Technology

iPad Pro สามารถแทนคอมพิวเตอร์ได้มั้ย ? + รีวิว App ที่ใช้ทำงาน

By Arnon Puitrakul - 06 พฤษภาคม 2021 - 2 min read min(s)

iPad Pro สามารถแทนคอมพิวเตอร์ได้มั้ย ? + รีวิว App ที่ใช้ทำงาน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเส้นกั้นระหว่าง iPad และ คอมพิวเตอร์แบบเต็ม ๆ มันก็เริ่มเลือนลางลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจาก Apple ออก iPad Pro มา ที่มี CPU และ GPU ประสิทธิภาพสูงมาก ๆ อาจจะสูงกว่า Laptop บางตัวเลยด้วยซ้ำ ทำให้มี App ที่ออกมาเพื่อการทำงานระดับ Professional ออกมาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และน่าจะออกมาเยอะขึ้นจาก iPad Pro ที่ใช้ M1 จนตอนนี้ เราเชื่อว่า สำหรับบางคน iPad น่าจะทดแทนการใช้คอมพิวเตอร์เต็ม ๆ ได้เลย วันนี้เราจะมารีวิวการใช้งานของเราละกันว่า เราใช้งานมันเยอะขนาดไหน

การทำงานของเรา

การทำงานของเรามีหลากหลายอย่างมาก ๆ ทั้งฝั่งของการเรียนปริญญาโท และการทำงานอื่น ๆ อีก หลายอย่างเลย ทำให้การทำงานของเรามีความหลากหลายสูงมาก ๆ โดยที่งานส่วนใหญ่ของเราจะเป็นพวกงานเอกสาร และการเขียนโปแกรมซะส่วนมาก

Setup ที่เราจะใช้จะเป็น iPad Pro 2018 ใส่กับ Apple Magic Keyboard ที่ทำให้เราสามารถงานได้เหมือน หรือเรียกได้ว่าคล้ายกับ Laptop มาก ๆ เลยทีเดียว ใช้งานได้ทั้ง Trackpad และ Keyboard เลยทีเดียว

และเวลาทำงานบนโต๊ะ เราก็จะใช้ Dongle ที่เป็นของ Ugreen เอามาเสียบจอผ่าน HDMI และ Ethernet ผ่าน Dongle กับต่อ Mouse และ Keyboard ผ่าน Bluetooth ทำให้เราสามารถทำงานได้คล้ายกับการใช้ Desktop มากพอตัวเลยทีเดียว

อีกเรื่องที่ทำให้เราชอบทำงานบน iPad มาก ๆ คือ Multitasking ที่ยุ่งยากกว่า Desktop ทำให้เราสามารถโฟกัสงานได้ง่ายขึ้น ปกติ ถ้าทำงาน Full Desktop เราจะชอบเปิดนั่นนี่เต็มไปหมด สุดท้าย ไม่ได้ทำงานจ้าาาาา เพราะมั่วแต่ไถ่เฟส แลทวิตภพ แต่อันนี้การเปิดหน้าต่างมันยากกว่า และยืดหยุ่นไม่เท่า ทำให้เราขี้เกียจ และโฟกัสกับงานมากกว่านั่นเอง

เรื่องสุดท้ายคือ การพกพา ก่อนหน้าที่ COVID-19 จะมา เราชอบออกไปทำงานนอกบ้าน หลาย ๆ สถานที่เปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อย ๆ ถ้าเราเอา Laptop ไปนั่งทำงาน เราก็ต้องมานั่งหาอีกว่า ตรงไหนมีที่เสียบปลั๊กบ้าง เพราะมันใช้ได้ไม่นานมากเท่าไหร่ หรือบางทีเราใช้งานหนัก ๆ แบตก็หมดไวมาก แต่ iPad ไม่ใช่แบบนั้นเลย อายุของมันยาวกว่ากันเยอะมาก ๆ ทำให้เราไม่ต้องกังวลเลยว่า แบตเราจะหมด ชิวไปอีก

iPad ใช้แทนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้มั้ย ?

