแรกคือ เวลาเราเสียบชาร์จไฟออกด้วยกำลังสัก 120W แบบที่เราชาร์จ Macbook Pro 14-inch พร้อมกับ iPad Pro M4 กินกำลังไฟราว ๆ 120W เริ่มต้นมันรายงานว่า แบตอุณหภูมิ 22 องศา แต่พอเราชาร์จไปสัก 30 นาที แบตร้อนไปได้ถึง 36 องศา และเข้าสู่ Active Cooling Mode ที่มันจะลดกำลังไฟลงไปรวม ๆ กันเหลือประมาณ 50W เท่านั้น และหากเราใช้งานไปเรื่อย ๆ เอาจนหมดเลย ตอนนั้นอุณหภูมิขึ้นไป 38 องศากว่า ๆ ตัวแบตมันเข้า Non-Recharge Mode เลย นั่นคือ มันจะไม่ยอมรับไฟเข้าและออกเลย ต้องรอสัก 10-15 นาทีในห้องแอร์ 25 องศา เพื่อให้มันเย็นตัวลงจนถึงประมาณ 35 องศาถึงจะเริ่มชาร์จไฟกลับเข้าไปได้อีกครั้ง

หรือกระทั่งการชาร์จไฟเข้า แบบไม่มี Passthough เอาเข้าแบตเน้น ๆ ด้วย Adapter 100W ตั้งแต่ 0% ไฟเข้า 90W กว่า ๆ ชาร์จไปเรื่อย ๆ กำลังมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะ Voltage ที่จ่ายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอถึงสัก 50% กว่า ๆ กำลังมันตัดเหลือ 50W ใช่ครับ มันเข้า Active Cooling Mode ซะแล้ว ทำให้หากเราชาร์จตั้งแต่ 0% ตัวมันสามารถชาร์จไฟเข้าเต็มกำลังจริง ๆ เพียงแค่ราว ๆ ช่วง 0-50% แรก ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเราชาร์จโดยที่แบตไม่ถึง 0% มันก็จะชาร์จเต็มกำลังไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะร้อนเกิน ซึ่งมันก็จะขึ้นกับอุณหภูมิห้อง และ การใช้งานแบตด้วยละ
ดังนั้น ถึงเราจะอ่านสเปกเห็นว่ามันจ่ายไฟเข้าออกได้กำลังสูงขนาดนี้ แต่ใช้งานจริงมันมีปัจจัยมากกว่านั้นเยอะ ซึ่ง Powerbank ตัวนี้ มันแสดงให้เห็นว่า ใช่สูงสุดมันทำได้ แต่ทำได้นานเท่าไหร่ มันนานไม่นานมากเพียงพอจนทำให้เราเห็นขีดจำกัดมันได้เร็วขนาดนี้ ถ้า Anker อยากจะปรับปรุง เราว่าเรื่องแรก คือ การระบายความร้อนนี่แหละ
สรุป

โดยสรุป เราคิดว่า Anker Laptop Power Bank A1695 เป็น Power Bank ที่เข้ามาทำให้การทำงานของเราสะดวกมาก ๆ ตั้งแต่การออกไปทำงานนอกบ้านจนไปถึงการไปเที่ยว รองรับอุปกรณ์ที่กินไฟสูง ๆ อย่าง Laptop และ Tablet ได้สบาย ๆ ที่สำคัญเลย ราคาของมันดีมาก ๆ ถ้าซื้อช่วงลดเลย จะอยู่ราว ๆ 2,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง หากสนใจ กดซื้อที่ลิงค์นี้ได้เลย เราจะได้ค่าขนมนิดหน่อย แต่ข้อเสียที่สำคัญ เราคิดว่า อยู่ที่ความร้อนที่ค่อนข้างสูงเกิน จนเมื่อเราชาร์จเข้า หรือออกด้วยกำลังสูง ๆ ไปสักพักมันจะถึง Limit ค่อนข้างเร็วมากเกินไปหน่อย ก็ลองไปเลือกดูกันได้ เราว่ารุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่อยากให้ไปลองเลยละ



