Review

รีวิว TP-Link TL-SG1016D Switch 16 Port ราคาถูก คุณภาพเยี่ยม

By Arnon Puitrakul - 18 June 2020 - 2 min read min(s)

รีวิว TP-Link TL-SG1016D Switch 16 Port ราคาถูก คุณภาพเยี่ยม

ปกติไม่คิดจะรีวิว Switch อะไร เพราะมันไม่ได้มีอะไรมาก และ คนก็ไม่ได้สนใจอะไรกันเท่าไหร่ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็ซื้อมาใช้ละ เอามารีวิวกับ Switch จาก TP-Link เจ้าเดิม แต่เป็นระดับ Business Grade ในรุ่น TL-SG1015D

Unboxing

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ตัวกล่องจะมาคล้าย ๆ กับอุปกรณ์ตัวอื่นของ TP-Link คือ จะเป็นกล่องกระดาษเงา มาด้วยพื้นหลังสีดำ ที่ต่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ ของ TP-Link ที่เราเคยใช้มา มันจะเป็นสีฟ้า ข้อมูลก็จะมีพวกชื่อรุ่น หน้าตาของอุปกรณ์ แต่สิ่งที่แตกต่างจากอุปกรณ์ที่เราเคยใช้คือ มันจะมีเขียนอยู่ที่ด้านขวามือด้านบนเลยว่า Business Solution หรือ อุปกรณ์สำหรับ Business นั่นเอง

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

สำหรับด้านหลังก็จะเป็นพวก รายละเอียดกับ Highlight Product ต่าง ๆ เช่นพวกการไม่ต้องใช้พัดลม ทำให้มีความเงียบในการใช้งาน 100% พร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องของการประหยัดพลังงาน

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ที่ด้านข้างของกล่องจะเป็นเรื่องของการบอก Port การเชื่อมต่อในภาษาต่าง ๆ อันนี้ข้ามไปละกัน

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ที่ด้านข้างอีกข้างไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ มีแค่โลโก้ของ TP-Link อยู่

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

เรื่องนึงที่เราว่า เราโอเคกับ TP-Link มากคือ การรับประกันแบบ Limited Lifetime หรือก็คือประกันตลอดการใช้งานไปเลย (ถ้าเราไม่ได้ไปแกะอะไรมันเองอะนะ)  มีปัญหาโทรไปหาเขาได้เลย และ แน่นอนว่า อุปกรณ์พวกนี้อะ มันไม่ได้เสียง่าย ๆ เลย มันไม่ใช่ว่า 1 ปีแล้วจะพังเลย เราว่า ถ้าเปิดใช้แบบทั้งวันทั้งคืน ตลอดเวลาเลย หลายปีมาก ๆ คงพังเราว่า น่าจะต้องเปลี่ยน เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนก่อนอะ

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

เมื่อเปิดกล่องออกมา เราจะเจอกับคู่มือ 2 เล่มวางอยู่

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ความตลกเมื่อเห็นครั้งแรกคือ ฮัลโหล ทำไมมันเขียน Installation Guide หรือคู่มือการติดตั้งตั้ง 2 อันเลย ต่างกันแค่ขนาดสำหรับคนสายตาไม่ดีเหรอ อ่อ เปล่าไม่ใช่ ตัวเล่มเล็กจะเป็น คู่มือการติดตั้งจริง ๆ แต่ที่มันดูหนา เพราะมันมาพร้อมกับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

แต่เล่มใหญ่ มันจะเป็นคู่มือที่ละเอียดกว่าเยอะมาก มาพร้อมกับพวกรายละเอียดต่าง ๆ ของตัว Switch เลย แต่เป็นภาษาอังกฤษหมดเลยนะ

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

เมื่อเอาคู่มือออก เราจะเจอกับตัว Switch ที่ถูกแพคมาอย่างดี มีการใส่ฟองน้ำไว้เพื่อไม่ให้มันกลิ้งไปมาระหว่างการขนส่งต่าง ๆ

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

เมื่อยกขึ้นมา เราก็จะเห็นว่า มันมีการห่อพลาสติกไว้ด้วย เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนจากการขนส่งด้วย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

