รีวิว Yeelight Smart LED Bulb

รอบก่อนเราได้รีวิว LED Strip จาก Yeelight ไป วันนี้เรากลับมาด้วย Product ของ Yeelight เหมือนกัน แต่เป็น หลอดไฟแทน ในรุ่น Yeelight Smart LED Bulb ที่บอกเลยว่า ราคาถือว่าถูกอีกแล้ว เมื่อเทียบกับหลอดไฟที่เป็น IoT และ เปลี่ยนสีได้

แกะกล่อง

ตัวกล่องมาเป็นกล่องกระดาศ ขนาดเท่ากับกล่องหลอดไฟทั่ว ๆ ไป ที่ด้านหน้าจะมีบอกหน้าตา พร้อมกับสรรพคุณต่าง ๆ ของหลอด ครั้งแรกที่เห็นคือความสว่างถึง 800 Lumen เลย สว่างกว่าหลอด Ikea เราถึง 200 Lumen เลย

ด้านข้างของกล่อง จะบอกสรรพคุณในเรื่องของการเชื่อมต่อ Application Yeelight ที่ทำให้เราสามารถควบคุมสี และ Function การทำงานต่าง ๆ ของหลอดได้ เหมือนกับ Strip ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้

ด้านข้างอีกข้าง เป็น Function การทำงาน เช่น เปลี่ยนสีได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องใช้ Hub ในการควบคุม มันสามารถทำงานด้วยตัวเองได้ ผ่านการต่อ WiFi

ด้านหลังเรื่องของรายละเอียดเชิงลึกต่าง ๆ พร้อมทั้งอัตราการประหยัดพลังงานต่าง ๆ

ด้านบนจะเป็นโลโก้ของ Yeelight หมดละ เราก็เปิดกล่องออกมาได้เลย

เมื่อเปิดกล่องออกมา เราจะเจอกับ Packaging ที่เราว่าทำได้ดี ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าการแกะหลอดไฟปกติเยอะ โดยที่ด้านในจะมีหลอดไฟใส่อยู่

และด้านในกล่อง จะมีแค่คู่มือการใช้งานมาให้เราแค่นั้นเลย หมดกล่องแล้ว

ตัวหลอดเอง ก็ถูกห่อมาด้วยพลาสติกอย่างดี ไม่ได้มีเทปปิดนะะ ดังนั้นเวลาเอาออกมาระวังมันหล่นนิดนึง

Yeelight Smart LED Bulb

ตัวหลอดเอง ต้องยอมรับเลยว่า สัมผัสแรกที่เอาออกมาจากห่อคือ หนัก กว่าหลอดทั่วไปเยอะ แหงแหละ เพราะมันมีวงจรสำหรับการเชื่อมต่อ WiFi และ Controller อีก สิ่งที่ชื่นชมคือ ตัวหลอดทำมาได้ดูมีราคามาก ๆ ด้านล่างเป็นพลาสติกที่ทำร่องให้ดู Modern พร้อมกับมีการพิมพ์ Logo ของ Yeelight ไว้ ส่วนตัวหลอดเป็นพลาสติก ไม่ต้องกลัวหล่นแตก

ขั้วของหลอด เป็นขั้วปกติ ที่เราใช้กันเลย เป็นขนาด E27 ซึ่งเป็นไซส์ทั่ว ๆ ไปเวลาเราไปซื้อหยอดไฟเลย

ด้านหลังหลอด มีการพิมพ์ข้อมูลต่าง ๆ ของหลอด เช่นพวก รุ่น และ ไฟ Input ต่าง ๆ เอาไว้

ลองเอามาเทียบกับหลอดไฟธรรมดาของ IKEA จะเห็นได้ว่า ขนาด ต่างกันมาก ยาวกว่า กว้างกว่า คือ ใหญ่กว่าในทุกมิติเลย

