ซื้อ Tablet หรือ Laptop ดีนะซื้อ Tablet หรือ Laptop ดีนะ

ซื้อ Tablet หรือ Laptop ดีนะ

by arnondora on December 18, 2018

ตั้งแต่รีวิว iPad Pro 10.5 inch ไปเมื่อปีก่อน เพื่อน ๆ หลายคนก็ถามเข้ามาว่า มันทดแทน Laptop ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะราคาตอนนั้นมันก็ได้ Laptop ดี ๆ สักเครื่องแล้ว ฮ่า ๆ วันนี้เราจะดูกันว่า Laptop และ Tablet มีอะไรที่แตกต่างกัน และด้วยความต้องการของเราเองควรจะเลือกอะไร

ขนาด

เรื่องของ ขนาด ส่งผลต่อความสะดวกในการพกพาอยู่พอสมควร โดยส่วนใหญ่แล้ว Tablet จะมีขนาดที่เล็กกว่า Laptop อย่างใหญ่สุดก็ iPad Pro 12.9 inch เราว่าอันนี้น่าจะใหญ่สุดใน Tablet ละใหญ่กว่า Ultrabook บางตัวอีก แต่ถ้าเป็น Laptop ใหญ่สุดก็ 17 นิ้ว เราว่าอันนั้นก็ใหญ่แล้วนะ จะใหญ่กว่านี้อีกอ่อ ฮ่า ๆ

ด้วยความที่ Laptop นั้นมาพร้อมกับ Keyboard และ Trackpad ทำให้ขนาดของมันต้องเพิ่มขึ้นแน่นอนมากกว่า Tablet ที่โดยตัวมันไม่มี Keyboard และ Trackpad มาให้ ทำให้การพกพามันสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องแลกกับการใช้ Keyboard ที่อยู่บนหน้าจอแทน (หรือจะซื้อ Leyboard มาต่อเพิ่มก็อีกเรื่องนะ)

น้ำหนัก

สำหรับใครที่คิดจะเอาเครื่องนี้พกพาไปมา เรื่องของน้ำหนักเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ โคตร ๆ เพราะมันทำให้เราคล่องตัวขึ้นในการเดินทาง และ ดีต่อสุขภาพมากกว่า เพราะถ้าเราต้องแบกของหนัก ๆ ไป ๆ มา ๆ ทุกวันหลังเสียหมดพอดี สำหรับยกนี้ถ้าใครที่ต้องการพกพาแล้วคิดถึงน้ำหนัก เราว่า Tablet เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ตัวนึงเลยนะ เพราะอย่างมากมันก็ไม่ถึง 1 กิโลกรัม ถึงแม้จะรวม Adapter แล้วก็ตาม เบาหวิวเลยละ เพราะ Tablet มันตัดทั้ง Keyboard, Trackpad และทำให้ระบบระบายความร้อนต่าง ๆ เล็กลงและเบาขึ้นอีกด้วย นั่นทำให้ Tablet ยิ่งเหมาะกับคนที่ต้องกานนำไปใช้พกพาด้วยน้ำหนักที่เบาหวิวไม่ถึง 1 กิโลกรัมเท่านั้น

แต่ในฝั่งของ Laptop ก็มีไม้ตายในเรื่องของน้ำหนักเช่นกัน เจ้าสิ่งนั้นคือ Ultrabook โดยเครื่องเหล่านี้มันถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักที่เบา เหมาะกับการพกพา แต่ก็จะเสียประสิทธิภาพไป เพราะมันไปลดขนาดของระบบระบายความร้อนไป ทำให้ CPU ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากเท่ากับเครื่องที่มีระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่กว่านั่นเอง

Battery

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญกับการพกพาเป็นอย่างมากคือ ระยะเวลาการใช้งาน Battery ถ้าอยู่ในบ้านหรือที่ทำงาน การนั่งใช้งานแล้วเสียบปลั๊กมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เมื่อเราออกไปข้างนอกแล้ว บางครั้งการตามล่าหาปลั๊กไฟอาจจะเป็นเรื่องที่ยากไปสักหน่อย เช่นเวลาเราไปนั่งตามร้านกาแฟที่ส่วนใหญ่คนก็จะจับจองตรงที่มันเสียบปลั๊กได้ไปหมดแล้ว มันจะดีมาก ถ้าเราเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เราไม่ต้องไปแย่งที่นั่งกับเหล่ามนุษย์ Wall Charge ทั้งหลาย มันก็ช่วยเราได้เยอะมาก

