Technology

Gaming บน macOS อาการเป็นไง ทำไมถึงไม่รอดสักที

By Arnon Puitrakul - 24 กรกฎาคม 2025

Gaming บน macOS อาการเป็นไง ทำไมถึงไม่รอดสักที

เมื่อไม่กี่วันก่อน หนึ่งใน AAA Title ที่เปิดตัวในงาน WWDC'25 ที่ผ่านมาอย่าง Cyberpunk 2077 ได้เปิดตัว macOS Version ให้เราเล่นเป็นที่เรียบร้อย ตามหลังเพื่อน ๆ อย่าง Assassin's Creed Shadow และ Resident Evil เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มมองกันแล้วว่า หรือว่า การเล่นเกมบน Mac มันอาจจะมีความหวังขึ้นอีกครั้ง วันนี้เราจะมาเล่าให้อ่านกันว่า ทำไมมันถึงไม่รอดสักที และ Apple เลือกที่จะจัดการแต่ละปัญหาได้อย่างไร

ความคุ้มค่าในการลงทุน

เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจะลงทุนเพื่อให้เกมได้ลงใน Platform ต่าง ๆ นั้นมันมีต้นทุนมหาศาลมาก ๆ เช่น หากเกมพื้นฐานถูกพัฒนาสำหรับเล่นบน PC และต้องการที่จะ Port ลงไปใส่ใน Playstation มันก็เป็นเรื่องที่ทั้ง นักพัฒนาที่เขียน Code และทำ Graphic จนไปถึงการออกแบบเกมต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างเกมที่มีประสบการณ์การเล่นที่ดีในทุก Platform ที่ลง ทำให้ หากจะต้องเลือกลงทุนปล่อยเกมมาใน Platform ใด เขาคาดหวังว่าจะปล่อยลงไปใน Platform ที่มีผู้เล่นสูงอยู่แล้วจะได้คุ้มทุน

แต่ถ้าเราลองไปดู Market Share ของฝั่ง macOS เทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Windows เราจะเห็นเลยว่าฝั่ง macOS นั้นน้อยกว่ากันเป็นอย่างมาก และนี่ยังไม่การันตีนะว่า กลุ่มผู้ใช้ macOS จะเล่นเกมมากน้อยขนาดไหน เทียบกับฝั่ง Windows ที่อยู่กันมาอย่างยาวนาน มี Ecosystem รองรับแทบทุกอย่าง ก็คือ ห่างชั้นกันแบบเห็นได้ชัด ๆ

วิธีการที่ Apple เลือกใช้แก้ปัญหา เราคิดว่า แบ่งออกเป็น 3 วิธีใหญ่ ๆ ด้วยกัน อย่างแรกคือ การสร้าง Graphic Library ขึ้นมาเพื่อให้มีรากฐาน หรือ Infrastructure สำหรับการรันเกม หรือ Graphic-Intensive Application ได้ดีมากเพียงพอ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือ Metal นั่นเอง เราต้องบอกเลยว่า มันเป็น Graphic API ที่ Lean จน Overhead ต่ำมาก ๆ ที่สำคัญ เขียนและจัดการหลาย ๆ อย่างได้ง่ายกว่าฝั่ง DirectX เป็นอย่างมาก

วิธีที่ 2 คือการลด Man Hour ในการ Port เกมมาลงใน macOS ด้วยการออก Apple Game Porting Tookit (GPTK) ออกมา โดยใน Tookit นี้จะมีเครื่องมือที่จำเป็นทั้งหมดในการแปลงเกมเพื่อให้รองรับการทำงานบน macOS และ Optimise ได้เข้ากับ Apple Silicon สูงสุด ซึ่งวิธีการนี้จะมาคนละแนวกับ Stream ที่ออก Proton มาเป็น Compatibility Layer ที่นักพัฒนาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ผู้ใช้ลง Proton ไว้ใน Linux System แล้วรันเกมก็เรียบร้อยแล้ว มันดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากกว่า GPTK แต่เอาเข้าจริง มันมีปัญหาเพราะบางเกมอาจจะเล่นได้ แต่ไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหาเรื่อง Performance เทียบกับเกมที่นักพัฒนาใช้ GPTK ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอยู่แล้ว แค่ว่า มันจะต้องใช้แรงคน แรงเงินในการทำมากกว่านั่นเอง

และอีกวิธีคือ Apple พยายามสร้าง Success Story ของการ Port เกมมาลงบน macOS ด้วยการไปจับมือกับ Studio เกมที่ทำ AAA Title ออกมา เช่นฝั่ง Resident Evil เอย และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้ทำเกมเพื่อลงบน macOS ด้วย

App Store กับระบบการจัดการเกมที่แย่

เกมที่ลงใน macOS ตอนนี้ แทบทั้งหมด เราจะสามารถโหลดได้จาก App Store ซึ่ง App Library กับ Game Library มันมีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน การจะเอาเกมทั้งหมดไปลงใน App Store มันยังขาดอีกหลาย ๆ Feature ที่สำคัญมาก ๆ โอเคแหละ เราสามารถติดตั้งและใช้งาน Stream บน macOS สำหรับการติดตั้งเกม และจัดการ Game Library ได้ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกเกมที่เป็นแบบนั้น บางเกมมันก็มีอยู่บน App Store กลายเป็นว่า Game Library ของเราก็จะดูโหว่ง ๆ ชอบกล

