Review

รีวิว Nuraloop หูฟังที่เรียนรู้การได้ยินของเราได้

By Arnon Puitrakul - 21 May 2020 - 4 min read min(s)

รีวิว Nuraloop หูฟังที่เรียนรู้การได้ยินของเราได้

ในที่สุดวันนี้มันก็มาถึง วันนี้เราได้รับหูฟังที่ระดมทุนผ่าน Crowdfunding เจ้าหนึ่ง ซึ่งเจ้าที่เปิดเข้ามาให้เราเข้าไประดมทุนคือ Nura ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะทำ Nuraloop เขาทำ Nuraphone มาก่อน ซึ่งดูแล้วมันโหหหห เด็ดจริงอะไรแบบนั้น เออ เลยน่าสนใจมาก ๆ (จริง ๆ มันมีอีกจุดที่น่าสนใจ แต่เดี๋ยวเรามว่ากันอีกที)

เรากด Pre-Order ไปเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคมปี 2019 ที่ผ่านมา และเขาสัญญาว่าจะได้ Ship ของออกในช่วงสิ้นปีได้มั่งนะ จำเป๊ะ ๆ ไม่ค่อยได้ แต่สุดท้ายก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ เข้าใจว่าส่วนนึงก็เพราะมันติดช่วงที่ COVID-19 กำลังระบาดหนักมาก ๆ ในประเทศจีนด้วย เลยทำให้ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องนึงเลยนะที่ถ้าเราเข้าไประดมทุน เราต้องยอมรับ ว่าเราไม่ได้ซื้อของซะทีเดียว มันเป็นการลงทุนมากกว่า แต่ความดีของ Nura คือ เขาไม่เงียบ เขาเมล์มาบอกตลอดว่า ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงไหนแล้ว อันนี้ถือว่าทำดีนะ เราโอเคเลย ไม่โกรธเลยที่ของออกช้าไปเกือบครึ่งปี

Shipment

ด้วยความที่ของนี้ต้องสั่งจากต่างประเทศ เพราะยังไม่มีตัวแทนจัดจำหน่ายในไทย เรามาดูเรื่องของการ Shipping กันก่อน โดยที่ Nuraloop ถูกส่งมาให้เราผ่านบริการขนส่งของ DHL ซึ่งเอาจริง ๆ เราว่าถือว่าดีมาก ๆ เลย

รีวิว Nuraloop

เท่าที่นั่ง Refresh ดู ของถูกส่งจากจีนมาถึงไทยแค่วันเดียวเองนะ แต่ที่วันที่มันดูกระโดดเพราะมันติดเสาร์ อาทิตย์เลยทำให้ต้องเว้นไปส่งวันจันทร์แทน สำหรับคนที่จะสั่งเราว่าก็ถือว่าโอเคเลยนะ ส่งกับ DHL เราว่าก็อุ่นใจได้ในระดับนึงเลย

รีวิว Nuraloop

กล่องที่ได้จากขนส่งก็ถือว่า อยู่ในสภาพที่ดีมาก ๆ เลยคือ ไม่มีแม้แต่รอยบุบ รอยสกปรกอะไรเลยสักนิดเดียว ของข้างในไม่ต้องพูดถึงเลยก็คืออยู่ดีหมดทุกอย่างไม่มีอะไรเสียหายแน่ละ

Unboxing Nuraloop

รีวิว Nuraloop

เรามาแกะกล่องกัน ตัวกล่องมีการห่อพลาสติกเอาไว้ด้วย ด้านหน้าของกล่อง เราจะเจอกับ หน้าตาของตัวหูฟัง อย่างสวยงาม

รีวิว Nuraloop

ด้านข้างของกล่องมีการประกาศสรรคุณเอาไว้ว่า มันทำอะไรได้บ้าง รวม ๆ แล้วก็ถือว่าเป็น Feature ที่หูฟังส่วนใหญ่ตอนนี้มีซะหมดแหละ ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร (ยังไม่ถึงที่น่าตื่นเต้น ใจเย็น)

รีวิว Nuraloop

ที่ด้านหลัง ก็จะเป็นรูปของหูฟังอีกเช่นกัน แต่ด้านล่างก็จะมีการบอกด้วยว่า ในกล่องมีอะไรบ้าง