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราเวลาตอบคำถามแรกคือ มันใช้แทนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Full OS เลยได้มั้ย ถ้าถามเรา จากการทำงานของเรา เรามองว่า มันสามารถทดแทนได้ราว ๆ 90% เลย ตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่งาน ที่ไม่สามารถแทนได้ตรง ๆ เลยคือ การตัดต่อวีดีโอ และการรันโปรแกรมบน iPad ตรง ๆ

แต่สำหรับใครที่ส่วนใหญ่ใช้กับงานเอกสาร และ งานติดต่อต่าง ๆ อันนี้เราว่า iPad เป็นตัวเลือกที่ดีเลยแหละ เพราะงานพวกนี้ iPad สามารถทดแทน Full OS ได้สบาย ๆ เลย ส่วนใครที่มีงานเฉพาะต่าง ๆ อันนี้เราว่า ต้องดูเป็นงาน ๆ ไป ถ้ามี App ที่ Support และเพียงพอกับการใช้งาน เราว่า มันก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลย แต่ถ้าบอกว่ามันไม่มี App ตรง ๆ ต้องยุ่งยากมากขึ้นก็อย่าเลย พก Laptop เหมือนเดิมก็ได้

แถม !! วันนี้เราจะมารีวิว App ที่เราใช้ในการทำงานกัน ว่าเราใช้ App อะไรบ้าง ในแต่ละงาน หรือถ้าใครมี App เจ๋ง ๆ ก็ Comment มาบอกได้ อยากรู้เหมือนกัน

Ulysses

Ulysses

เปิดมา App แรกเลยคือ Ulysses เป็น App สำหรับการจดบันทึก และการสร้างงานเขียนทั้งหลาย เราเคยรีวิวไปแล้วใน รีวิวนี้ มันเป็น App ที่เราตามหามานานมาก ๆ เพราะมันไม่ใช่แค่ App ที่ใช้เขียนได้อย่างเดียว แต่มันยังสามารถ Export เป็น Format ที่เราต้องการได้เยอะมาก ๆ แล้วพอเอามาใช้ใน iPad มันเลยทำให้เราสามารถที่จะ Deliver งานจากที่ไหนก็ได้

นอกจากนั้น มันสามารถ Integrate เข้ากับ CMS หลาย ๆ ตัวรวมถึง Ghost ที่เราใช้อยู่ได้ ทำให้เราสามารถเขียนบทความบน Ulysses และ Export ไปเป็น Draft ที่อยู่บน Ghost ได้เลย ถือว่าสะดวก และลดเวลาในการทำงานให้เราได้มหาศาลเลยทีเดียว

Notability

Notability

Notability น่าจะเป็น App ที่ได้รับความนิยมพอตัวเลย เป็น App สำหรับการจดบันทึก หลาย ๆ คนน่าจะต้องมีอยู่ในเครื่องสัก App แหละ โดยที่ความสามารถพิเศษของมันคือ มันสามารถอัดเสียง พร้อมกับการเขียนได้

Notability

เวลาเรียน เราก็อาจจะอัด Lecture เอาไว้ เราก็เขียน ๆ ไป พอกลับมาฟัง เราก็จะเห็นเลยว่า ณ ตอนนั้นเรา Note อะไรลงไปในไฟล์บ้าง ทำให้เราทบทวนบทเรียนได้ง่ายขึ้น

Affinity Photo

Affinity Photo

Affinity Photo เป็น App สำหรับแต่งรูปแบบ Full Option มาก ๆ ตอนที่มันออกมา เราตกใจมาก ๆ ไม่เคยคิดเลยว่า Tablet จะทำงานพวกนี้ได้เยอะมาก ๆ แล้วพอรวมกับการใช้ Apple Pencil อีก ยิ่งทำให้การตกแต่งภาพมันง่ายขึ้นไปใหญ่เลย บาง Feature ไป ๆ มา ๆ ทำได้ดีกว่าเราใช้บน Photoshop อีก

เพื่อความ Seamless ของการทำงาน เราสามารถที่จะเอาไฟล์เข้าไปทำงานต่อบน macOS ของเราได้ด้วย แต่เราก็ต้องไปซื้อ Affinity Photo บน macOS ด้วย มันก็ช่วยทำให้การทำงานได้ง่ายขึ้น เยอะมาก

