Technology

Raspberry Pi 2 คอมจิ๋ว ราคาถูก สนุกจริง ๆ

By Arnon Puitrakul - 06 กรกฎาคม 2015

Raspberry Pi 2 คอมจิ๋ว ราคาถูก สนุกจริง ๆ

ช่วงนี้ก็ปิดเทอมอยู่ แต่ก็แอบมีงานที่มหาลัยบ้าง เลยไม่ค่อยจะได้เขียนอะไรมากเท่าไหร่ แต่วันนี้พิเศษ เพราะเราได้ของเล่นมาใหม่ นั่นคือ Raspberry Pi

Raspberry Pi คืออะไร ?

มันคือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอันเท่ากับขนาดของบัตรเครดิตเราเท่านั้นเอง (ทาง Raspberry Pi เขียนว่า credit-card sized computer) แต่ใช่ว่าเล็กแล้วจะทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวมันทำงานด้วยระบบปฏิบัติการได้หลายแบบมาก ส่วนใหญ่ที่ใช้กันก็จะเป็นทางฝั่ง Linux ซะมากกว่า เพราะมันฟรี และที่เจ๋งคือ Raspberry Pi 2 ตัวใหม่นี้สามารถลง Windows 10 IoT ได้ด้วยนะเออ
เนื่องจากที่ตัวมันทำงานด้วย Linux และมี Port การเชื่อมต่อที่เป็นมาตรฐาน เช่น USB ทำให้มันสามารถที่จะเสียบ Mouse และ Keyboard และต่อจอออกทาง HDMI ทำให้เราสามารถทำอะไรด้วยเจ้านี่ได้หลายอย่างเลย อาจจะเอาไปเล่นเน็ตง่าย ๆ , ทำงานเอกสาร , เครื่องตรวจวัดต่าง ๆ , หุ่นยนต์ หรือแม้กระทั่ง Web Server ยังได้เลย มีบางทีอยากได้ Server ก็เลยเอา Raspberry Pi หลาย ๆ ตัวมาเชื่อมต่อทำงานด้วยกัน ซึ่งมันดูเจ๋งมาก หรือจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาถูกสำหรับเด็ก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ ฝึกเขียนโปรแกรมก็ได้เหมือนกัน ผมชอบอันนี้ที่สุดแล้วล่ะ
ที่สำคัญที่สุดเลย ราคาถูก และประหยัดไฟมาก มากกว่าโทรศัพท์พวกเราซะอีกมั้ง เราสามารถเสียบไฟเข้าผ่านทาง Micro USB ก็เพียงพอต่อการทำงานของมันแล้ว ด้วยความที่มันเล็ก และแหล่งพลังงานที่มีขนาดไม่มากทำให้มันเหมาะกับการทำงานได้หลาย ๆ อย่างมาก ๆ ดังตัวอย่างด้านบนเมื่อกี้

จะรอช้าอะไรอยู่เล่า มาแกะกล่องกัน

RaspberryPIReview1

ที่ผมสั่งซื้อมาก็จะมีตัว Raspberry Pi 2 Model B และตัวรับสัญญาณ Wifi มาอีกตัวนึง

RaspberryPIReview2

ในกล่องของ Raspberry Pi 2 ก็จะมีตัวบอร์ดของเราและ กระดาษ 1 แผ่นที่เป็นคู่มือง่าย ๆ แต่แน่นอนผมเป็นคนไทย เพราะฉะนั้น เราจะข้าม ๆ มันไป มาดูที่บอร์ดของเรากันเลยดีกว่า

RaspberryPIReview3

อย่างที่บอกได้ตอนแรกเลย ว่าขนาดของมันนั้น เท่าบัตรเครดิตเท่านั้นเอง ถ้าวางในมือก็ประมาณฝ่ามือของผมเท่านั้นเอง เล็กจริง ๆ ภายในบอร์ดก็จะมีวงจร อยู่เยอะแยะมากมาย แต่ตอนนี้เราจะมีสนใจที่ Port ของมันกันดีกว่า ที่เห็นตอนนี้ก็จะมี HDMI ไว้ต่อจอ และทางซ้ายล่างสุด อันเล็ก ๆ นั่นเป็น Micro USB ไว้จ่ายไฟให้ตัวบอร์ดของเรา (สามารถเอาสาย Micro USB และ Adapter ที่เราใช้กับโทรศัพท์เรามาเสียบได้เลย หรือสามารถใช้ Power Bank ไม่ก็เสียบตรงกับ USB ที่คอมเราแทนยังได้ และข้างขวาของ HDMI ก็จะเป็น Jack 3.5 mm เสียบหูฟังปกติเลย