รีวิว Nuraloop

ด้านบน ก็มีการทำหูห้อย น่าจะสำหรับเวลามันเอาไปวางขายในร้าน ก็สามารถห้อยได้เลย แน่นอนว่าที่ห้อยนี่ก็ทำมาจากผ้านะ ไม่ใช่พลาสติกอะไรเหมือนกับเข้าอื่น

รีวิว Nuraloop

ด้านข้างอีกด้าน อันนี้เรารู้สึกว่ามันให้ฟิลลิ่งการแกะอุปกรณ์จาก Apple เลย ที่เดี๋ยวนี้ Apple จะทำที่ดึงเพื่อแกะออกมา อันนี้เราชอบมากนะ มันให้ประสบการณ์การแกะที่ดีมาก ๆ เพราะเรารู้สึกว่า เนี่ยเราดึงมันได้ครั้งเดียว และ ฟิลลิ่งตอนดึงของ Apple มันดีมาก ๆ มาดูกันว่า Nura จะทำออกมาแบบไหน

รีวิว Nuraloop

ที่ด้านใต้กล่องก็จะเป็นพวก Barcode อะไรต่าง ๆ อันนี้ก็ปล่อยไปละกัน

รีวิว Nuraloop

มาลองฉีกตัวที่ดึงกัน เราว่ารวม ๆ ของการดึงตรงนี้คือ เรารู้สึกว่ามัน ราคาถูก ไปหน่อย ดึงแล้วไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย แถมความบางของกระดาษมันก็นะ บางเกินไปทำให้ถ้าเราดึงไม่ดี มันอาจจะขาดกลางได้ ดังนั้นเวลาดึงก็ต้องระวังนิดนึง

รีวิว Nuraloop

อ่าาาห์ แต่ที่ทำแล้วรู้สึกดีคือการเปิดกล่องแบบนี้แหละ มันน่าตื่นเต้นดีเหมือนกับเวลาเราดูพวกหนังล่าขุมทรัพย์ตอนที่พระเอกกำลังเปิดหีบสมบัติแล้วแสงเข้าหน้า โอ้ววว แสบตา อันนี้ก็ฟิลลิ่งคล้าย ๆ กันอยู่

รีวิว Nuraloop

เปิดออกมา ด้านในจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ ตัวหูฟังที่เป็นพระเอกอยู่ด้านขวาของรูปและ ด้านซ้ายจะเป็นวิธีการใช้งานต่าง ๆ

รีวิว Nuraloop

ที่ด้านซ้ายจะเขียนเลยว่า เราจะเริ่มต้นใช้งานมันได้ยังไงบ้าง เราว่ามันก็บอกชัดเจนอยู่นะ วัสดุจะเป็นกระดาษที่ให้ความรู้สึกสาก ๆ มือหน่อย ดูมี Texture ดี

รีวิว Nuraloop

ส่วนที่ด้านขวาที่เป็นหูฟังมันจะมีลูกศรให้เรายกขึ้น

รีวิว Nuraloop

ยกขึ้นมา หันไปด้านนหลัง ก็ยังมีความใส่ใจด้วยการบอกวิธีเอาออกเป็นขั้นตอนด้วย มันดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะ แต่เราชอบ

รีวิว Nuraloop

ที่ด้านล่างหลังจากเราเอาหูฟังออกไปปแล้ว ก็จะมีของอยู่ 3 กล่องด้วยกัน

รีวิว Nuraloop

สำหรับ 2 กล่องบนล่าง มันจะสามารถหยิบออกมาได้เลย โดยที่มันจะเป็นสาย Analog และ สายชาร์จ ทำมาในกล่องที่เรานึกว่า พวกของใช้ในห้องน้ำของโรงแรม ฟิลลิ่งเดียวกันเลย

รีวิว Nuraloop

ส่วนกล่องตรงกลางเราหยิบออกมาไม่ได้ เพราะมันเป็นลักษณะที่หงายเพื่อเปิดเอาได้เลย

รีวิว Nuraloop

ด้านในนั้นจะประกอบด้วยของ 4 ซองด้วยกัน 3 ซองแรกจะเป็นจุกยาง สำหรับปรับให้เข้ากับหูของเรา และซองสุดท้ายคือ Eartip Mesh มันคือตะแกรงที่อยู่กับตัวหูฟังอะ เราไม่เคยเห็นเจ้าไหนแถมมาเลย  