สำหรับกล่องด้านข้าง เมื่อเรเาเปิดออกมา เราจะเจอกับอุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่องด้วย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ถุงแรกน้องเล็กเลย จะเป็นน๊อตสำหรับติดกับขายึด Rack จำนวน 8 ตัว เป็นน๊อตตัวเล็ก ๆ เราว่าคุณภาพของน๊อต ก็ถือว่าไม่ได้แย่เลย และแป้นดำ ๆ จะเป็น แป้นยางสำหรับติดที่ใต้ Switch ถ้าเราจะวางบนโต๊ะ ซึ่งด้านขาว ๆ เขาจะติดกาวสองหน้ามาแล้ว เพียงแค่เราลอกออก ก็ติดที่ใต้ Switch ได้เลย กาวที่มามันก็ไม่ได้แย่เลย ใช้งานได้เลย ไม่ต้องไปหากาวใหม่แล้ว

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

ถัดไปเป็นขาที่ใช้ยึดกับตู้ Rack โดยที่จะมีมาให้ 2 ขาด้วยกัน ใส่มาในซอง Zip Lock และด้านในก็จะเป็นซองพลาสติกอีกชั้นเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนกันเอง วัสดุที่ใช้เป็นโลหะเลยนะ จับดูแข็งแรง และ มีน้ำหนักนิดนึง ดัดงอไม่ได้เลยนะ มันหนาอยู่ ถือว่าดีเลย แต่ถ้าเทียบกับอุปกรณ์ที่มี Rack Mount Equipment อื่น ๆ ก็ถือว่า Rack Mount Equipment ของ Switch ตัวนี้อยู่กลาง ๆ

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

และสุดท้าย ชิ้นใหญ่สุดเลยคือ สายไฟ โดยที่จะเป็นสายไฟที่ค่อนข้างหนาใช้ได้เลย กับหัวเองก็เป็น 3 หัวแบบมีสายดินด้วย ส่วนปลายหัวอีกด้านจะเป็น Socket คล้าย ๆ กับ PC ของเราเลย ซึ่งสำหรับอุปกรณ์ Network เราจะเจอกับรุ่นที่ใหญ่ ๆ หน่อย ที่จะเป็นหัวเสียบเข้าอุปกรณ์แบบนี้

อย่าง Mikrotik RB4011 ของเราเองก็ยังเป็นหัว Jack เล็ก ๆ อยู่เลย ไม่ได้เป็นแบบนี้ พวกพวกใหญ่ ๆ เราจะไปเจอกับพวกตัวใหญ่ ๆ หน่อยของ Mikrotik เลย สำหรับเรา เราชอบหัวแบบใหญ่ ๆ มากกว่า เพราะมันแข็งแรงกว่าเยอะเลย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

TP-Link TL-SG1016D เป็น Network Switch แบบ Unmanaged โดยมี Port RJ45 ทั้งหมด 16 Port ที่ให้ความเร็วได้ระดับ Gigabit ทั้งหมด วัสดุของตัวเครื่องจะทำจากโลหะทั้งหมด พวกนี้คือ มันจะช่วยเรื่องของความแข็งแรงได้เป็นอย่างดี พร้อมกับโลหะมันนำความร้อนอยู่แล้ว มันก็เป็นเหมือนตัวช่วยทำให้การระบายความร้อนทำได้ดีขึ้น ทำให้อุปกรณ์เราทำงานได้เสถียรมากขึ้น และ อยู่กับเราได้นานขึ้นนั่นเอง

ที่ตัวด้านหน้าเอง ก็จะมีชื่อรุ่นระบุไว้อยู่ เรื่องของไฟแสดงผลอันนี้เราว่าแปลกสำหรับเราละกัน ไฟของเขาจะแบ่งเป็น 2 ดวงต่อ 1 Port คืออันนึงบอกการเชื่อมต่อ ถ้ามีก็ขึ้นไฟ ส่วนไฟด้านล่างจะกระพริบเมื่อมีการใช้งาน อีกข้อสังเกตของไฟแสดงผลพวกนี้คือ มันไม่แยงตาเรา คือ นึกภาพว่า เวลาเราเสียบมันอยู่ในตู้ Rack ที่มีอุปกรณ์พ่วงอยู่เต็มไปหมด นึกว่าไฟรถบรรทุก แว่บ ๆ ไปหมด การที่มันไม่แยงตา มันช่วยได้เยอะ และ สุดท้าย Port RJ45 แบบ Gigabit ทั้งหมด 16 Port มีเลขกำกับให้เราเรียบร้อย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

