Review

รีวิว Powerbeats Pro หูฟัง Beats รส Apple 🍎

By Arnon Puitrakul - 16 July 2020 - 3 min read min(s)

รีวิว Powerbeats Pro หูฟัง Beats รส Apple 🍎

กลับมาในรีวิวหูฟังอีกแล้ว หลังจากคราวก่อนรีวิว Apple AirPods Pro ไป เลือดสาวกมันพุ่งฟู่ฟ้าาาา เลยอยากเอาหูฟังอีกหนึ่งคู่ที่ใช้อยู่มารีวิวกันคือ Powerbeats Pro เป็นหูฟังจากทาง Beats by Dr.Dre ที่มีชื่อเสียง และ โดน Apple ใจป๊า Acquire ไปเมื่อปี 2014 เราลองมาดูกันว่า หลังจาก Apple ซื้อไปแล้วมันจะเป็นยังไงบ้าง

TDLR; หากใครกำลังมองหาหูฟังใส่สบายไม่เจ็บหู เสียงเบสเอกลักษณ์สไตล์ Beats ฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาเต้น (อยู่ ๆ ลุกมาเต้น เดี๋ยวคนหาว่าบ้าเอาได้) ไปซื้อเถอะ ซื้อ !!!!!!

Unboxing

รีวิว Powerbeats Pro

มาเริ่มที่การแกะกล่องก่อน ตัวกล่องจริง ๆ มันมาแบบนี้จริง ๆ นะ ไม่ได้มีพลาสติกซีลอะไรเลย เราซื้อจาก Apple Marunouchi เป็นของเซ่นไหว้สำหรับการสักการะ Apple Store ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (ถ้ามีโอกาสจะไปสักการะอีก) เอ่อกลับมาที่กล่องต่อ เป็นกล่องกระดาษ จับแล้วมันช่างลื่นปรืดดด รู้สึกแพงอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับพิมพ์เป็นรูปของหูฟัง และ มีตัวหนังสือบอกรุ่นว่าเป็น Powerbeats Pro ไม่แน่ใจว่า มันคือ Font เดียวกับที่พิมพ์บนกล่อง AirPods Pro มั้ย แต่อันนี้พิมพ์ออกมาแล้วดูไม่ใช่ของปลอม ดูเรียบหรู

รีวิว Powerbeats Pro

ด้านหลังกล่องเป็นรายละเอียดมีอยู่หลายภาษาเลย รวมไปถึงภาษาไทยด้วย ด้านล่างเขียนบอกไว้เลยว่า มันทำมาเพื่อ Apple TV, iPhone, iPad และที่สำคัญ Android ก็ใช้ได้เช่นกัน ไม่ต้องน้อยใจไป

รีวิว Powerbeats Pro

ด้านข้าง บอกสรรพคุณไว้หมดเลย เช่น Battery ที่อยู่ได้นาน และกันน้ำ บอกหมดละ ไว้เดี๋ยวจะไปเล่าอีกทีละกัน

รีวิว Powerbeats Pro

ด้านข้างอีกด้านจะเป็นกาารพิมพ์ชื่อรุ่น พร้อมกับ Logo ของ Beats อยู่

รีวิว Powerbeats Pro

ด้านล่างเป็นรายละเอียดผู้ผลิต และ Serial Number ต่าง ๆ ที่เราเบลอไว้ไม่ให้ดูหรอกแฮร่ พวกรายละเอียดก็พิมพ์มาหลายภาษาเลย แน่นอนว่า รวมถึงภาษาไทยด้วยเช่นกัน เราว่าถ้าเราไปซื้อที่ Apple Store Icon Siam ก็น่าจะได้ Packaging แบบเดียวกันอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

รีวิว Powerbeats Pro

ส่วนด้านบนสุดท้ายจะเป็นที่ห้อย สำหรับการเอาไปแขวนตามร้านต่าง ๆ ซึ่งอย่าง Apple Store Marunouchi เองก็ไม่ได้ห้อย แต่วางไว้บนที่วางสินค้าแทน ทำให้ที่แขวนมันไม่ได้กางออกดังรูปนั่นเอง

รีวิว Powerbeats Pro

การแกะนั้นก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่เราดึงกล่องออกมาเท่านั้น ความรู้สึกคือ ถึงแม้จะเป็นหูฟัง Beats แต่ก็อย่าลืมว่า Apple ซื้อไป อาจจะเป็นอิทธิพลที่ทำให้แม้แต่การออกแบบกล่องก็ยังทำให้รู้สึกดีได้ ชอบประสบการณ์การ Unboxing ของ Apple Product มากจริง ๆ