สำหรับในเรื่องนี้ เราต้องบอกเลยว่า Tablet นั้นมาพร้อมกับการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า Laptop อยู่มาก เนื่อง Laptop มักจะมากับ Hardware ที่ประสิทธิภาพสูงก็กินไฟอย่างอร่อยแล้ว มันก็ต้องใช้ระบบระบายความร้อนอีก มันก็จะยิ่งกินไฟเข้าไปอีก กลับกัน Tablet มันก็ทำงานของมันไป พัดลมก็ไม่มี พร้อมกับ CPU ที่มีการแบ่ง Core ตามการใช้งานอย่างชัดเจน ทำให้มันยิ่งประหยัดพลังงานเข้าไปอีก ทำให้ Tablet เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้งานบน Battery ได้ยาวนานกว่า Laptop นั่นเอง

ประสิทธิภาพ

เรื่องนี้นี่พูดยากเลย โดยเฉพาะ iPad Pro 2018 ที่คะแนนจากโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพอย่าง Geekbrench ทำให้เห็นว่า iPad Pro 2018 คะแนนแทบจะเท่ากับ Macbook Pro 15 นิ้ว 2018 เลย ตอนรู้ครั้งแรกตกใจมาก เพราะนี่คือใช้ Macbook Pro 13 นิ้ว 2018 ที่ CPU ยังช้ากว่า พอไปนั่งดูในเว็บของ Geekbench ทำให้เห็นว่า Macbook Pro ฉันช้ากว่า iPad Pro หรือนี่ ตกใจจริง ๆ

ดังนั้นเรามองว่าเรื่องของประสิทธิภาพอาจจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เพราะจากเรื่องของ iPad Pro และ Macbook Pro แล้วมันยังสู้ในด้านของคะแนนจาก Geekbench ได้ชิว ๆ เลย ต่างจากเมื่อก่อนที่เทสออกมาน่าจะต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ ขนาดเราใช้ iPad Pro 10.5 นิ้ว ที่ออกในปี 2017 เราก็นั่งตัดต่อรูป ทำงานได้แบบชิว ๆ เลยไม่มีคำว่าแลคหรืออะไรให้เห็นเลย CPU ของมันแรงจริง ๆ

แต่มันก็จะไปตรบกับ Laptop ที่มาพร้อมกับสเปกที่สูงอย่าง Intel Core i9 และมาพร้อมกับ GPU แรง ๆ ได้อยู่แล้ว แค่จำนวน Core ของทั้ง 2 อุปกรณ์นี้ก็ต่างกันลิบแล้ว อย่างเช่น Core i9 ที่อยู่ใน Macbook Pro 15 นิ้ว 2018 ที่ Custom จะมาพร้อมกับ 6 Core 12 Thread ใหญ่ ๆ ต่างจากบน iPad Pro 2018 ที่มากับ 4 Core ประสิทธิภาพสูง กับ 4 Core ประหยัดพลังงาน แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า มันต่างกันมากแค่ไหน หรือแม้แต่ GPU เองที่ iPad Pro 2018 มาพร้อมกับ 7 Core เท่านั้น แต่ Vega 20 ที่ใส่มาใน Macbook Pro 15 นิ้ว 2018 มันกดมา 1280 ต่างกันกี่เท่าเลยละ กับระบบระบายควาร้อนที่ดีกว่าหลายขุม ทำให้ Macbook Pro ที่เป็น Laptop ทำงานที่ซับซ้อนกว่า iPad Pro ที่เป็น Tablet ได้แบบชิว ๆ ไปเลย ดังนั้น ถ้าใครที่ต้องการทำงานที่มีความซับซ้อนค่อน หรือต้องการพลังการประมวลผลที่ค่อนข้างมาก อย่างการตัดต่อวีดีโอขนาด 4K เติม Effect โน้นนี่นั่น หรืองานวิจัย ก็แนะนำพวก Laptop เถอะนะ

อุปกรณ์การเก็บข้อมูล

สำหรับใครที่ต้องทำงานกับไฟล์ใหญ่ ๆ แล้ว การใช้ Tablet อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เพราะอย่างมาก Tablet ก็มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 512 GB เป็นอย่างมาก แต่ในขณะที่ Laptop เราคุยกันในระดับ 1 TB ขึ้นไปได้แบบชิว ๆ แล้ว มีขายกันเกลื่อนเลย หรือ Laptop จะเอา Harddisk จานหมุนมา Upgrade เติมเข้าไปอีกก็ได้อีกหลาย TB ในราคาที่โคตรถูกเมื่อเทียบกับ Tablet เลยละ

