ปกป้องโทรศัพท์แสนรักของเรากับเคส Rhinoshield Mod NX พร้อมวิธีการสั่งซื้อ

โทรศัพท์ของใคร ๆ ก็หวงทั้งนั้น โดยเฉพาะยิ่งเราซื้อตัวท๊อป ราคาครึ่งแสนมาแล้ว ก็ต้องหวงเป็นเรื่องธรรมดาเลยล่ะ ของชิ้นนึงที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการตกได้ ก็น่าจะเป็นเคสโทรศัพท์ มันก็มีขายอยู่หลายแบบมาก ๆ วันนี้เราจะมารีวิวเคสตัวนึงจาก Rhinoshield ที่สามารถ Customise ได้ตามใจเราเลย ในรุ่น Mod NX

Rhinoshield Mod NX

Rhinoshield Mod NX เป็นเคสโทรศัพท์รุ่นนึงของ Rhinoshield เขาล่ะ เราไม่แน่ใจว่าคนไทยจะรู้จัก Brand นี้กันมั้ย ไม่ค่อยเห็นคนใช้เท่าไหร่ แต่มันค่อนข้างมีชื่อเสียงในต่างประเทศอยู่เหมือนกัน ในรุ่นนี้มันมีข้อดีคือ เราสามารถเลือกหน้าตาของเคสได้อย่างอิสระมาก ๆ ตั้งแต่ สีขอบ สีปุ่ม ยันแผ่นด้านหลัง โดยยังคงความแข็งแรงอยู่

เขาเคลมว่ามันสามารถป้องกันโทรศัพท์แสนรักของเราจากการตกได้ถึง 11 feet หรือ 3.5 เมตร ก็จริง ๆ น่าจะเป็นมาตรฐานทั่ว ๆ ไปของเคสระดับนี้ ไม่ไปนับญาติกับพวก UAG อะไรแบบนั้นนะ มันคนละเกรดกัน พวกนั้นมันถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแรงมาก ๆ แต่เรื่องความหนา และน้ำหนัก ก็มากกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

นอกจากนั้น ยังมีอีกรุ่นเป็นรุ่น SolidSuit ที่จะเป็นชิ้นเดียว Customise ทีหลังไม่ได้ แต่มันมาพร้อมกับพวก Premium Finish ถ้าใครซื้อมาใช้ ๆ ไม่ได้เบื่อง่าย เราว่าอันนี้น่าจะเหมาะกว่าเยอะ ประกอบง่าย ได้ผิวพวก หนัง เหล็กขัด หรือ ไม้ อะไรแบบนั้นก็มีให้เลือกเลย

แกะกล่อง

เราซื้อจากเว็บของ Rhinosheild ตรง ๆ มาเลย เราสั่งตัวเคส และ ฝาหลังมา ไม่ได้สั่งปุ่มเพิ่มมานะ เริ่มที่ตัวกล่องของเคสกันก่อน ตัวกล่องก็มาด้วยวัสดุที่เป็นพลาสติกง่าย ๆ เลย ที่ด้านหน้าจะมีเขียน Mod NX ไว้เพื่อบอกให้ชัดไปเลยว่ารุ่นอะไร ด้านล่างขวาจะมีเป็นสติ๊กเกอร์บอกว่า สำหรับ iPhone 11 Pro Max (อันนี้ตอนสั่งเราต้องระบุรุ่นลงไปด้วยนะ) ถัดลงไป ก็จะเป็นบอกว่า เคสนี้กันตกได้ถึง 3.5 เมตร และผ่านมาตรฐาน Military Grade อะไรก็ว่าไป

ด้านหลัง ก็จะเป็นการบอกส่วนประกอบของเคสว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง และสามารถประกอบเป็นแบบไหนได้บ้าง เพราะเคสตัวนี้ มันไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขา ตรงที่เราสามารถ Custom ได้ค่อนข้างเยอะมาก