RaspberryPIReview7

มาที่ด้านข้างกันบ้าง เรียงจากด้านซ้ายของรูป ก่อนอื่นก็จะเป็น Ethernet RJ-45 หรือที่บ้านเราเรียกกันง่าย ๆ น่ารักใส ๆ ว่า Port Lan ถัดไปอีก 2 แถวที่เหลือก็จะเป็น USB Port 2.0 ปกติ ที่ใน Raspberry Pi 2 นั้น เพิ่มมาให้เราเป็น 4 Ports เลยทีเดียว จากแค่ 2 Ports ใน Version แรก

RaspberryPIReview9

ถ้าเราลองสังเกตดูแล้ว จะสงสัยว่า เป็นคอมแล้ว HDD ล่ะไปไหน ? คำตอบมันอยู่ตรงนี้เลย ด้านหลังของบอร์ดจะมีช่องใส่หน่วยความจำ Micro SD Card อยู่ ซึ่งใน Version แรกเราจะใช้หน่วยความจำที่เป็น SD Card อันใหญ่ ๆ ที่ใช้กับกล้อง แต่ใน Version 2 จะต้องใช้เป็น Micro SD Card เท่านั้น เพราะฉะนั้นสังเกตดี ๆ นะอย่าซื้อมาผิด
คำแนะนำ เวลาเราเลือก SD Card มาใส่ Raspberry Pi ให้เราพยายามเลือก Card ที่มีความเร็วสูงหน่อย เพราะว่ามันต้องเป็นที่เก็บ OS ของเรา ถ้าเร็วไม่พอมันจะทำให้ระบบของเรามันจะดูช้า ๆ แปลก ๆ ถ้าเลือกไม่ถูกก็ซื้อไปเลย Class 10 ถ้ามีตังอีก เติมเป็น Class 10 U1 หรือสูงกว่าเลยก็ได้ จะดีมาก

RaspberryPIReview8

ที่ตกใจสุดเลยคือ ตอนจับครั้งแรก มันไม่น่าราคาแค่พันกว่าบาทเลย เพราะคุณภาพของงานดีมาก ๆ ชิ้นส่วนประกอบแน่น ไม่ก๊องแก๊ง และเก็บลายละเอียดได้เนียบมาก ๆ เกินราคาพันกว่าบาทแน่นอน ผมชอบมาก ๆ เลยล่ะ

การเชื่อมต่อ

RaspberryPIReview5

การเชื่อมต่อในบอร์ดนี้ค่อนข้างทำได้เยอะอยู่พอสมควร ด้วย USB Port ที่มีมาให้ถึง 4 Ports ด้วยกัน แต่ก็ยังไม่เคยลองเสียบแบบพวก Ex.HDD ที่มันค่อนข้างจะกินไฟเยอะอยู่ ถ้าเสียบมาก ๆ ผมก็ว่าตัวบอร์ดมันไม่น่าจะรับไหวเพราะว่ามันใช้แค่ Micro USB ในการจ่ายไฟเอง แต่ก็สามารถเสียบ Mouse และ Keyboard ได้ตามปกติ และต่อ RJ-45 เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เลย

RaspberryPIReview6

หรือเราจะใช้ Wireless Adapter ที่เราใช้กับคอมมาต่อผ่าน USB เพื่อเชื่อมต่อ Wifi ได้เลย ง่ายสุด ๆ เลย อันที่สั่งมาอันนี้ตก 400 กว่าบาทมั่งถ้าจำไม่ผิด แต่มันเล็กมาก ๆ เลย เล็กจน งง เลยกว่ามันเล็กได้ขนาดนี้เลยเหรอ