นอกจากนั้น Tablet ยังไม่สามารถ Upgrade SSD หรือ HDD ของเราได้นะ ซื้อมาเท่าไหร่ก็อยู่เท่านั้นตลอดไปจนกว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่นี่แหละ กลับกัน ใน Laptop บางเครื่องผู้ผลิตก็อนุญาติให้เรา Upgrade ได้แบบง่าย ๆ เลย บางเจ้าพีคมากคือ มีช่องเหลือมาให้เราซื้อมาเสียบเองได้เลยก็มีเหมือนกันใน Laptop ตัวแพง ๆ หน่อย

แต่ Tablet สามารถใช้สิ่งที่เรีกว่า External Harddisk ได้อยู่ แต่ต้องเป็นแบบที่ใช้พลังงานไม่มาก เพราะฉะนั้น Harddisk จานหมุนแบบเมื่อก่อนนี่หมดสิทธิ์ไปเลย ต้องต่อไฟเพิ่มอีก ซึ่งโอเคบางเจ้ามีสายเสียบมาให้ หรือสามารซื้อได้ ก็มี แต่สุดท้ายมันก็เสียบตรง ๆ ไม่ได้อยู่ดี แต่ Laptop มันเป็นเรื่องปกติไปเลย ถ้าไม่อยาก Upgrade ในเครื่อง หรือ Upgrade ไม่ได้ก็สามารถซื้อ External Harddisk มาเสียบเพิ่มแล้วทำงานบนนั้นเลยก็ยังได้ ทำให้ในยกนี้ เราแนะนำว่า ถ้าใครที่ทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่มาก ๆ ก็ใช้ Laptop เถอะนะ มันสบายตัวกว่ากันเยอะเลย

Software

ก่อนหน้านี้เราพูดกันในเฉพาะส่วนที่เราจับต้องได้อย่าง Hardware แต่อีกสิ่งที่ต่างคือเรื่องของ Software นั่นเอง อย่างถ้าใครใช้ iPad มันก็จะใช้สิ่งที่เรียกว่า iOS แต่ถ้าเราใช้ Macbook Pro มันก็จะใช้ macOS (เอาจริง ๆ บางทีมีคนมาถาม เราก็งงเว้ย ว่า Macbook บ้านแกใช้ iOS ได้ยังไง งงชิบเลย ต้องถามซ้ำ) เพราะการออกแบบ CPU และอุปกรณ์ข้างในของ Tablet ที่ต้องประหยัดพลังงาน พร้อมใช้งานตลอดเวลา และมีขนาดเล็ก ทำให้การออกแบบ Software ที่ใช้บน Tablet และ Laptop มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

บางอย่างที่ OS ในฝั่ง Laptop มี Tablet จะไม่มี เช่นการทำ Virtualisation Technology ที่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับการทำ Virtual Machine เอาจริงใครจะคิดละว่า คนจะเอา Tablet มาทำ VM น่ะ ไม่น่ามีอยู่แล้ว นั่นแหละ เราจะบอกว่า ยังไงซะ Feature ที่มาพร้อมกับระบบของ Laptop ย่อมมีมากกว่า Tablet อยู่แล้ว

ทำให้ความยืดหยุ่นในการทำงานบน Tablet มีไม่มากเท่ากับ Laptop ไปไกลมาก ๆ แต่ด้วยการมาของ iPad Pro ก็ไม่แน่นะว่า ในอนาคตมันอาจจะมี App อะไรออกมาที่ทำงานได้เหมือนเวอร์ชั่นบน Laptop ได้แบบ 100% (มี Photoshop ที่ออกมาสำหรับ iPad Pro) แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อย เราเดานะว่าอนาคตในอีกไม่กี่ปีก็น่าจะมี App ที่ทำงานแบบ Hardcore ออกมามากขึ้นแหละ