เมื่อเราเปิดกล่องออกมา เราจะพบเคสวางอยู่ในกล่องเลย ตัวที่เราซื้อมาจะเป็นสีดำ ไม่ได้ Custom ปุ่มเพิ่ม ก็จะมาเป็นสีเดียวกับเคสเลย คือสีดำนั่นเอง ทั้งกล่องก็มีแค่นี้แหละ

อีกกล่องคือ Backplate หรือฝาหลังนั่นเอง ด้านหน้าก็จะมีการเขียนบอกว่าเป็นฝาหลังสำหรับ Mod NX พร้อมกับบอกว่าสำหรับ iPhone 11 Pro Max ด้วย ต้องบอก เพราะฝาหลังมันก็จะใช้ได้กลับโทรศัพท์รุ่นนั้น ๆ เท่านั้น ข้ามรุ่นไม่ได้นะ เพราะขนาด และ รู มันไม่เหมือนกัน

ตัวกล่อง ก็จะเป็นพลาสติกใสโง่ ๆ เหมือนที่เราเห็นตามร้านทั่ว ๆ ไป ที่ปิดมันจะเป็นเหมือนปุ่มปิดลงไปธรรมดาเลย

ด้านหลัง ก็จะเป็นวิธีการติดตั้ง และ เอาออก แค่นั้นเลย

วิธีแกะก็ง่ายมาก ๆ ดึงแง่งพลาสติกออก ก็เปิดได้แล้ว แอบไม่มิดชิดกลัวเวลาขนส่งมาก

เมื่อแกะออกมา ก็จะเห็นว่าคู่มือที่เราเห็นด้านหลัง มันไม่ได้พิมพ์หรือติดลงไปบนกล่อง เพียงแต่เขาใส่มาในกล่อง

กระดาษอีกแผ่นที่ใส่ไว้คือเป็นคำเตือนบอกว่า อย่าเอาพวกแอลกฮอล์มาเช็ดนะ

เมื่อเอากระดาษออกทั้งหมด เราก็จะพบกับฝาหลังวางหันหลังอยู่อย่างสวยงาม

ที่ฝาหลัง ก็จะมีพลาสติกติดไว้กันรอยระหว่างการขนส่งให้ด้วย

ลักษณะเคส

ลักษณะของตัวเคส เคสเลย มันจะเป็น Bumper Case คือ เคสที่กันแค่รอบ ๆ ตัวเครื่อง ไม่ได้มีอะไรมาปิดที่หน้า และหลังของเครื่องนั่นเอง ความสนุกของ Mod NX มันจะอยู่ที่การ Customise ได้นี่แหละ นอกจากจะ Customise สี และ ฝาหลังได้แล้ว เรายังกำหนดชีวิตเราได้มากขึ้นอีก ด้วยการเลือกที่จะใส่เป็นแบบ Bumper หรือ แบบ มีฝาปิดได้ด้วย

ตัวเคสแกะกล่องมา มันก็จะเป็น Bumper ธรรมดา จับ ๆ ดูแล้วพบว่า มันก็ไม่ได้อ่อนย้วยอะไร คือมันคืนรูปได้ดี และมีความแข็งอยู่พอสมควร

ด้านข้างซ้ายก็จะมีการทำนูนเพื่อสำหรับเป็นที่กดปุ่มเพิ่มลดเสียง ส่วนที่เป็นรูก็คือ สำหรับ ​Switch เปิดปิดโหมดสั่นบนเครื่องนั่นเอง

อีกข้าง ก็จะเป็นนูน ๆ เหมือนข้างขวา แต่อันนี้สำหรับปุ่ม Power และด้านล่างลงมา จะพิมพ์บุ๊มลงไปเป็นชื่อ Brand