อีกเหตุผลที่ทำให้เราเลือกใช้ Affinity Photo เป็นเพราะเวลาเราซื้อ เราสามารถซื้อขาดได้เลย ไม่ต้องจ่ายรายเดือนเลย นั่นแหละคือสาเหตุหลักเลย ฮ่า ๆ

Termius

Termius

อีก 2 App สุดท้าย จะเป็น App ที่เฉพาะทางกับการทำงานพวก Development หน่อย ๆ ละ อันแรกคือ Termius ที่เป็น App ที่ทำให้เราสามารถ SSH เข้าไปที่ Server และทำงานได้ค่อนข้าง Seamless มาก ๆ เลยทีเดียว

แต่สิ่งที่ทำให้เราชอบ Termius จริง ๆ คือ มันสามารถที่จะ Generate SSH Key และใช้มันในการเข้าถึง Server ได้เลย ทำให้เราไม่จำเป็นต้องใช้ Username และ Password อีกต่อไป หรือถ้าใครที่ต้องการใช้อยู่ มันก็สามารถที่จะเก็บไว้ และ ทำให้เรากด Login เข้าไปที่เครื่องได้ทันทีเลย

ที่เราใช้งานพวกนี้เยอะ เพราะงานส่วนใหญ่ของเรา เราจะ Remote เข้าไปเขียน และ รัน โปรแกรมบน Server เลย เพราะ งานที่เราทำ อย่างเช่น Thesis เรา มันใหญ่เกินกว่าที่เครื่องบ้าน ๆ ไม่ก็ Laptop เราจะรันได้ ก็เลยเขียนอยู่บนนั้นไปเลย ซึ่งเราก็ใช้ Vim ถนัดอยู่แล้ว ประกอบกับ Magic Keyboard ทำให้เราสามารถทำงานได้จากที่ไหนก็ได้เลย อยู่โต๊ะทำงาน เราก็สามารถเสียบจอ และ ทำงานต่อได้เลย ชอบ ๆ

VNC Viewer

VNC Viewer

App สุดท้ายของเราในวันนี้คือ VNC Viewer ไม่ใช่ App สำหรับการดูไฟล์วีดีโอแต่อย่างใด นั่น VLC โว้ยยย มันเอาไว้ VNC เข้าไปที่ Desktop ของเราได้ โดยส่วนใหญ่ เราจะเอาไว้ใช้จัดการกับ Server ที่เราทำงานด้วยซะเยอะ บางที เราต้องการที่จะ Config BIOS ของ Server เราก็จะมีพวก VNC Over IP ที่ทำให้เราควบคุมเครื่องได้ แม้กระทั่งเครื่องจะยังไม่ได้ Boot เข้า OS แต่อย่างใด

ทำให้เราคลายความกังวลได้มากขึ้น โดยเฉพาะเวลาไปออกไปเที่ยว ทำให้เราสามารถที่จะ Reboot เครื่องทางไกลได้สบาย ๆ เลยทีเดียว

สรุป

ต้องยอมรับเลยว่า iPad ในปัจจุบันมันทำงานได้มากกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ โดยเฉพาะ ตั้งแต่ Apple ทำ CPU ออกมาได้เหลือล้น ทำให้มี App สำหรับการทำงานแบบ Full-Feature ออกมามหาศาล จนตอนนี้มียัน App ที่สามารถตัดต่อวีดีโอได้แล้ว เผลอ ๆ ตัดลื่น และ Export เร็วกว่า Laptop บางตัวอีก สำหรับการเลือกใช้ เราว่าก็ต้องลองเข้าไปดูว่า งานที่เราทำ สามารถทำงานบน iPad ได้หรือไม่ ถ้าได้ เรายังแนะนำให้กด iPad มาใช้เลย เพราะน้ำหนักที่เบากว่า และ Battery ที่ยาวนานกว่ามาก ทำให้เราทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยที่เราไม่ต้องกังวลเลยว่าแบตจะหมด