รีวิว Powerbeats Pro

เราก็จะได้กล่องที่เป็นกล่องกระดาษจับแล้วจะสาก ๆ กว่าด้านหน้าเยอะ คล้าย ๆ กับกระดาษ Recycle พร้อมกับปั้มโลโก้ของ Beats ลงไป

รีวิว Powerbeats Pro

เมื่อเปิดฝาออกมา เราจะพบกับ Powerbeats Pro วางอยู่ในกล่องอย่างสวยงาม มันช่างเข้ากับกล่องเสียจริง

รีวิว Powerbeats Pro

เมื่อเราเอาชั้นของหูฟังออก เราจะเจอกับของ Bundle ที่มาในกล่องเหมือนกัน อย่างแรกเป็นสาย USB-A to Lighting สีดำ สวยนะ แต่เราว่ามันแอบดูราคาถูกไปหน่อย สายอาจจะคุณภาพดีแหละ แต่ Design มันแค่ถูกไปหน่อย เราไม่ได้ใช้เลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันโอเคมั้ย เท่าที่จับคือ มันก็ไม่ได้ถูกขนาดนั้น ดีกว่าสาย Lighting ที่ Apple แถมกับ iPhone แน่ ๆ อะ

ตรงแง่ง ๆ อีก 2 ข้างที่เห็นในรูปเขาใส่จุกยางสำหรับเปลี่ยนนขนาดมาให้เราด้วยเลยเพื่อให้ใส่แล้วกระชับที่สุด

รีวิว Powerbeats Pro

นอกจากนั้นยังมีกล่อง Paperwork ต่าง ๆ เช่นเคย ไม่พลาดแน่นอน เราว่าหลาย ๆ คนน่าจะถามแล้วว ว่ามันมีสิ่งนั้นมั้ย

รีวิว Powerbeats Pro

สติ๊กเกอร์ Beats นั่นเองงงงง มีนะ มาในกล่องอยู่ในกล่องของ Paperwork เลย มาอย่างสวยงาม แน่นอนว่า ชั้น ไม่ แกะ !!!

รีวิว Powerbeats Pro

ส่วนคู่มือทำมาดีมาก ใช้กระดาษดีเลยแหละ บอกวิธีการเชื่อมต่อ และใช้งานเบื้องต้นทั้งหมด ในหลาย ๆ ภาษา รวมไปถึงภาษาไทยด้วยนะ

Powerbeats Pro

รีวิว Powerbeats Pro

PowerBeats Pro  เป็นหูฟังแบบ Truly Wireless ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย ตัวกล่องทำจากพลาสติกเรียบ ๆ แบบด้าน ไม่ต้องกลัวรอยขนแมว พร้อมกับปั้ม Logo ของ Beats ไว้ เห็นครั้งแรกคือ อะไรฟร๊ะเนี่ยยยยย ใหญ่โคตร ๆ เลย ไม่ต้องคิดว่าจะเอามันใส่กระเป๋ากางเกงเลยนะ จบข่าวแน่นอน

รีวิว Powerbeats Pro

ด้านหลัง มีช่องสำหรับเสียงสาย Lighting (มีมาให้ในกล่อง) เพื่อทำการชาร์จ กับด้านบนมันจะเป็นกลไกบานพับ สำหรับเปิดฝา

รีวิว Powerbeats Pro

ด้วยขนาดอันใหญ่โตขนาดนี้ ทำให้เราไม่สามารถใช้มือเดียว เปิดและหยิบหูฟังออกมาได้เหมือน AirPods เราต้องเอาหูฟังวางบนมือนึง แล้วใช้อีกมือเปิดมันออกมา เรื่องนี้เราว่ามันแอบยุ่งยากไปบางที เมื่อเปิดฝาออกมา เราจะเจอกับหูฟังทั้ง 2 ข้างวางอยู่ในกล่องอย่างสวยงาม ต้องยอมรับเลยว่ามันเท่จริง ๆ

แต่ต้องบอกเลยว่า เราเองตอนที่ใช้ใหม่ ๆ เลยสัก 2-7 วันแรก เรางง ๆ เอ๊ะ มันใส่ยังไง มันเก็บยังไงหว่า หมุน ๆ อยู่นานมาก จนสุดท้ายมันเริ่มชินก็โอเคขึ้นนะ เพราะว่าเวลาเราใส่ไปมันไม่เหมือนกับหูฟัง Truly Wireless ตัวอื่นที่แม่เหล็กของเคสมันจะดูดหูฟังเข้าไปเลย Powerbeats Pro คือมันก็มีแม่เหล็กแหละ แต่ไม่ได้แรงอะไรเลย มันแทบไม่ดูดเลย

บางทีเสียบไปแล้วมันไม่เข้าแง่ง แล้วมันก็ไม่ดูด ไม่ชาร์จ ไม่อะไรทั้งสิ้น หยิบมาอีกที ทำไม Battery มันไม่ 100% หว่า อ่อ สงสัยมันไม่ดูดเข้าล๊อคมัน วิธีก็คือ เราต้องวางลงไปจนมันมีไฟขึ้นถึงจะรู้ว่า อ่อ มันเข้าแล้วนะ ชาร์จแล้วนะอะไรแบบนั้น ไม่สามารถไว้ใจมันได้เหมือน AirPods Pro และหูฟัง Truly Wireless รุ่นอื่น ๆ

รีวิว Powerbeats Pro

มาดูที่ ตัวหูฟังกันบ้างดีกว่า ตัวหูฟังทำมาจากพลาสติก แบบด้าน ๆ เหมือนกับกล่องสำหรับชาร์จ จับแล้ว เป็นลักษณะที่มีตัวคล้องที่หูด้วยเพื่อความกระชับ ที่ด้านนี้จะมีโลโก้ Beats ทำมาเป็นลักษณะเงา พร้อมกับเป็นปุ่มสำหรับการสั่งให้หยุดเล่น เล่นต่อ และเปลี่ยนเพลง แบบ Physical ด้วยแหละ ต่างจากหูหังตัวอื่น ๆ ที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกันที่เป็นปุ่มแบบสัมผัส เข้าใจว่า เพราะบางที ถ้าเราออกกำลังกายมาแล้วมีเหงื่อมา หรือมือเปียก มันก็ทำให้กดแล้วมันเอ๋อก็ได้ การทำปุ่มแบบ Physical มาช่วยได้เยอะเลย

ข้อเสียของการใช้ปุ่มแบบนี้คือ ถ้าเรารีบ ๆ กดบางทีมันจะโดนตรงขอบ ๆ ปุ่มทำให้บางทีมันไม่ติดบ้าง เราว่ามันคือข้อเสียของปุ่มแบบนี้ แต่สำหรับการใช้ออกกำลังกายเราว่ามันใช้ได้เลย

รีวิว Powerbeats Pro

หันหลัง เราจะเจอกับตัวจุกยางสำหรับการเสียบเข้าไปในหูของเรา ซึ่งสามารถเปลี่ยนตามขนาดหูของเราได้ ตัวรูเองมันดูเป็นรูปกติ ทำให้เราว่าน่าจะซื้อจุกยางแบบ Generic มาเปลี่ยนได้เพื่อความสบายที่มากขึ้น นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Sensor สำหรับตรวจจับการสวมใส่เหมือนกับ AirPods เลย ส่วนที่ Body ด้านนี้จะมีการพิมพ์ Serial Number ของหูฟังด้วยสีขาว ๆ เหลือง ๆ เพื่อให้มันกลืนกับ Body สีดำมากที่สุด เวลาใส่มันไม่เห็นหรอกนะ

รีวิว Powerbeats Pro

ตรง Sensor ทำออกมาเป็นพลาสติกเงา ๆ แทน ตัดกับพลาสติกด้านที่เป็น Body ของหูฟังเลย เอาจริง ๆ เราว่ามันก็ดูสวยดีนะ ถ้ามันไม่มี มันนน่าจะดูโล้น ๆ ยังไงแปลก ๆ เหมือนกัน

รีวิว Powerbeats Pro

ที่โคนของมันมีตัวบอกด้วยนะว่า มันเป็นข้างซ้ายหรือขวาเป็นสีดำทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเนียนไปกับตัว Body ทำให้มันมองหายากไปซะหน่อย แต่การออกแบบ เราสังเกตุว่า ตัวจุกยางมันไม่ได้เสียบ 90 องศากับตัวหูฟังเหมือนคนอื่นเขา แต่มันเอียงเข้าหาหูเราเลย พร้อมกับด้านของที่คล้องหูเข้าไปอีก คือยังไง ถ้าเราใส่ผิดข้าง มันจะใส่ไม่ได้เลย ถ้าใช้ไปสักพักเซียน จับปุ๊บมันจะรู้เลยว่า ข้างไหนโดยที่ไม่ต้องมานั่งอ่านเลย ด้านล่างแว่บ ๆ จุด 2 จุด ทอง ๆ เป็น Contact Pin สำหรับเสียบชาร์จกับเคส

รีวิว Powerbeats Pro

อีกหนึ่ง Feature ที่ดีมาก ๆ คือ การที่มันมีปุ่มเพิ่มลดเสียงมาให้ในหูฟังเลย บางทีต้องยอมรับว่า เราออกกำลังกาย บางทีมันไม่สะดวกที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อาจจะอยู่โต๊ะข้าง ๆ แล้วเราอยู่ที่ลู่วิ่ง หรือ เวลาเราปั่นจักรยาน มันก็อยู่ในกระเป๋าหลังซึ่งมันก็หยิบยาก การมีปุ่มเพิ่มลดเสียงช่วยได้มาก และรูข้าง ๆ คือ รูสำหรับ Microphone รับเสียงสำหรับคุยโทรศัพท์นั่นเอง

อย่างที่ได้บอกไปว่า Beats บอกว่ามันเป็นหูฟังสำหรับออกกำลังกาย แน่นอนเลยว่า มันต้องรองรับการกันน้ำระดับ IPX4 ซึ่งก็คือพวกละอองน้ำ ฝนได้นิดหน่อย แต่ไม่ถึงว่ายน้ำ เช่นเดียวกับ AirPods Pro

รีวิว Powerbeats Pro

อีกคำถามที่น่าจะถามก่อนว่า มันเก็บยังไง น่าจะเป็น มันใส่ยังไงมากกว่า อันความที่ไม่เคยใช้หูฟังที่มีที่คล้องหูมาก่อนทำให้พอมาเจอเจ้า Powerbeats Pro ครั้งแรกคือ คำถามเต็มหัวไปหมด เริ่มตั้งแต่ มันใส่ยังไงหว่าาา เราไม่รู้นะว่าที่เขาคิดมามันทำยังไง แต่วิธีที่เราใช้คือ เอาที่คล้องใส่ก่อน แล้วเราก็เอาจุกยางใส่เข้าไปในหู แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา มันก็จะเข้าล๊อคกับหูเราพอดีเลย ตอนแรกมันจะลำบากมาก แต่ตอนหลัง ๆ พอชิน มันก็ง่ายไม่ยากเลย

ถ้าต้องมานั่งตั้งคำถามว่า มันใส่ยังไง มันเก็บลงกล่องยังไง เราว่า มันน่าจะมีปัญหาเรื่องของการออกแบบแล้วมั้ยอะ เราว่ามันดูไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานครั้งแรกเลย ครั้งแรกนี่สำคัญมากเลยนะ มันเป็น First Impression เลยนะ สำหรับเราเอง First Impression กับ Powerbeats Pro ถือว่าแย่มาก เพราะเรื่องการเอาเข้า การใส่ และ เอาออกจากกล่องนี่แหละที่สร้างความเดือดร้อนขึ้นสุดยอด

Connectivity

การเชื่อมต่อ ก็ยังคงใช้ Bluetooth 5.0 พร้อมกับ Chip H1 เช่นเดียวกับ AirPods Generation 2 และ AirPods Pro เหมือนเดิม ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อ และ สลับอุปกรณ์ได้เร็วขึ้นกว่า W1 ที่ใช้ใน AirPods Generation แรกถึง 1.5 เท่า พร้อมกับความหน่วงที่ลดลงถึง 30% จากรุ่นแรกอีกด้วย

นอกจากนั้น อันความ Apple เองนั้น ทำให้มันรองรับการเชื่อมต่อแบบสไตล์ Apple คือเปิดฝา และกด Pair ก็พร้อมใช้งานทันทีเช่นเดียว AirPods ทุก ๆ ตัวที่ผ่านมา อันนี้เราว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ในการใช้งานเลย ถึงแม้ว่า เราจะเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวก็ถาม

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ใช้ iOS ก็สามารถเชื่อมต่อได้เช่นกัน ผ่านการกดที่ปุ่มที่ Case ค้างไว้มันก็จะเข้าสู่ Pairing Mode ให้เราทำการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์ได้ทันที ไม่ต้องห่วงว่าซื้อมาแล้วเราจะใช้ไม่ได้

การใช้งานจริง เราพบว่า ถึงแม้ว่า มันจะใช้ H1 เช่นเดียวกับ AirPods Generation ที่ 2 และ AirPods Pro แต่เมื่อเทียบกันจริง ๆ เราว่า AirPods Pro สามารถเชื่อมต่อได้เร็วกว่า ย้ำว่ารู้สึกนะ เพราะเราไม่ได้วัดจริงจังว่าเท่าไหร่บ้าง

ระยะในการส่งสัญญาณเอง ก็สั้นกว่า AirPods Pro อยู่นิดหน่อย เราบ่อยมาก ตั้งแต่ใช้ AirPods Pro มา ปัญหาที่เจอคือ เราชอบลืมโทรศัพท์ไว้บนรถ ใส่หูฟัง แล้วเดินลงจากรถไปเลย ฮ่า ๆ กว่าจะรู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์คือ เดินไปไกลจนสัญญาณมันขาดไปแล้ว เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายมาก เพราะ Bluetooth มันใช้คลื่นที่ความถี่ 2.4 GHz แบบเดียวกับ WiFi ในบ้านเรานี่แหละ ซึ่งระยะการเชื่อมต่อกินได้ทั้งบ้านสบาย ๆ แต่ Bluetooth มี Protocol ที่ต่างจาก WiFi ในบางเรื่องทำให้ ระยะในการเชื่อมต่ออาจจะไม่สูงเท่ากับ WiFi บนความถี่ 2.4 GHz

ความหน่วง ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ เอาจริง ๆ คือ เขาออกแบบมาให้เราใช้สำหรับออกกำลังกาย ซึ่งตอนนั้นเราไม่น่าจะดูจอป่ะ แต่พอเราลองเอามาเล่น ROV และ ดูหนัง มันมีอาการเสียง Delay กว่าในจอเล็กน้อยมาก ๆ น้อยมากจริง ๆ ถ้าเราไม่ไปนั่งฟัง แล้วจ้อง น่าจะไม่รู้เลย เหมือนกับ AirPods Pro เลย

โดยรวมแล้ว เรื่องของการเชื่อมต่อ ถ้าเทียบกับ AirPods Pro อาจจะด้อยกว่านิ๊ดเดียววว แต่ถ้าเทียบกับหูฟัง Truly Wireless ยี่ห้ออื่น ๆ ก็ถือว่าทำได้ดี และนำไปไกลอยู่แหละ

Microphone

การที่มันเป็นหูฟังสำหรับการออกกำลังกาย ไม่ได้แปลว่า Microphone ของมันจะแย่เลย ต้องบอกเลยว่ามันโอเคเลยนะ ลองคุยโทรศัพท์ ปลายสายก็ได้ยินเสียงเราชัดเจน แม้กระทั่งในที่เปิดอย่าง ริมถนน ! น่าจะเป็น Case ที่โหดที่สุดแล้ว ก็ยังได้ยินเสียงอยู่นะ แม้ว่าเสียง รถ และ แม่ค้าจะยังคงมีเข้ามาอยู่พอสมควร

ด้วยความที่มันซีลค่อนข้างแน่น ทำให้เราได้ยินเสียงภายนอกน้อยมาก บางที เราก็จะชอบใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ ในการคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังตัวนี้ มันต่างจาก AirPods Pro ที่มันดูดเสียงเข้ามา ทำให้เรารู้นิด ๆ ว่า เราเสียงดังขนาดไหน แต่อันนี้พอมันไม่มี มันจะเริ่มยากละ แรก ๆ คือ แหกปากคุยโทรศัพท์จนคนหันมามอง หลัง ๆ เริ่มเซียน คุยได้ปกติละ

Battery

รีวิว Powerbeats Pro

Battery ของ Powerbeats Pro ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่ใช้งานยาวนาน เพราะชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ใช้งานได้ 9 ชั่วโมงไปเลย และเมื่อรวม Battery เมื่อรวมกับที่อยู่ใน Case เราจะใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงเลย นอกจากนั้นยังมี Fast Charge ที่ชาร์จเพียงแค่ 5 นาที แต่ทำให้เราฟังเพลงได้ 90 นาทีเลย ทำให้ไม่น่ามีปัญหากับการเอาไปออกกำลังกาย โดยที่ไม่พกกล่องไปด้วย สำหรับเรื่องการ Charge จะต้องใช้เป็น Lighting Port เช่นเดียวกับ iPhone และ iPad (ที่ไม่ใช่รุ่น Pro)

คุณภาพเสียง

ย้ำอีกครั้งว่า เราให้ค่า คุณภาพเสียง สูงมากกว่าด้านอื่น ๆ ในการรีวิวเลย เสียงที่ Powerbeats Pro ให้เราว่ามันยังคง Character ของความเป็น Beats ได้อย่างดี พูดยากเหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่ถ้าได้ฟังแล้วจะรู้ว่า อ่อ นี่ Beats

ถ้าให้พูดง่าย ๆ น่าจะเป็นเบสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ออกนวล ๆ มีช่วง Deep Bass หน่อย ๆ แต่ ไม่ได้เป็นชิ้น ๆ เหมือน AirPods Pro และไม่ได้กลม ๆ บาง ๆ ขนาด Sony WF-1000XM3 มันนวล ๆ มน ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ถ้าเอา Feeling มันเป็นเบสที่ทำให้อยากลุกขึ้นมาเต้น อยากขยับตัว อยากออกไปวิ่ง ยิ่งถ้าเปิด EDM คือ เรียกได้ว่าปลุกความเป็นนักเต้นขึ้นมาได้เลย อารมณ์มันได้มาก

พอไปที่เสียงกลาง กลายเป็นว่า เสียงต่ำกลบไปพอสมควรเลย เช่นพวกเสียงกีตาร์ ฟังแล้วมันจะเอ๊ะ ทำไมมันกลม ๆ หาย ๆ แปลก ๆ ยิ่งเจอดนตรีที่มีช่วงเสียงต่ำเยอะ ๆ เข้า กีต้าร์แทบจะหายไปเลย หรืออย่างเสียง Piano ที่บางโน๊ตมันก็โดนเสียงช่วงล่างกลืนหายไป ส่วนเสียงสูง เออ แปลกใจมาก เพราะมันเก็บรายละเอียดของเสียงได้ดีมาก แต่ยังไม่เท่ากับ Sony WF-1000XM3 ที่เก็บดุสุด ตัวนั้น ถ้าลองหลับตาแล้วฟังค่อย ๆ Focus จะได้ยินขนาด Percussion มันสั่นทีละครั้งในหัวเลย อันนี้มันไม่ได้แบบนั้น ส่วนนึงเพราะเสียงกลางมันโดนกลบด้วย เลยรู้สึกว่าหาย ๆ ไปนิดหน่อย

รอบก่อนเราบอกว่า AirPods Pro เหมือนฟังอยู่ในส้วม แต่พอมาเป็น Powerbeats Pro เราว่าคล้าย ๆ กับนั่งอยู่ในห้องดูหนังที่ด้านข้างมันแคบเกือบติดตัวเรา แต่ห้องมันยาว ลึก เหมือนเวลาเราไปฟังเพลงพวก EDM กับ Electronic มันจะมีการเล่นกับมิติ ความตื้นลึก Powerbeats Pro มันทำได้ดีเลยอันนี้ชอบมาก ใครคิดถึงการเที่ยวกลางคืน ใส่ เปิดเพลง เต้นในบ้านได้อยู่ การแยกเครื่องดนตรีพอจับเครื่องดนตรีได้ ไม่ได้แย่เลย แต่ไม่ได้ดีมาก

เราเองเป็นคนนึงที่เป็นแฟนเพลงของ Micheal Jackson มาก เพลงที่เราชอบมากที่สุดน่าจะเป็น Love Never Feel So Good ด้วย Powerbeats Pro ฟังแล้ว น้ำตาจะไหล เหมือนเอา Micheal ขึ้นจากหลุม มาร้องเพลงเลย ฮื่ออออ มันดีมากก สิ่งที่ขับเคลื่อนความรู้สึกนี้มากที่สุดน่าจะเป็นเสียงเบสที่อยู่ด้านหลังของดนตรี ถึงมันจะอยู่ด้านหลัง เหมือนจะจาง แต่ทรงพลัง แน่นแต่ไม่ล้น อิ่มกำลังดี ขับเคลื่อนเพลงให้มันสนุกมากขึ้นไปอีกเยอะ

โดยรวมเสียงย่านต่ำ เสียงเบส มา มาเลย มันกระชากกายละเอียดให้ลุกขึ้นมาเต้น เสียงกลางแอบหายไปหน่อยโดนย่านต่ำกลบไปพอสมควร แต่เสียงสูงมานิดหน่อยให้อิ่ม ๆ ทำให้พอเอาไปฟังเพลงพวก EDM, Electronic และ R&B มันจะถึงพริกถึงขิงมาก เพลงที่เราว่าขับข้อดีของเสียงต่ำ เสียงเบสอันลึก กระแทก และเสียงสูงได้ดีมาก ๆ

เพลงนึงน่าจะเป็นเพลงชื่อ No One ของ Alicia Keys ดนตรีใช้เสียงเบสกระแทกเข้าไปในหู ตึบ ๆ พร้อมกับเสียงร้องของ Alicia Keys ที่ออกสูงหน่อย ถ้าเราฟังดี พวกเสียงย่านกลางโดนกลบหายไปพอสมควร เหมือนมันอยู่ข้างหลังไกล ๆ เราว่าเพลงนี้แหละ แสดง Character เสียงของ Powerbeats Pro ออกมาได้ดีพอสมควรเลย

Noise Cancelling

สำหรับคนที่เคยอ่านรีวิวเจ้าอื่นมา อาจจะงงว่า เอ๊ะ Powerbeats Pro มี Noise Cancelling ด้วยเหรอ ถ้า Active Noise Cancelling อะไม่มี แต่มันลดเสียงรบกวนด้วยการซีลหูเราด้วยจุกยางที่ เรายอมรับเลยว่า ทำออกมาดีมาก

เริ่มจากลองในที่ง่าย ๆ ก่อนคือ เราเอา iPhone เปิด White Noise ผ่านลำโพงของ iPhone 11 Pro Max ด้วยเสียง 100% พร้อมกับเปิดเพลง Cheap Thrills ของ Sia ด้วยเสียง 80% ผ่าน Tidal Desktop App บน Macbook Pro 13-inches 2018 ที่ต่อกับ Powerbeats Pro อยู่ พบว่า ต้องเอาโทรศัพท์วางไว้ห่างจากตัวไม่ถึง 10 cm เลย ถึงจะได้ยินเสียงแว่ว ๆ เข้ามาในหู ความรู้สึกตอนจับโทรศัพท์คือ เรารู้สึกนะว่า โทรศัพท์มันสั่น ๆ จากเสียง แต่เราไม่ได้ยินเสียงเลย แต่พอเอามาใส่ ๆ สัก 5-8 cm เริ่มได้ยินเสียงละ มันแว่ว ๆ ไม่ชัดเลย

ตีบวกความโหดเข้าไปอีก คือ เราใช้ Configuration เดิมในการทดลอง แต่เปลี่ยนเพลงที่เปิดใน iPhone แทนเป็นเพลงแทน เราเลือก 21 Guns (คน 90s น่าจะรู้จักดี) เพราะมันมีการกระแทกของเสียงเยอะ น่าจะทำให้มันเล็ดลอดเข้าไปในหูฟังแข่งกับ Cheap Thrills ได้ ซึ่งคิดผิด ต้องเอามาใส่ ๆ แทบชิดหน้าเลยถึงจะได้ยินแว่ว ๆ แต่เอาจริง ๆ ถ้าไม่รู้แล้วถามว่านี่เพลงอะไร เราตอบไม่ได้เลยนะ รู้แค่ว่ามันมีเสียงแว่ว ๆ มา แต่ฟังไม่รู้เรื่อง

Ultimate ขั้นสุดยอด ลองใส่แล้วไปถามถนนคือ ฮัลโหลลลลลล แทบไม่ได้ยินอะไรเลย ยกเว้นแม่ค้าที่เรียกเราอยู่ห่างไม่ถึงเมตร ถ้าตะโกนอะมีได้ยินเลยแหละ ไม่แนะนำเท่าไหร่สำหรับการใส่ออกไปเดินข้างนอก เพราะอาจจะโดนรถจักยานยนต์ที่ชอบวิ่งบนทางเท้า เสย เอาได้

Head-to-Head กับ AirPods Pro

รีวิว Powerbeats Pro

เชื่อว่าคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะสงสัยในใจแล้วว่า เราจะซื้อ Powerbeats Pro หรือ AirPods Pro ดี อันความราคาที่ห่างกันพอสมควร 8,900 บาทสำหำรับ Powerbeats Pro และ 9,490 บาทสำหรับ AirPods Pro ต่างกันเกือบ 600 บาทเท่านั้น เราจะเลือกอะไรดี เพราะเรื่อง  Feature ที่ไม่ได้ต่างกันมากมีกันละอองน้ำ และเหงื่อเหมือนกัน ใช้ Chip W1 เหมือนกัน พวก ความเร็วในการเชื่อมต่อ และความหน่วงใกล้เคียงกันมาก จะต่างกันก็น่าจะเป็นที่ Character ของเสียง และ Form Factor ซะมากกว่า

ถ้าใครเน้นการใส่ไปออกกำลังกาย ไป Fitness เราแนะนำเป็น Powerbeats Pro ดีกว่า ด้วยความที่มันมีที่คล้องหู ทำให้เราไม่ต้องมานั่งจับหูฟังกลัวมันจะหลุดเวลาเราออกกำลังกายอยู่ พร้อมกับมีปุ่มสำหรับเพิ่มลดเสียง และการควบคุมเพลงต่าง ๆ ที่เราว่ามันทำให้ชีวิตในการออกกำลังกายง่ายขึ้นมาก

ส่วน AirPods Pro เน้นเป็นหูฟังแบบ General-Purposed ใช้งานไหนก็ได้ ใส่แล้วดูรวยส์ เสียงอาจจะไม่เท่า แต่ขนาดทีเล็กกว่า ทั้งตัวหูฟัง และ กล่องทำให้บางวันที่เรามาในลุค Minimalist ก็ย่อมได เพราะกล่องมันสามารถยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วมันไม่ตุงออกมาเหมือนกับ Powerbeats Pro ถามว่าแล้ว AirPod Pro ออกกำลังกายได้มั้ยก็ตอบว่าได้ แต่ความรู้สึกว่าใส่แล้วแน่นเราว่ายังไง ๆ Powerbeats Pro ก็ยังทำได้ดีกว่าอยู่มาก

นอกจากนั้น แนวเพลง ก็ยังต่างด้วย ถ้าเราต้องการเน้นฟังเพลงพวก Electronic, EDM และ Soul เราแนะนำไปหา Powerbeats Pro ดีกว่า มันให้เสียงที่อยากจะลุกขึ้นมาเต้นเหลือเกิน ดีดมาก แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ได้สนใจเรื่องเสียง วงวารมาก ก็เชิญ AirPods Pro น่าจะ Safe Zone สุด ๆ แล้ว

สรุป : Powerbeats Pro หูฟังที่ชวนให้หลงใหลในจังหวะ

รีวิว Powerbeats Pro

Powerbeats Pro เป็นหูฟัง In-Ear ที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย มีที่คล้องหูเพื่อป้องกันการหลุดเช่น เราวิ่ง หรือเล่น Fitness ที่คล้องหูช่วยได้เยอะ ใส่แล้วมั่นใจว่าไม่น่าหลุดแน่ ๆ แม้วันขึ้นพี่สุชาติลมร้อนก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ได้ทำให้ล้า หรืออึดอัดแปลก ๆ กับยังกันละอองน้ำ รวมถึงเหงื่อที่มาตอนออกกำลังกายเลย พร้องทั้ง Battery ที่ใช้งานได้ถึง 9 ชั่วโมงต่อเนื่องไปเลย ไม่ต้องวิ่งเอาไปชาร์จระหว่างออกกำลังกาย และเมื่อรวมกับ Battery ในเคสทำให้เราใช้งานได้ถึง 24 ชั่วโมง เรื่องของเสียงก็ยังคงความน่าสนใจ ใช้สไตล์ Beats อยู่เหมือนเดิม ด้วยเบสที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามาก ฟังแล้วรู้เลยว่า นี่แหละ Beats เสียงร้อง เสียงกลาง มันกลบ ๆ หายไปนิด ๆ เสียงสูงที่ให้รายละเอียดที่พอใช้ได้ ข้อเสียที่เราพอจะให้ได้คือ ความใหญ่ ของกล่องมัน แน่นอนว่าขนาดนี้ ไม่สามารถเอามาใส่กระเป๋ากางเกงได้แน่นอน

ประกอบกับหูฟังนี้เคลมว่าเป็นหูฟังสำหรับการออกกำลังกาย ทำให้นึงถึงสถานการณ์ ที่เราเอาเคสกล่องหูฟังใส่ไว้ในกระเป๋าที่ใส่เสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย พอเราจะออกกำลังกายก็ใส่ Powerbeats Pro ออกกำลังกายต่อเนื่องได้ยาว ๆ คนปกติไม่น่าออกถึง 9 ชั่วโมงแน่ ๆ ออกกำลังกายเสร็จก็เอาเก็บแค่นั้นเลย น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะใช้ได้เลยละ แต่มันไม่ใช่หูฟังที่เอาใส่แล้วออกไปปั่นจักรยาน หรือวิ่งข้างถนนเลย เพราะอาจจะโดนเสยได้ แนะนำเป็น AirPods Pro แล้วเปิด Transparency Mode เถอะ