ด้านท้ายก็เป็นรู 3 รู สำหรับลำโพง และช่องเสียบสาย Lighting นั่นเอง

ด้านบนก็ไม่มีอะไร โล่ง ๆ

ถ้าเราไปดูที่ขอบด้านในของเคส เราจะเห็นเหมือนยางอีกชิ้นบาง ๆ อยู่ชิ้นนึง อันนี้เป็นกรอบสำหรับใช้เมื่อเราใช้เคสเป็นแบบ Bumper Case ถ้าเราต้องการใส่ฝาหลังก็ให้เอาออกไป

ส่วนตัวฝาหลังทีสั่งซื้อมา วัสดุจะเป็นพลาสติกแข็ง ด้านหลังเป็นเงา และด้านในเป็นด้าน มีการเจาะรูสำหรับกล้องไว้ (ถ้าเป็นโทรศัพท์รุ่นอื่นก็จะเจาะรูไม่เหมือนกันนะ)

เราเป็นห่วงด้านในมาก เพราะด้วยความที่มันสาก ๆ มันจะทำให้โทรศัพท์เราเป็นรอยมั้ยไม่รู้ แต่เราเองก็ติด Film กันรอยที่ด้านหลังไว้แล้วเลยไม่ได้กลัวอะไรมากขนาดนั้น

การติดตั้ง

ปกติ เวลาเราใส่เคส เราจะไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ใส่เข้าไป แต่อันนี้ด้วยความที่มันใส่ได้หลายแบบมาก ๆ ทำให้ การที่จะใส่แบบต่าง ๆ มันจะมีรายละเอียดเยอะกว่าเคสอื่น ๆ อยู่พอสมควร อย่างยางขอบชิ้นบาง ๆ นั้นก็เป็นตัวทำให้ งง ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ต้องกลัว เพราะ Rhinoshield ก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำกับเราขนาดนั้น เพราะเขาทำวีดีโอสำหรับการติดตั้งมาให้เราด้วย ก็ทำตามแล้วก็ได้เลย

เอาสั้น ๆ คือ ถ้าเราต้องการใช้เป็น Bumper ก็เอายางขอบบาง ๆ นั้นใส่เข้าไปในเคสก่อน แล้วค่อยใส่โทรศัพท์เข้าไป ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าต้องการใส่ฝาหลังด้วย เราก็เอายางนั่นออกแล้วฝาหลังใส่ด้านหลังของเคสก่อน แล้วค่อยใส่โทรศัพท์ ก็เป็นอันเรียบร้อย ถ้าทำอันแรกได้ เราว่าครั้งต่อไปก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว

แน่นอนว่า ฝาหลังเราสั่งมาเยอะมาก ก็คือ เราสามารถเลือกเปลี่ยนตามวันเลยก็ยังได้ฮ่า ๆๆ (จริง ๆ ของที่บ้านด้วยแหละ)

การใช้งาน


จะเห็นว่าเคสเมื่อใส่ฝาหลังไม่ได้ช่วยปกป้องกล้องแสนรักเราเลยนะ

ในแง่ของการใช้งาน เคสตัวนี้ใส่แล้วก็ยังใช้ Wireless Charging ได้อยู่นะ กับพวกเคสดันกระจกอะไร เราเอง เราไม่เจอปัญหานั้นเลย

ข้อสังเกตุ สำหรับ iPhone 11 Pro Max ของเราคือ เมื่อเราใสาฝาหลังเข้าไปแล้ว กล้อง 3 ตาอันเป็นความหวังของหมู่บ้านนั้นไม่ได้รับการป้องกันแต่อย่างใด เพราะเคสมันไม่ได้เกยออกมา ทำให้เวลาเราวางเครื่อง ก็ระวังนิดนึงว่า มันอาจจะมีอะไรไปขูดกล้องเราได้

แถมฝาหลังเป็นพลาสติกเงา ก็ยิ่งสร้างความน่าเป็นห่วงให้เราเข้าไปใหญ่ เหตุผลเดียวกล้องนั่นแหละ แต่อันนี้น่าเป็นรอยมากกว่าเก่าอีก นอกจากนั้น อันความที่เป็นเงา ๆ ก็ไม่แปลกเลยที่มันมักจะมีรอยนิ้วมือเราติดอยู่เสมอ