สำหรับด้านหลังตรงกลางจะเป็นข้อมูลต่าง ๆ ของ Switch รวมไปถึงพวก Serial Number ด้วยที่เราปิดไว้อยู่ และ ที่ 4 มุม ของ Switch เราจะเห็นว่า มันเหมือนกับเป็นร่องตื้น ๆ สำหรับการแปะแผ่นยางที่ให้มาในกล่องสำหรับการใช้งานแบบวาง พอเป็นด้านล่างทำให้เราเห็นมากขึ้นอีกว่า ที่ Body มีการทำลายไว้นิดหน่อยด้วย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

สำหรับด้านข้างทั้ง 2 จะเหมือนกัน โดยที่รูทั้ง 4 ด้านหน้าจะเป็นรูสำหรับยึดกับขายึดกับตู้ Rack ที่ให้มาในกล่อง นอกจากนั้นก็ยังมีรูสำหรับระบายอากาศอีกด้วย ที่ต้องใหญ่ได้ขนาดนั้นเป็นเพราะ Switch ตัวนี้ไม่ได้มีระบบ Active Cooling อย่างการใช้พัดลมเลย อันนี้ใช้แค่ Passive Cooling ล้วน ๆ ทำให้ต้องมีรูระบายอากาศที่เยอะนิดนึง ข้อสังเกตุของเราคือ เรากลัวเรื่องฝุ่นมากกว่า แต่ถ้าใช้งานในห้อง Server หรือที่เก็บอุปกรณ์ Network จริง ๆ คิดว่าไม่น่ามีปัญหามาก สัก 2-3 ปีค่อยว่ากันยังได้เลย

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

สำหรับด้านหลังเอง ก็จะมีช่องสำหรับระบายอากาศที่ใหญ่มากเช่นกัน โดยที่เมื่อเราเสียบเข้าไปใน Rack ขนาดทั่ว ๆ ไป มันก็จะมีช่องเหลือด้านหลังเยอะมาก ทำให้ไม่ต้องกลัวเลยว่า อากาศสามารถไหลเวียน เข้า และ ออก ที่ด้านหลังได้ และช่องขวาสุดจะเป็นช่องสำหรับเสียบไฟเข้า อย่างที่บอกไปว่า มันเป็นแบบ Socket 3 หัว ก็ใช้กับสายไฟที่มาในกล่องได้เลย

ส่วนด้านบน ก็จะเป็นโลหะผิวแบบเดียวกับทั้ง Body ทั้งแผ่นเลย ไม่ได้มีอะไร เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดูกัน

Specification

สำหรับเรื่องของ Spec ก็เป็น Unmanaged 16-Port Gigabit Switch นั่นคือ รองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็วระดับ Gigabit จำนวน 16 ช่องผ่าน Port แบบ RJ-45 แบบ Unmanaged คือแบบที่มันทำหน้าที่เป็นเหมือนปลั๊กพ่วงในเครื่องใช้ไฟฟ้าแค่นั้น ไม่สามารถ Config อะไรได้

มันจะต่างจากอีกพวกคือ Managed Switch พวกนี้มันสามารถตั้ง Config ตาม Port ต่าง ๆ ได้ เช่น การให้ Tag VLAN ตาม Port อะไรพวกนั้น ซึ่งอะไรแบบนั้น มันก็ใช้ตาม Business จนไปถึง Enterprise กันแหละ ในบ้านไม่น่าจะทำอะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่

เรื่องของการกินไฟ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากขนาดนั้น เพราะตามสเปก มันกินไฟอยู่เพียง 9.26 Watts เท่านั้น ก็ถือว่าน้อยไปเลย น้อยกว่าเราเสียบชาร์จ iPhone ซะอีก ฮ่า ๆ แต่ที่ TP-Link บอกไว้หน้ากล่องว่ามันมี Green Technology เราเลยไปหาข้อมูลในเว็บของ TP-Link บอกว่า

