Technology

UPS อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แสนสำคัญที่คนมักหลงลืม

By Arnon Puitrakul - 25 May 2020 - 2 min read min(s)

UPS อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แสนสำคัญที่คนมักหลงลืม

เวลาเราไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เราก็จะคิดถึง CPU, GPU, RAM และ Mainboard บรา ๆ แต่อุปกรณ์นึงที่มีความสำคัญไม่แพ้อุปกรณ์อื่น ๆ ด้วยนั่นคือ UPS หรือ ที่เราชอบเรียกกันว่า เครื่องสำรองไฟนั่นเอง

UPS คืออะไร ?

UPS หรือเต็ม ๆ เราเรียกกันว่า Uninterruptible Power Supply หรือในภาษาไทยเราก็จะเรียกมันเต็ม ๆ ว่า เครื่องสำรองไฟฟ้าและปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ ยาวม่ะ

สิ่งที่มันทำก็ตามชื่อเลย มันจะสำรองไฟฟ้า เมื่อไฟฟ้ามีเหตุขัดข้องเช่น ไฟดับ มันก็จะมี Battery เพื่อเลี้ยงเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะพอให้เราเปิดเครื่องได้ หรือ อาจจะไม่ดับไปซะก่อน ตอนที่ไฟอาจจะตกไป 1-2 วินาที

และอีกหน้าที่ของมันก็คือ การปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ ก็คือ เมื่อเกิดเหตุอย่าง ไฟกระชาก หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ค่าแรงดันไฟฟ้าเปลี่ยนไปมาก ๆ (ไม่ว่าจะมากเกิน หรือ น้อยเกิน) เครื่อง UPS มันก็จะปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทำไมต้องใช้ UPS ?

หลาย ๆ คนก็อาจจะตั้งคำถามว่า แล้วทำไมเราต้องมาเสียเงินซื้อ UPS ด้วย ทั้ง ๆ ที่เนี่ย เราประกอบคอมมา มันก็เปิดได้อยู่แล้ว จะเสียเงินซื้อเพื่อ ???

การใช้ UPS อย่างที่เราบอกคือ มันไว้ปรับแรงดันไฟ และ เป็นแหล่งพลังงานสำรอง เมื่อไฟฟ้าเกิดมีปัญหาตัวอย่างเช่น เราทำงานที่สำคัญมาก ๆ แล้วไฟเกิดตก วูบบ งานที่เราทำอยู่และไม่ได้เซฟ ก็บายจ้าาาา โดยเฉพาะประเทศไทยแดนสารขันท์เรา เป็นหนึ่งในประเทศที่ไฟฟ้ามีความไม่เสถียรสูงมาก ๆ ฝนตกบางทีก็ดับแล้ว

หรือที่เราเคยเจอมาตอนเด็กเลยคือ ฝนตกนี่แหละ อยู่ ๆ ไฟก็ดับ เพราะ Breaker ตัดดัง แป๊ะะะะ ก็เลยไปยก Breaker ขึ้น ไฟก็กลับมา แต่พอจะเปิดคอม เปิดไม่ติดจ้าาาาา ใช่แล้ว ไฟมันเกินจนทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่องได้รับความเสียหายไปเลย

ดังนั้น การใช้ UPS ไม่ได้ปกป้องแค่งานของเราที่กำลังทำอยู่แล้ว มันยังเป็นการปกป้องความเสียหายกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แสนแพงของเราที่เกิดขึ้นจากไฟฟ้าได้ด้วย มันก็เหมือนเป็นการซื้อประกันอะ มีไว้ ไม่ได้ใช้ก็อุ่นใจ ได้ใช้ก็ดี เครื่องรอด งานเรารอด

อีกอุปกรณ์ที่มีความลำไย กับไฟฟ้ามาก ๆ ตัวนึงคือ Hard Disk นั่นเอง มันก็จะมีบางทีเคยเจอว่า ไฟกระชาก เปิดมา Hard Disk เสีย ข้อมูลหายหมดเลย โอกาสจะเจอเหตุการณ์แบบนี้จะมีเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะ กับเครื่อง NAS เราแนะนำอย่างแรงกล้าเลยว่าต้องมีสักตัว ไม่มีนี่น่ากลัวมาก

UPS มีกี่แบบ ?