ด้านขอบ ๆ เอง เราว่าถ้าตกก็น่าจะรอดได้อยู่มั่งนะ ฮ่า ๆ ดูแข็งแรง แน่นดี ถึงแม้ว่า มันจะต้องมีการประกอบ เพราะตอนแรก เราก็ไม่คิดนะว่ามันจะ Fit ได้พอดีขนาดนั้น นึกว่ามันจะก๋อง ๆ อะไรแบบนั้น ถือว่าทำได้ดีเลย

จะติตัว Bumper นิดนึงคือ วัสดุของมัน เราจับแล้วรู้สึกว่ามันลื่น ๆ ยังไงก็ไม่รู้เสี่ยงต่อการทำตกมาก ๆ หรือจริง ๆ เราอาจจะชินกับการใช้ Silicone Case ของ Apple ที่จะหนืดกว่า จับถือถนัดมือกว่ามั่ง

เรื่องของปุ่มเอง ก็บอกเลยว่า กดง่ายไป๊ ลั่นหลายรอบแล้ว มือไปโดนมันก็ไปแล้วอะ ลั่นง่ายไปอันนี้ติอีกข้อเลย

การสั่งซื้อ

ด้วยความที่เราสั่งจากเว็บของมันเลย เรามารีวิวด้วยเลยละกันว่า ใช้เวลานานแค่ไหน และส่งยังไงบ้างนะ

เราก็ทำการ Customise ผ่านหน้าเว็บเลย สั่ง และจ่ายเงินในวันที่วันที่ 8 Dec 2019 เราก็จะได้อีเมล์ยืนยัน Order มา ก็เรียบร้อย

จนวันที่ 11 เราก็ได้อีเมล์มาบอกว่า ของถูกส่งแล้วนะ พร้อมกับส่ง Link ในการ Tracking ตัวสินค้า

Tracking ก็ตามนี้เลย ของถูกส่งจากไต้หวันเลย แล้วเข้ามาในไทยแล้วส่งด้วยไปรษณีย์ไทย ตอนแรกเป็นห่วงมาก เพราะไม่ไว้ใจไปรษณีย์ไทยในการส่งของเลยจริง ๆ

วันที่ 17 ก็ได้ของมา ตัว Packaging ก็เป็นซองกระดาษขนาดใหญ่นิดนึง เพราะเราสั่งหลายชิ้นมาก ๆ โดยรวม ก็ถือว่ามาในสภาพสมบูรณ์อยู่ 100% โอเคเลยล่ะ

เมื่อแกะซองออกมา ด้านในซองนางก็จะมีกันกระแทกอยู่ด้วย ดีเลย ยิ่งส่งไกล ๆ ยิ่งน่ากลัว

ดังนั้น เราสั่งเมื่อวันที่ 8 Dec และได้ของในวันที่ 17 ก็จะอยู่ที่ประมาณ 9 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณ Order ของร้าน และบริษัทขนส่งด้วยนะ

สรุป

รีวิวแบบเขาไม่จ่ายเลยนะคือ เราว่ามันเป็นเคสที่เน้นความสวยงามมากกว่าการใช้งานมาก อันความจับแล้วก็ไม่ถนัดมือ ลื่นนิด ๆ อีกยิ่งเสี่ยงต่อการหล่นเข้าไปใหญ่ ฝาหลังที่ไม่น่าจะอยู่ได้นาน ไม่ใช่เพราะการปริ้นอะไร แต่มันจะเป็นรอยจนหมดสวยซะก่อนน่ะสิ ข้อดีคือ เรา Customise ได้หลากหลายอันนี้เราชอบ และราคาไม่ได้แรง ถ้าใครต้องการความสวยงามลายที่เยอะมาก ๆ การป้องกันอยู่ในระดับที่รับได้ เราว่า Rhinoshield Mod NX ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี