Post Quantum Cryptography (PQC) คืออะไร ? ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยน ?
By Arnon Puitrakul - 21 เมษายน 2025
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ เราน่าจะได้เห็นข่าวที่ผู้ให้บริการต่าง ๆ ในโลกเริ่มมีการประกาศออกมาว่าได้เริ่มมีการเปลี่ยนระบบการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดเป็น PQC กันบ้างแล้ว วันนี้ เราจะมาเล่าให้อ่านกันว่า PQC คืออะไร และ ทำไมเราจะต้องเปลี่ยนไปใช้ PQC เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
ปล. ไอเดียบางอย่างที่อธิบายในบทความนี้อาจจะไม่ได้ ตรงตามนิยามเป๊ะ ๆ 100% นะ มีการ Abstract หรือ เปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น อย่าวีนฉ่ำน้องเลยนะ ~
PQC คืออะไร ?
อย่างที่เราน่าจะเคยได้ยินมาเยอะมากว่า Quantum Computer เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ เร็วกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรากำลังใช้งานกันตอนนี้เยอะมาก ๆ เรียกว่า Quantum Computer เครื่องเล็ก ๆ อาจจะเร็วกว่า Super Computer ที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้ได้ ซึ่งเราสามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอย่างมาก ๆ เช่น การคำนวณโมเดลการไหลอากาศของโลกสำหรับพยากรณ์อากาศ หรือการทำแบบจำลองสำหรับการออกแบบอาคารต่าง ๆ เป็นต้น
แต่พลังอันใหญ่ยิ่ง มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งเช่นกัน นอกจากการนำไปใช้ประโยชน์มหาศาลต่อมนุษย์แล้ว มันยังสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการโจมตีได้ด้วยเช่นกัน เช่น การให้เครื่องพยายามเดารหัสผ่านไปเรื่อย ๆ (Brute Force Attack) เพื่อที่จะเข้าถึงข้อมูลบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาติ จากเดิมหากเราใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป ต้องใช้เวลาหลักล้านปี แต่หากเราใช้ Quantum Computer เดาไปเรื่อย ๆ จากล้านปี อาจจะเหลือไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
หนักกว่านั้นคือ เราสามารถใช้ Quantum Computer ในการโจมตีด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น การนำมันมาเดากุญแจที่ใช้งานได้ คิดง่าย ๆ ว่า หาก เรา และ เพื่อต้องการส่งข้อมูลที่เป็นความลับหากัน เราจะต้องมีการเข้ารหัสโดยการใช้วิธีการบางอย่าง และ กุญแจ (Key) ซึ่ง แบบเข้ารหัส (Encryption Scheme) หรือวิธีการที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน มันออกแบบมาให้หากเราทราบ หรือมีกุญแจ จะสามารถทำงานกับมันง่ายมาก ๆ แต่ถ้าจะให้เดา มันแอบยากมาก แน่นอนว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มันไม่ใช่รูกุญแจ ดังนั้น กุญแจที่เรากำลังพูดถึงนั้น มันก็คือ ชุดตัวเลขตัวนึง และแบบเข้ารหัสคือ Algorithm หรือขั้นตอนสำหรับการเข้ารหัส และ ถอดรหัสนั่นเอง

เบื้องหลัง และสูตรสำเร็จที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นได้ คือ การใช้ จำนวนเฉพาะ (Prime Number) รู้แล้วนะว่า เราเรียนไปทำไม ฮา ๆ เราเคยเขียนเล่าเรื่องนี้ไปแล้ว ย้อนกลับไปอ่านได้ แต่สั้น ๆ คือ การเข้ารหัสที่เราใช้ส่วนใหญ่ ณ วันนี้ เราจะใช้จำนวนเฉพาะ 2 ตัวมาผ่านกระบวนการบางอย่าง ทำให้ หากเรามีผลลัพธ์มา แล้วต้องการจะ Factor Out ออกมาเป็นจำนวนเฉพาะ 2 ตัวนั้นทำได้ยาก แต่กลับกัน ถ้าเรารู้สักตัวนึง การจะหาอีกตัวนั้นเป็นเรื่องง่ายไปเลย ตัวอย่างของแบบเข้ารหัสที่ใช้ลักษณะการทำงานแบบนี้คือ RSA และ ECC
งานมันจะเริ่มเข้าละ เพราะ Quantum Computer มันมีสิ่งที่เรียกว่า Shore's Algorithm ที่ให้ตัวเลขไปตัวนึง รันออกมา เราจะรู้ตอบได้เลยว่า มันเกิดจากจำนวนเฉพาะตัวไหนคูณกันได้ออกมาเป็นกุญแจ เท่ากับว่า เราถือกุญแจ 2 ดอกได้ในเวลาอันสั้น ชิบหายกันแล้วละสิ แบบหรือวิธีการเข้ารหัสแบบเดิมมันไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว หากเรามีข้อมูลที่เข้ารหัสแบบเดิมไว้ ใครมี Quantum Computer ก็สามารถที่จะ Break มันออกมาได้ทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่แน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ PQC หรือ Post-Quantum Cryptography จึงได้ถูกนำเสนอขึ้นมา โดยมันจะเป็นแบบเข้ารหัสที่มีคุณสมบัติสำคัญคือ ไม่ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป (Classical Computer) และ Quantum Computer จะต้องเดาได้ยากนั่นเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เป็นความลับรั่วไหลออกไป
PQC เขาทำกันยังไง มีวิธีการไหนบ้างแล้ว ?
หากเราไปลองหา Paper ที่เกี่ยวข้องกับ PQC Algorithm เราน่าจะได้เจอกับวิธีการหลัก ๆ อยู่น่าจะประมาณ 3 วิธีการใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ Lattice-Based Cryptography, Code-Based Cryptography และ Multivariate Cryptography
แต่เรื่องการลงลึกว่า ทำไมมันถึงทำให้ Quantum Computer และ Classical Computer หืดขึ้นคอหากต้องการ Break ขอเก็บไว้เป็นหัวเรื่องในอนาคตละกันนะ มันเยอะและยาวมาก ๆ แต่เอาพื้น ๆ ก่อนคือ เราเชื่อกันว่าทั้ง 3 หลักการนี้ จะสามารถทนทานต่อการ Break โดย Quantum Computer ได้
โดยวิธีการที่ได้รับความนิยม และความน่าเชื่อถือที่สุด รวมถึง NIST รับรองว่าเป็นวิธีการที่ทนทานต่อการมาถึงของ Quantum Computer คือกลุ่ม Lattice-Based Cryptography
แต่ถ้าเราลองอ่านลึกเข้าไปอีก น่าจะได้เจอคำว่า Quantum Key Distribution (QKD) อันนี้จริง ๆ มันคืออีกหัวเรื่องได้เลย มันคือการใช้ปรากฏการณ์ทาง Quantum เพื่อทำให้เราสามารถแลกเปลี่ยน Key กันไปมาได้ เช่นพวกการใช้ no-cloning Theorem หรือก็คือ State ที่ไม่มีทางที่มันจะถูก Copy ออกมาได้ หากมีความพยายามที่จะดักจับ Key ก็จะทำให้ลักษณะของ State เปลี่ยนไป จนทำให้ Key ใช้ไม่ได้นั่นเอง เอาจริง ๆ นะ ฟังดูมันมหัศจรรย์นะ แต่มันคือ Quantum Mechanics ที่มันจะแปลก ๆ แต่มันก็นะ เราไม่ได้อยู่ในโลกที่อธิบายได้ด้วย Quantum เป็นหลัก พอมาอ่านแล้วมันน่าจะแปลก ๆ ไม่น้อยเลย
"Harvest Now, Decrypt Later" คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดี
ความสนุกมันเริ่มทวีคูณมากขึ้นด้วยการมาถึงของ Concept ที่เรียกว่า "Harvest Now, Decrypt Later" (HNDL) พูดง่าย ๆ คือ ดูดมาก่อน ถอดรหัสวันนี้ได้ไม่ได้ช่างหัวมัน หรือพูดด้วยสำนวนไทยคือ การไปหวังน้ำบ่อหน้าเอาว่า ในอนาคตเราจะมีระบบสำหรับการถอดรหัสข้อมูลที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะในแง่ของ Algorithm ใหม่ หรือจะเป็น Hardware ที่ทรงพลังมากขึ้น โดยเฉพาะการมาถึงของ Quantum Computing
ส่วนใหญ่แล้ว การถูกโจมตีลักษณะนี้ มักจะไม่เกิดกับข้อมูลที่ต้องใช้งานทันที แต่จะเป็นข้อมูลที่ Sensitive และรอเวลาเพื่อที่จะรอเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการถอดรหัสได้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล , ทรัพย์สินทางปัญญา, แฟ้มข้อมูลลับ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงไม่คิดถึงการจะเอา Quantum Computer เข้ามาใช้งานหรอก แต่ ณ วันนี้มันเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่ม Performance ไม่ได้สูงมาก แต่มันเกิดขึ้นจริงแล้ว ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายเริ่มมองเห็นว่า มันดูเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน จากเดิมที่เราดูดมา กว่าจะถอดรหัสได้น่าจะต้องใช้หลายล้านปี แต่กลายเป็นว่า เราแค่นอนรอ Quantum Computer ประสิทธิภาพสูง มาในเวลาอันใกล้ แล้วเราก็เอาข้อมูลเข้าไปถอดรหัสใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ได้ข้อมูลออกมาแล้ว
เปลี่ยนขนาดนี้ ใครจะทนไหว ?
มันดีขนาดนี้ ถามว่า แล้วทำไมทั้งโลกเรายังไม่เปลี่นมาใช้ PQC กันละ คำตอบนั้นเท่าที่ได้ประสบ และลองศึกษาเพิ่มเติม เราคิดว่ามี 2 เหตุผลใหญ่ ๆ
เหตุผลที่ 1 คือ Standardisation หรือการขาดมาตรฐานกลาง เพราะก่อนหน้านี้ PQC มันเกิดมาเป็นเพียงแค่ Concept ที่เราคุยกันขำ ๆ เท่านั้น แต่มันได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ต่างคนต่างพัฒนากันขึ้นมา มันไม่มีพวกมาตรฐานรองรับใด ๆ ทั้งสิ้น คิดภาพดูว่า หากเราเป็นผู้ผลิต Hardware และผู้ให้บริการ ถามว่า แล้วเราจะเลือก Implement วิธีการหรือ Scheme แบบไหนกันละ เราก็ไม่รู้

ซึ่ง ทุกวันนี้ NIST เขามี Project ที่พยายาม Standardised PQC Algorithm ซึ่งตอนนี้เขาตัด ๆ จนเหลือผู้เข้าชิงรอบสุดท้ายมาละ เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link ด้านบนเลย แต่ถึงเราจะมี Standard ตรงกลางวันนี้แล้ว มันไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้เราจะสามารถเปลี่ยนไปใช้ PQC ได้เลย มันมีอีกหลาย ๆ ส่วนที่ต้องทำให้ Support การใช้งาน PQC Algorithm ซึ่งบอกเลยว่า การทำงานส่วนนี้คือ ส่วนที่ปวดหัวมาก ๆ เพราะต้องดีลกับทั้งคน และเครื่องไปพร้อม ๆ กัน

เหตุผลที่ 2 คือ Performance ต้องยอมรับว่า PQC Algorithm ที่เรามีกัน ณ วันนี้ มีปัญหาเรื่อง Performance และ Key Size ที่มีขนาดมหึมา กว่า Key ที่เราใช้งานกันตอนนี้มาก ๆ ทำให้หากเรานำมาใช้งานเลย เราจะพบกับ Network Bandwidth ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ลองคิดภาพกันดูได้ว่า สมมุติว่า เราส่งข้อมูลกัน 1 ครั้ง เราจะต้องส่ง Key ขนาดสัก 1 kB แต่ถ้าเราใช้ PQC ที่ Key ขนาด 10 kB นั่นแปลว่าเราจะต้องส่งข้อมูลเยอะมากขึ้นมากจริง ๆ ในแง่ของการใช้งานคนเดียวอาจจะไม่ใช่ประเด็น แต่มองในแง่ของการให้บริการเครือข่ายขนาดใหญ่ ๆ คิดขำ ๆ นะว่า อยู่ ๆ ตื่นเช้ามา ISP หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา ต้องเจอกับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น 10 เท่าวิ่งผ่าน รับรองว่า ตึกสั่น หน้าสั่นกันเป็นแถบ ๆ แน่นอน
มีคนเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ด้วยอ่านได้ที่ลิงค์ด้านบน และอีกส่วนที่สำคัญคือ เมื่อมันเป็นการคำนวณแบบใหม่ นั่นแปลว่า ณ วันนี้ เรายังต้องพึ่งการทำงานบน CPU ในการทำงานเป็นหลัก แตกต่างจาก Cryptography Algorithm อื่น ๆ ที่ภายใน CPU หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เอง มี Hardware Acceleration ช่วยจัดการ ทำให้ได้ Performance ที่ดี และประหยัดไฟ อันเป็นเรื่องที่สำคัญในอุปกรณ์ขนาดเล็กอีกด้วย
สรุป : เราควรสนใจ และ Adopt PQC มากแค่ไหน ?
Quantum Computing เป็นส่วนสำคัญที่สามารถเข้ามาพลิกโฉมหลาย ๆ วงการไปแบบไม่เห็นของเดิมเลย ตัวอย่างที่เราหยิบมาเล่าในวันนี้คือฝั่ง Cryptography ที่เราเรียนกันมาได้เลย มันทำให้วิธีการเดิม ๆ ที่เราเรียนกันมานั้นไร้ค่า สามารถถูก Break ได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง ทำให้เราจำเป็นต้องหาวิธีการใหม่เข้ามาเพื่อให้ ข้อมูล และความลับ (Secret) ของเรายังปลอดภัยอยู่ แม้ Quantum Computer จะมาถึงแล้ว หนึ่งในนั้นคือการนำ PQC เข้ามาใช้
ดังนั้น ถามว่า ณ วันนี้เราควร Adpot PQC เข้ามามั้ย เราว่า เราคงให้คำตอบตรง ๆ ไม่ได้ แต่อยากให้ลองพิจารณาความเสี่ยงว่า Availability และ Feasibility ของ Quantum Computer ในกรอบเวลาที่เราต้องใช้งาน เทียบกับ Cost ของการลงทุน และ Technical Circumstance ณ เวลานี้ของงานเรานั้น มันคุ้มค่าหรือไม่ เพราะอย่างที่เราเห็น ไม่ใช่ Tech ทุกเจ้าที่เริ่มลงทุนกับ PQC แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะมองว่าความเสี่ยงต่ำเกินไปที่จะลงทุน หรือ Standard ยังนิ่งไม่พอที่จะเริ่มลงทุน แต่บางเจ้า ก็เริ่มแล้วเช่นตัวตั้งตัวตีอย่าง IBM และเจ้าอื่น ๆ ตามมากันหมด เช่น Google เป็นต้น เราในฐานะผู้บริโภคก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า มาตรฐาน PQC ตัวเต็มจะออกมา และปรับใช้กันอย่างแพร่กันเมื่อไหร่ หรือมันอาจจะเป็นแค่ Idea ที่มี Roadmap ของการทดลองที่ยาวนาน และจากไปในเวลาต่อมา