ปกติแล้ว Switch เวลามันเปิดใช้งาน มันจะเปิดใช้งานครบทุก Port เลยไม่ว่าเราจะใช้ครบหรือไม่ครบก็ตาม ทำให้เราสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น เขาเลยบอกว่า ถ้าเราไม่ใช้มันก็จะปิดการทำงานของ Port นั้น ๆ ไปทำให้ตัว Switch มันใช้ไฟน้อยลง นอกจากนั้น เวลามันจ่ายไฟออกไป มันจะดูที่ความยาวสายด้วย ถ้าสายยาวมาก ๆ ก็ต้องส่งแรงหน่อย แต่ถ้าสายสั้นละ TP-Link บอกว่า งั้นก็ส่งสัญญาณให้อ่อนลงก็ได้สิ มันก็ใช้พลังงานน้อยลง แต่ข้อมูลถึงเหมือนกัน ต่างจาก Switch อื่น ๆ ที่จ่ายความแรงสัญญาเท่ากันหมด

ส่วนที่ถามว่า ถ้าเราเสียบหมดทุกช่องแล้ว Transfer ข้อมูลพร้อม ๆ กันจะมีปัญหา Traffic อะไรมั้ย ดูจากสเปกแล้วเขาบอกว่า Switching Capacity หรือความสามารถในการ Switch ข้อมูลไปมาอยู่ที่ 32 Gbps ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเรามี 16 Gigabit Port นั่นแปลว่า แต่ละ Port จะโยนข้อมูลไปมาได้สูงสุดที่ 1 Gbps เท่านั้น ยังไง ๆ เราก็ไม่มีทางวิ่งไปถึง 32 Gbps ได้แน่นอน ใช้ยังไงก็ไม่เต็มที่เครื่องรับได้

การใช้งานจริง

ต้องบอกก่อนนะว่า อันนี้เราเอามาใช้เป็นกึ่ม ๆ Core Switch ในบ้านเลย คือ เป็น Switch หลักในบ้านเลย ทำให้มีข้อมูลวิ่งไปมาเยอะ และ ตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ คือ มันจะเป็นเหมือนเหมือนถนนเส้นปกติ แต่เราจะมีอีกเส้นที่เสียบตรงเข้า Mikrotik RB4011 ที่เป็น Router สำหรับเส้นทางที่ต้องการความปลอดภัยมากหน่อย เช่นพวก Server และ NAS ต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ

หลังจากที่ได้ติดตั้งแล้วใช้งานมาสักพักแล้ว ความร้อนก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากขนาดนั้น แค่อุ่น ๆ เท่านั้น เราว่าถ้าเราติดตั้งให้อุปกรณ์มันห่างกว่านี้หน่อย ก็น่าจะร้อนน้อยกว่านี้แหละ คิดว่ามันน่าจะร้อนมาจาก Router ที่ร้อนมาก ๆ

Performance การทำงานก็ใช้แล้วไม่ได้ทำให้รู้สึกช้าลงหรือมีปัญหาเลย ใช้งานได้ตามปกติเลย โดยการใช้งานของเราก็จะเป็นการใช้ Internet ทั่ว ๆ ไป Surf เว็บก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนที่ใช้งานดุจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องของการ Transfer File ขนาดใหญ่ลง NAS พวกนั้นก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ทำงานได้ด้วยความเร็วใกล้ ๆ เดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก

โดยรวม แล้วก็ได้ Port ที่เยอะขึ้น กับการใช้งานที่ได้ความเร็วระดับ Gigabit เหมือนเดิมนั่นเอง

สรุป

รีวิว TP-Link TL-SG1016D

TP-Link TL-SG1016D เป็น Unmanaged Gigabit 16-Port Switch ที่น่าจะเหมาะกับการทำเป็น Core Switch ในบ้านที่มีการใช้สายเยอะหน่อย หรืออาจจะเป็น Switch ที่ปลายทางสำหรับองค์กรก็ได้เหมือนกัน ด้วยความเร็วระดับ Gigabit ที่ถือว่าเป็นมาตรฐาน ณ ตอนที่เขียน แล้วก็ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยความเร็วสูง และยังมาพร้อมกับ Body ที่ทำจากโลหะ ที่เสริมความแข็งแรง และ ช่วยเรืองระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี และยังมี Green Technology ที่ช่วยในการประหยัดพลังงานได้อีก ทั้งหมดนี้สงวนราคาอยู่ที่ 2,600 บาทใน Official Shop ของ TP-Link ใน Lazada หรือถ้าอยากได้ที่ถูกกว่าก็ลองไปหาดูได้ เราเองกดมาในราคา 1,776 บาทเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นราคาที่ถูกมากสำหรับ Switch ขนาดนี้