อันนี้เราให้เป็นความรู้เพิ่มเติมไปนะ เพราะเวลาเราไปซื้อจริง ๆ เราอาจจะไม่ได้เจอมันสักเท่าไหร่ ทั่ว ๆ ไปแล้ว UPS มันจะมีอยู่ 3 ประเภท ไล่ไปตั้งแต่ถูกสุด จนแพงสุดเลย

Offline UPS

Offline UPS คือ UPS ที่มีการทำงานแบบที่ว่า ยามปกติ ไฟก็จะ Bypass ระบบ Battery ไปเลย และพอแหล่งพลังงานหลักเกิดปัญหาอะไรก็ตาม Switch ก็จะสลับไปที่ Battery ทันที ข้อดีคือ ราคาถูกที่สุดใน 3 ประเภทแล้ว แต่ประเภทนี้ มันไม่สามารถป้องกันพวกไฟกระชากได้ เพราะยามปกติ มันก็ Bypass ระบบทั้งหมดไปเลย ไม่ต่างจากเราเสียบปลั๊กตรง ๆ

Online Protection UPS

Online Protection UPS เป็นอีกประเภทนึงที่พัฒนาขึ้นไปจาก Offline UPS นิดนึง คือ มีการเพิ่ม Stabiliser ขึ้นมาเพื่อให้ไฟวิ่งผ่านในยามปกติด้วย เพื่อลบข้อเสียของ Offline UPS ที่ป้องกันแรงดันไฟผันผวน และสัญญาณรบกวนไม่ได้ ราคาก็แน่นอนว่าแพงขึ้นกว่า Offline UPS แน่นอน และ เป็นประเภทของ UPS ที่นิยมที่สุด เจอได้เยอะที่สุดเวลาเราไปหาซื้อเลย

โดยที่ทั้ง Offline UPS และ Online Protection UPS เวลามันสับ Switch ไปที่ Battery มันจะมีเวลาที่ Switch จะสับ และ Battery จะจ่ายไฟผ่าน Inverter เพื่อแปลงจากไฟฟ้ากระแสตรงให้เป็นกระแสสลับ (เพราะไฟที่เก็บไว้ใน Battery เป็นไฟฟ้า กระแสตรง แต่อุปกรณ์ของเราใช้ ไฟฟ้ากระแสสลับ เลยต้องมีการแปลงก่อน) ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็มีการพัฒนามาให้มีความเร็วในการสลับได้เร็วขึ้นมาก ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีปัญหากับการเอามาใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์สักเท่าไหร่

อีกปัญหาของทั้ง 2 ประเภทนี้คือ แล้วถ้าเราเปิดไปเรื่อย ๆ วันนึง UPS เกิดเสียขึ้นมาละ มันจะเป็นยังไง คำตอบคือ ก็ดับหมด เรียบร้อยเลย Battery ใน UPS ก็ไม่ช่วยแล้ว แต่มันก็มีอุปกรณ์ที่ต้องการ การออนไลน์ตลอดเวลา หรือต้องการความเสถียรที่สูงมาก ๆ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือ เครื่องจักรบ้างชนิด

True Online UPS

ทำให้เราต้องมี UPS แบบที่ 3 ขึ้นมาคือ True Online UPS ระบบนี้จะป้องกันกรณีที่ UPS เกิดมีปัญหาด้วยการมีเส้นที่สามารถ Bypass ได้เหมือนกับ Offline UPS เลย แต่ยามไฟรันปกติ เครื่องมันจะจ่ายให้กับ Charger หรือก็คือ เครื่องที่แปลงไฟฟ้าจากกระแสสลับให้เป็นกระแสตรง เพื่อจ่ายให้กับทั้ง Battery และ เส้นตรงไปที่ Invertor เพื่อแปลงไฟฟ้าให้เป็นกระแสสลับเหมือนเดิม แล้วจึงจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป

ทำให้ระบบนี้มันทำงานตามชื่อจริง ๆ คือ ออนไลน์จริง ๆ ทั้ง Battery และ ไฟหลักมันออนไลน์พร้อมกัน นั่นคือ เวลาไฟดับหรือมีปัญหาขึ้นมา มันไม่ต้องใช้ Switch พ่วงเพื่อตัดไฟไปใช้ Battery แล้ว ลืมเรื่องเวลาในการสลับระบบไปได้เลย 0 เลย

ทำให้ระบบนี้ Charger และ Inverter ต้องทำงานตลอดเวลา ซึ่งต่างจาก Offline และ Online UPS ที่ Inverter มันจะทำงานเมื่อแหล่งพลังงานหลักมาปัญหาเท่านั้น แปลว่า Inverter ต้องมีคุณภาพสูงมาก ๆ

แต่เวลาในการสลับก็ยังมีอยู่ ในกรณีที่ UPS เกิดมีปัญหาไม่สามารถจ่ายไฟยขึ้นมา มันต้องไปใช้เส้น Bypass เหมือน Offline UPS เลย และก็ยังต้องใช้ Switch ในการสลับอยู่เหมือนเดิม ดังนั้น เมื่อ UPS มีปัญหา มันจะมีเวลาในการสลับ Switch เช่นเดียวกับทั้ง 2 ประเภทก่อนหน้า

ระบบที่อลังการขนาดนี้ มาพร้อมกับราคาที่แพงที่สุดใน 3 ประเภทที่เราพูดมาเลย พวกนี้เหมาะกับการเอาไปใช้ในระบบที่เป็น Mission Critical มาก ๆ ไฟจะตก ดับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

กลับมาที่ UPS สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านทั่ว ๆ ไปนั้น เราแนะนำให้ใช้ Online Protection UPS ก็เพียงพอแล้ว ด้วยราคาที่ไม่ได้สูงเกินไป และ การป้องกันทั้งไฟดับ ไฟกระชากก็น่าจะเป็นเรื่องที่อาจจะเจอได้บ่อยสำหรับบ้านทั่ว ๆ ไปแล้ว

การเลือกซื้อ UPS

ก่อนเราจะไปเลือกซื้อ UPS เราต้องมาประเมินกันก่อนว่า เครื่องของเราใช้ไฟทั้งหมดกี่ Watts อันนี้อาจจะยากไปสำหรับคนทั่ว ๆ ไป สักนิด วิธีคือ ให้เราดูสเปกของแต่ละชิ้นส่วนของเครื่องเลย แล้วเข้าไปตามเว็บของผู้ผลิต เขาจะบอกกำลังไฟที่ใช้อยู่ว่าเท่าไหร่บ้าง แล้วเอามาบวกกันให้หมด ก็จะเป็นจำนวน Watts ที่เราต้องใช้แล้ว

สำหรับใครที่บอกว่า งั้นก็ดู Power Supply ในเครื่องสิว่าขนาดเท่าไหร่ อันนี้จะบอกว่า ก็ได้อยู่ แต่เราจะซื้อ UPS ขนาดใหญ่เกินจำเป็น มันก็ใช้ได้ แต่เปลืองเงิน เพราะเครื่องของเราไม่ได้ใช้พลังงานเท่ากับ 100% ของ Power Supply ตลอดเวลา เช่นเราเล่นเกม อาจจะกินเยอะหน่อย แต่ถ้าเราเปิดเว็บอ่านโน้นนี่ ก็จะกินพลังงานน้อยมาก ๆ และเราจะไม่ซื้อ Power Supply ที่มีกำลังเท่ากับที่เราใช้ด้วย เพราะมันจะต้องหักลบกับการสูญเสียพลังงานต่าง ๆ แล้วก็ไม่ไหวเหมือนกัน

ถ้าเอาง่าย ๆ ที่สุดเราว่า ก็เอาขนาดของ Power Supply ของเครื่องเรา คูณด้วย 0.7 หรือก็คือ 70% ของขนาด Power Supply เรา ก็น่าจะพอได้อยู่นะ อาจจะเยอะเกินไปหน่อย แต่เหลือดีกว่าขาดแหละ

อีกคำถามคือ ถ้าเกิดไฟมีปัญหาเราจะให้มันอยู่ได้นานแค่ไหน ก่อนจะดับจริง บางงาน เราอาจจะกดเซฟงานแล้วเปิดภายในเวลาไม่กี่วินาที หรืองานบางงานบอกว่า กว่าจะเซฟเสร็จก็ใช้เวลานานมาก อันนี้ขึ้นกับแต่ละงานละว่า เราต้องการนานขนาดไหน ยิ่งนานก็ยิ่งต้องใช้ Battery ใหญ่ และ แพงขึ้นแน่นอน

เวลาเราไปเดินซื้อ มันจะมีหลายขนาดมาก แต่สังเหตุที่หน่วย มันจะมีอยู่ 2 ค่าด้วยการ คือค่าที่มีหน่วยเป็น Watts และ VA ถ้าเราไม่ได้คิดอะไรมากเลย แบบไม่รู้อะไรเลย คำแนะนำที่ง่ายที่สุดคือ ซื้อตัวที่มีขนาด Watts เกินที่เราใช้ไปสักหน่อยเช่น ถ้าเครื่องเรากินไป 600 Watts ก็อาจจะไปดูช่วง 700-800 Watts ก็กำลังดี ถ้าคำนวณแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วเวลาในการสำรองไฟจะอยู่ที่ 5 นาที ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการเซฟงาน และ ปิดเครื่องทั่ว ๆ ไปแล้ว

หรือถ้าอยากได้เวลาที่มากขึ้น ต้องไปดูค่า VA อีกตัวนึง วิธีคือ ถ้าเรามีค่า Watts เราจับมันมาคูณกับ 1.4 เราจะได้ค่า VA ขั้นต่ำที่เราต้องใช้ออกมา ถ้าเราอยากให้อยู่ได้นานขึ้น เราก็ต้องดูตัวที่มันมีค่า VA สูงกว่าที่เราคำนวณออกมามากหน่อย

ตัวอย่างเช่น iMac 27-inch 2019 ที่เราใช้ทำงาน ใน Document ของ Apple บอกว่า Max สุดก็ 262 Watts ถ้าเราไม่ได้แคร์เวลา เอาสัก 5 นาที เราก็อาจจะไปดูตัวที่ Watts เกิน 262 ไปสักหน่อยอาจจะเป็น 350-400 Watts ก็จะปลอดภัย

ส่วนถ้าเราต้องการดูเป็น VA เรามี Watts เราก็คูณด้วย 1.4 ก็จะได้เป็น 366.8 VA นี่คือขั้นต่ำ ถ้าเราใช้เครื่องเต็มตลอดเวลา เราใช้ของ APC ตัว Back-UPS 1400VA ฮ่า ๆๆๆๆ ถ้าไม่ได้ Full-Load เลย เราอยู่ได้ราว ๆ 30 นาทีไปเลย คือยาวนานมาก ๆ แต่ก็แพงมากเช่นกัน

อันนี้ต้องยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ซื้อไม่เป็นเหมือนกัน พอจะมาซื้อให้พวกอุปกรณ์ Network เลยไปหาข้อมูลเพิ่มขึ้นเลยเป็นที่มาของบทความนี้แหละทุกคนจะได้เลือกซื้อ UPS ที่ขนาดพอเหมาะกับทุกคนมากขึ้น

นอกจากนั้นมันยังมี Option ในการเลือกซื้อเพิ่มอีกด้วยนะ บางรุ่นมันจะมีพวกสายโทรศัพท์เข้าด้วย ก็คือ มันเอาไว้กันไฟที่เกินบนสายโทรศัพท์ก่อนจะเสียบเข้าอุปกรณ์ของเราได้ด้วย

อันที่เราชอบมาก ๆ คือ APC Back-UPS 1400VA มันมาพร้อมกับ USB Port ให้เราเสียบ ระหว่าง UPS และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ด้วย เพื่อให้ UPS ป้อนข้อมูลสถานะให้เครื่องเราได้ อย่างยี่ห้อ APC ที่เราใช้งานอยู่ ก็จะมี Software ตัวนึง สำหรับปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เราเองเมื่อพบว่าแหล่งพลังงานหลักมีปัญหา พร้อมยังบอกสถานะ Battery ให้เรารู้อีกด้วยว่ามันเหลือเท่าไหร่ เราจะได้กะเวลาถูก ถ้าเสียบเข้า macOS มันก็จะขึ้นมาบนแถบสถานะเลยไม่ต้องลงโปรแกรมเลย อันนี้ก็จะเป็น Feature ที่ช่วยอำนวยความสะดวก จะมีหรือไม่มีก็ได้

การดูแลรักษา

เมื่อเราซื้อมาแล้ว เราก็ต้องดูแลรักษามัน ไม่ใช้ก็ปิดแค่นั้นแหละ ง่านมาก ๆ และของพวกนี้มันก็เหมือนกับ Battery โทรศัพท์เราที่อาจจะมีเสื่อมตามกาลเวลา ส่วนใหญ่เราว่าก็น่าจะอยู่ที่ 2 ปีก็ต้องเตรียมตัวเปลี่ยนแล้ว ถ้ายังอยู่ในประกันก็ส่งเคลมได้เลย หรือถ้าหมดประกันไปแล้วก็อาจจะต้องมาดูแล้วว่า เราจะเปลี่ยนเลยมั้ย หรือ เราจะเปลี่ยนแค่ Battery อย่างเดียว ซึ่ง Brand ผู้ผลิต UPS เขาก็จะมีบริการเปลี่ยน Battery อยู่แล้วละ ก็ลองติดต่อเขาได้ เพื่อสอบถามราคา

สรุป

UPS ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก ๆ ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์แสนรักของเรา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดจากความผิดปกติของแหล่งพลังงานเช่น ไฟตก และ ไฟดับ ในกรณีที่แย่ที่สุดคือ อุปกรณ์ของเราอาจจะพังไปเลยก็ได้ นั่นก็ทำให้เราต้องเสียเงิน และ เวลาในการไปซื้อมันมาใหม่อีก ดังนั้นซื้อ UPS ไว้ดีกว่า เหมือนเป็นเครื่องป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ให้มีโอกาสเกิดน้อยลง ส่วนวิธีการเลือกซื้อ เราได้แนะนำวิธีเบื้องต้นไว้แล้ว เวลาเราไปซื้อจริง ๆ ก็อาจจะสอบถามเจ้าหน้าที่อีกที่เพื่อความชัวร์นะ อย่าลืมซื้อกันมาละ ถ้า APC อยากจะจ่ายก็ยินดี ฮ่า ๆ จบ สวัสดี