การติดตั้งเหมือนกับหลอดปกติเลย คือเราปิดไฟ แล้วหมุนเข้าไปที่ขั้วของมันก็จะเข้าเกลียวตามปกติ ไม่ได้ต่างจากการติดตั้งหลอดไฟทั่ว ๆ ไปเลย ตัวอย่างนี้คือ เราติดตั้งลงไปในโคมไฟตั้งโต๊ะของ IKEA ธรรมดาเลย

ส่วนการเชื่อมต่อเข้ากับ App Yeelight ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน สามารถเปิด App มาทำตามได้ตามปกติเลย สิ่งที่แปลกใจคือ การ Reset มันจะแปลก ๆ หน่อย ด้วยความที่มันไม่มีปุ่ม เราต้องเปิดปิดมัน 5 ครั้ง แล้วมันจะ Reset ตัวเอง ปัญหาคือ เราเอาไปใส่โคมไฟที่ไม่มี Switch เปิดปิด มันต้องดึงปลั๊กเข้าออกอยู่นั่นแหละ จะดูตลก และ อันตรายไปหน่อย แต่สำหรับใส่ตามโคมไฟ หรือ โคมที่มากับบ้าน ซึ่งมี Switch ทั่ว ๆ ไป เราว่าไม่มีปัญหาเรื่องนี้เท่าไหร่

ประสบการณ์การใช้งาน

การใช้งาน ต้องบอกเลยว่า มันดีมากเลยนะ เมื่อเทียบกับหลอดเก่า ส่วนนึงคือ มันสว่างกว่า และ อีกส่วนคือมันเปลี่ยนสีได้นี่แหละ เวลาเราอ่านหนังสือ ถ้าเราปรับสีให้มันเข้ากับบรรยากาศของห้องมากขึ้น ช่วยลดอาการปวดตาของเราได้ดี

หรือจะเป็นเรื่องของการสร้างบรรยากาศ เปลี่ยนสี Sync กับ LED Strip ที่ทำให้ห้องมันเป็นอีกอารมณ์เลย เวลาเรานอน ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม

ที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นหลอด LED ดังนั้น ระยะเวลาในการใช้งานย่อมนานอยู่แล้ว โดยที่หลอดนี้ถูกเคลมไว้ว่าใช้ได้ราว 22.8 ปี ถ้าเราเปิดวันละ 3 ชั่วโมง คูณกันออกมาก็จะได้ 24k ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องจะต้องเปลี่ยนในระยะเวลาอันสั้นเหมือนหลอดอันอื่น นอกจากนั้น ยังกินพลังงานน้อยมากเพียงแค่ 10 Watts

นอกจากนั้น หลอดไฟตัวนี้ยังสามารถทำงานแบบ Standalone ได้เลย โดยที่ไม่ต้องผ่าน Hub แต่ใช้ WiFi เชื่อมต่อโดยตรงแทน ทำให้ตัดปัญหาเรื่องของการวาง Hub ในบ้านได้เลย แต่ข้อเสียของระบบแบบนี้คือ ถ้าเรามีเยอะ ๆ เข้า แล้ว Router บ้านเราเอาไม่อยู่ นั่นก็อีกเรื่องนะ

สรุป

Yeelight Smart LED Bulb ถือว่าเป็นหลอดไฟที่ถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการสร้างบรรยากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี สามารถเข้ากับระบบไฟเก่าของบ้านได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องต่อเติม หรือเปลี่ยนระบบไฟบ้านเลย เพียงแค่เราหมุนมันเข้ากับโคมเก่าก็ใช้งานได้เลย ที่สำคัญ ใช้ได้นาน กินไฟต่ำ และ ราคาถูกมาก เราซื้อมา 400 กว่าบาทเท่านั้นเอง ถึงจะแพงกว่าหลอดไฟทั่ว ๆ ไปเยอะ แต่ถ้าเทียบกับหลอด LED ที่เปลี่ยนสีได้หลาย ๆ ตัวถือว่าถูกมาก และ บางตัวต้องใช้ Hub อีก ยุ่งยากเข้าไปใหญ่ รวม ๆ คือ ประทับใจ มาก ๆ