RaspberryPIReview4

นอกจากที่เราสามารถต่อออกจอนอกผ่าน HDMI ได้แล้ว เนื่องด้วยมันก็เป็น Linux เราก็สามารถติดตั้ง VNC Server และ SSH เพื่อ Remote มันโดยตรงจากคอมเราก็ยังได้เลย ง่ายสุด ๆ ไปเลยล่ะ (แต่กว่าจะทำได้ ติดปัญหานานอยู่ เพราะทำครั้งแรกมั่ง เลยช้า)
หลังจากที่ได้ลองติดตั้งและเล่นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อยากบอกเลยว่า มันเป็นบอร์ดที่ดีมากเลย สำหรับคนที่อยากจะสร้างอะไรสักอย่าง หรือ เอามาหัดเขียนโปรแกรมก็น่าสนุกไม่น้อยเหมือนกัน และด้วยราคาที่ไม่แพงมาก ก็ยิ่งทำให้มันน่าซื้อขึ้นไปอีก ใครที่ยังไม่เคยเล่น แนะนำให้ไปหาข้อมูลและลองซื้อมาเล่นดู แล้วจะรู้ว่า มันทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดได้ซะอีก สำหรับ Review นี้ก็มีแค่นี้ล่ะครับ สวัสดีครับ

Read Next...

ใช้ HDD ขนาดใหญ่ หรือ HDD ขนาดเล็กจำนวนมากใน NAS ดี?

ใช้ HDD ขนาดใหญ่ หรือ HDD ขนาดเล็กจำนวนมากใน NAS ดี?

จากเมื่อเดือนก่อน ๆ เราเล่าเรื่องที่เราเปลี่ยน HDD ไปในความจุที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เราคิดย้อนตอนที่เรา Design NAS ที่จะใช้ในบ้านครั้งแรกว่า เราควรจะใช้ HDD ขนาดเท่าไหร่ดี จะใช้ HDD ขนาดความจุเล็ก ๆ จำนวนมาก หรือเอาความจุสูง ๆ ไม่กี่ลูกดีกว่า วันนี้เราเอาประสบการณ์มาเล่ากัน...

Dual Stack และ Tunnelling วิธีการเชื่อมโลก IPv4 และ IPv6 เข้าด้วยกัน

Dual Stack และ Tunnelling วิธีการเชื่อมโลก IPv4 และ IPv6 เข้าด้วยกัน

ปัจจุบันนี้เรามีการใช้ IPv6 มากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่ายังไม่เท่ากับอุปกรณ์ที่ทำงานบน IPv4 และทั้งสอง Version นี้ไม่สามารถเชื่อมต่อคุยกันได้โดยตรง ทำให้เราจำเป็นต้องมีเทคนิคบางอย่าง วันนี้เราจะมาเล่าให้อ่านกันว่า เขาทำกันยังไง...

ประหยัดเงินหลักหมื่นค่า Mac ด้วย External SSD

ประหยัดเงินหลักหมื่นค่า Mac ด้วย External SSD

หนึ่งในตัวเลือกที่ Apple ให้เราเลือกตอนจะซื้อเครื่อง Mac คือ Storage หรือขนาดของที่เก็บข้อมูล ปัญหาคือ ยิ่งเยอะ มันทำให้เรามีพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น แต่มันมากับราคาที่สูงเหลือเกิน วันนี้เราเอาตัวเลือกในการประหยัดเงินกว่าหมื่นบาท มาใช้ External SSD กัน...

NAS vs DAS ต่างกันอย่างไร ? เราจะใช้อะไรดี ?

NAS vs DAS ต่างกันอย่างไร ? เราจะใช้อะไรดี ?

หลายบทความที่ผ่านมา เราได้แนะนำพวก NAS ไปเยอะมาก ๆ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย บางคนอาจจะไม่เหมาะกับ NAS วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งทางเลือก การใช้ DAS เรามาดูกันดีกว่าว่า มันแตกต่างจาก NAS และ เราจะเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ในบทความนี้กันเลย...