Hardware Performance

จะเล่นเกม สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ Hardware โดยในฝั่ง Apple ณ วันนี้ Lineup ง่ายมาก ๆ คือ เป็นตระกูล Apple Silicon ทั้งหมด M-Series และไล่ขึ้นไปตามประสิทธิภาพตั้งแต่ ตัวธรรมดา, Pro, Max และ Ultra

แต่ถ้าเราเอา Ultra ตัวบนสุดไปเทียบกับ GPU รุ่น Top ของฝั่ง Consumer เช่น M3 Ultra สู้กับ Nvidia RTX 5090 เราก็จะเห็นได้เป็นอย่างดีเลยว่า GPU Performance ของ RTX 5090 สูงกว่า M3 Ultra ของฝั่ง Apple เป็นอย่างมาก นั่นทำให้ผู้สร้างสามารถใส่พวก Element และแสงเงาได้มากกว่าการใช้ Chip รุ่น Ultra มหาศาล เราว่า อารมณ์เหทือนเราพยายาม Port เกมสมัยใหม่ไปรันใน Console Generation ก่อนหน้าแบบนั้นเลย

แต่อ่านมา หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า ทำไมคนชอบพูดกันว่า Apple Silicon นี่มันแรง ๆ มาก ๆ แล้วนะ อ้าวแล้วทำไมเราเอามาเล่นเกมมันถึงไม่แรงละ คำตอบคือ จริง ๆ Apple Silicon แรงนะ แต่มันแรงแค่บางเรื่อง เช่น การตัดต่อวีดีโอที่มันแรง เพราะมันมี Media Engine ที่เป็นตัวเร่งความเร็วใน Hardware เข้ามาช่วย แต่ตัว Raw Performance ของ GPU จริง ๆ ยังไงมันก็สู้ Nvidia หรือ AMD เต็ม ๆ ได้ยาก

หรืออันที่กินเครื่องดุมาก ๆ อย่าง Ray Tracing ที่ถึงแม้ว่า M3 ขึ้นไปจะมี Hardware Acceralerated Ray-Tracing แต่ยังไง Performance มันก็ไม่สามารถกินกับเกมใหม่ ๆ ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเท่ากับฝั่งเครื่อง PC ที่เสียบ GPU เข้าไป

ตัวอย่างของเกมที่เราพึ่งเล่นไปคือ Cyberpunk 2077 เกมที่กินเครื่องโหดมาก ๆ เราเล่นบน Macbook Pro 14-inch M4 Max กด GPU ตัวสุดไปเลย ถ้าเอา Settings ที่เกมเลือกมาให้ และไม่ได้เปิด Ray Tracing เราจะคลานอยู่ 60 FPS นิ่ง ๆ แต่ถ้าเริ่มเปิด Ray Tracing เท่านั้นแหละ เรียกว่า กระดึบ ลงไปต่ำกว่านั้นมาก ๆ ส่วน Path Tracing ก็คือ ไม่ต้องพูดถึงเนอะ ไม่รอดอยู่แล้ว

Price per Performance

นั่นนำไปสู่เรื่องสุดท้ายคือ ราคาต่อสเปกที่ ถ้าเอาในฝั่งของการเล่นเกม Mac ทำได้แย่มาก ๆ แต่ถามว่า ตอนนี้มันดีขึ้นหรือไม่ ก็ต้องบอกเลยว่า มันดีขึ้นมาก ๆ สุดท้าย ถ้าเรายังอยากเล่นเกมให้ได้แรง ๆ เราก็จะต้องจ่ายไปกด SoC ในตระกูล Max หรือ Ultra ไปเลย ซึ่งราคามันแสนบวก ๆ อยู่แล้ว เทียบกับเราเอาเงินแสนนึด ๆ ไปประกอบคอมสักเครื่อง ใส่ GPU ดี ๆ สักตัวหน่อย ก็คือเล่นได้ทุกเกมลื่น ๆ หมดแล้ว ดังนั้น ยังไง ๆ ตอนนี้ ราคาต่อ Performance ของ Mac ก็จะแย่กว่าฝั่ง Windows หลายเท่าแน่นอน

สรุป : ปี 2025 นี้ จะเป็นปีของเกม Mac ได้ยังละ ?

จากเรื่องทั้งหมดนี้ เป็นเหตุที่เราวิเคราะห์เองว่า ทำไม Gaming ถึงไม่รอดสักที โดยรวม เราคิดว่า Apple ก็ดูมีความพยายามในการที่จะดึงดูด Studio Game ให้หันมา Port เกมของตนเองลงใน macOS ดูมีความหวัง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงมากขึ้น แต่ส่วนตัวเราก็ยังมองว่า มันก็ยังไม่เพียงพอสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสเปกเครื่องที่อาจจะยังสู้ฝั่ง Windows ไม่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องประสิทธิภาพสูง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า สถานการณ์จะเป็นยังไงกันต่อ