ราคา

เรื่องนี้โคตรสำคัญเลย ราคา เงินนี่แหละตัดสินทุกอย่าง ฮ่า ๆ ก็ถ้าไปดูราคาของ Laptop เราต้องบอกเลยว่า มันขึ้นกับเราจะหวังจากมันมากแค่ไหน กับดูในช่วงราคาไหน เพราะทั้ง 2 อย่างนี้มันก็มีหลายช่วงราคา แต่ต้องบอกเลยว่า ถ้าเรานับเรื่องความคุ้มค่าของประสิทธิภาพต่อราคา ยังไงซะ Laptop ก็ย่อมดีกว่า เพราะเราสามารถซื้อเครื่องที่ประสิทธิภาพสูงในราคาที่ต่ำกว่า นอกจากนั้น Laptop บางรุ่นเรายังสามารถที่จะ Upgrade ได้อีก มันก็เหมือนกับการทำให้เครื่องของเราอยู่ได้นานขี้นนั่นละ แต่ถ้าเป็น Tablet ซื้อเท่าไหนมันก็เท่านั้นอะ อย่างมากก็เปลี่ยน Battery ก็ได้อยู่ แต่ถ้าจะให้มาเปลี่ยนหน่วยความจำมันก็ไม่ได้ไง นั่นทำให้ ถ้าคนมองที่ความคุ้มค่ายังไงซะ Laptop ก็ดีกว่าเยอะเลย

สรุปซื้ออะไรดี ?

จากที่เล่ามาทั้งหมดนี่ มันก็เป็นปัจจัยในการเลือก แต่ถามว่า เราควรจะเลือกอะไรดี มันก็ขึ้นกับการใช้งานของเราแล้วละว่า เราใช้งานอะไรบ้าง ถ้าโปรแกรมที่เราใช้มันอยู่ใน Laptop อย่างเดียว เราก็ไม่สามารถซื้อ Tablet ได้ถูกม่ะ แต่ถ้างานที่เราทำมันเป็นงานพวกเอกสาร หรือการติดต่องานอะไรเทือกนั้น การใช้ Tablet ก็ทำให้เราคล่องตัวมากกว่า โดยที่ทำงานได้เหมือนกัน แต่อาจจะไม่มี Keyboard เราก็ไปซื้อมาต่อเพิ่มก็ได้เหมือนกัน หรือถ้าเรามี Laptop อยู่แล้ว แล้วคิดจะซื้อ Tablet เราว่าก็เป็นอะไรที่น่าสนใจนะ เพราะมันช่วยให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้นมาก ๆ เหมือนกับการใช้งานของให้ถูกงานของมันอะ งานบางอย่างต้องยอมรับว่า Tablet มันทำได้ดีกว่า Laptop ซะอีก

สำหรับเราเอง เป็นคนที่ใช้ทั้งคู่แหละ แต่ส่วนใหญ่ วัน ๆ เราจะอยู่ Tablet มากกว่า จะใช้ Laptop แค่ตอนที่ต้องทำงานพวก Coding ต่าง ๆ แค่นั้นเลย เพราะ Tablet มัน Compile Code และทำงานหนัก ๆ อย่างการรัน Machine Learning Model ไม่ได้แน่ ๆ มันก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องใช้ Laptop เท่านั้น หรืออีกวิธีคือไปใช้เครื่อง Server ที่เราสามารถ Remote เข้าไปทำงาน อันนี้เราก็ชอบเอา Laptop ไปนั่งทำนี่แหละ มันเบาดีชอบ ๆ

สำหรับใครที่กำลังลังเลก็อยากให้ดูความต้องการของเรานะว่า เราต้องการที่จะซื้อมันมาทำอะไรกันแน่ แล้วค่อยซื้อ เพราะอุปกรณ์พวกนี้เราไม่ได้ใช้มันแค่ 1-2 เดือน แต่เราใช้มันเป็นปี อย่าง Laptop เครื่องเก่าเราก็ 3-4 ปีเลยนะ ก็เลือกดี ๆ นะ เราว่าบทความนี้น่าจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจให้กับคนที่กำลังจะเลือกซื้อนะ สำหรับวันนี้สวัสดี ~

ตอนนี้เว็บของเรามีเพจแล้วนะ เข้าไปกดติดตามกันได้เลย จะได้ไม่พลาดสาระใหม่ ๆ แทบ ทุกวัน ฮ่า ๆ ที่ arnondora

Share this article to social network?

Leave a comment?

Name :
Comment :
Post a comment
Loading Comment(s)
FacebookTwitterGoogle+Email
© 2014-2019 Arnon Puitrakul all right reserved.Code with by @arnondora