รีวิว Nuraloop

กลับมาที่กล่องละกัน เริ่มที่กล่องสายชาร์จกันก่อน

รีวิว Nuraloop

อีกหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ ที่ดีคือ จะเห็นได้ว่าที่ปากกล่องจะมีการตัดเว้าไว้ด้วย เพื่อให้เราไม่ต้องเอาเล็บเข้าไปแง่มฝากล่องออกมา เราก็แค่เอานิ้วเลื่อนขึ้นมาได้เลย

รีวิว Nuraloop

ตัวสายชาร์จที่ให้มา เป็นหัว USB-A กับหัวที่เป็น Proprietary ของ Nura อันนี้ก็เป็นส่วนนึงที่เราไม่ค่อยชอบเลย เพราะถ้าเกิดวันนึงสายที่เราใช้เกิดปัญหาขึ้นมาก็คือ ต้องซื้อจาก Nura เท่านั้นและ แน่นอนว่า เขาไม่มีตัวแทนจัดจำหน่ายในไทยด้วย อันนี้ยิ่งน่ากลัว

รีวิว Nuraloop

ตัวสายที่ให้มามีความยาวราว ๆ 30 cm เท่านั้นเองไม่ได้ยาวอะไรมาก และคุณภาพสายเราไม่โอเคเลย มันบางมาก ๆ เข้าใจว่าสายไฟเราใช้ไม่เยอะเพราะหูฟังมันไม่สามารถรับโหลดไฟจำนวนมากได้ ก็ประหยัดงบใช้สายไฟที่ทองแดงไม่เยอะ แต่ฉนวนนี่สิ เราว่าก็แอบบางไปหน่อย เป็นห่วงเรื่องความคงทนมาก ๆ

รีวิว Nuraloop

ไปที่กล่องสุดท้ายคือสาย Analog หรือสายสำหรับเสียบพวก 3.5mm ที่เราใช้เสียบกับโทรศัพท์

รีวิว Nuraloop

ตัวสาย ด้านนึงก็เป็นหัวของ Nura สำหรับเสียบเข้ากับหูฟัง และอีกด้านเป็น Jack 3.5mm แบบ TRS เป็นหัวแบบตัว L ด้วย อันนี้ถือว่าดีนะ แต่คุณภาพสายเราก็ว่าไม่ได้ดีอีกเหมือนกัน เพราะจับ ๆ ดูแล้วฟิลลิ่งเหมือนของ Apple เลย ภาพสายเหนียว ๆ ในอีกไม่กี่ปีนี่แว่บมาในหัวเลยละ

รีวิว Nuraloop

ที่กล่องอีกด้านนึงจะมีรูให้เราเอานิ้วสอดเข้าไปแล้วดึงออกมาได้ ด้านในจะเป็นกระเป๋าสำหรับเก็บหูฟัง

รีวิว Nuraloop

ตัวกระเป๋าไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก เราว่าน่าจะกว้างพอ ๆ กับ Airpod Pro แต่สูงกว่า และทำเป็นจตุรัสออกมา ที่ด้านหน้าจะมีการพิมพ์ Logo ของ Nura ลงไป ถ้าเอามือไปถูก ๆ ที่โลโก้ดูก็จะรู้ว่า มันไม่ได้เป็นระดับเดียวกัน ส่วนลักษณะพื้นผิว เราไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร น่าจะเป็นยางมั่งนะ

รีวิว Nuraloop

อีกด้านก็ใช้ลักษณะการพิมพ์เหมือนกับด้านหน้าเลย แต่เปลี่ยนเป็นคำว่า nura แทน

รีวิว Nuraloop

ตัวซิปเองก็ทำมาได้ดีเลยละ ไม่มีอาการติดขัดหรืออะไรเลย รูดได้ลื่น ๆ เหมือนบัตรเครดิตฮ่า ๆ

รีวิว Nuraloop

ขนาดของด้านใน เราลองเอาหูฟังใส่ลงไปดูแล้วก็ค่อนข้างพอดีเลยละ ไม่ได้ใหญ่ไปหรือเล็กไปสำหรับการใส่หูฟัง

รีวิว Nuraloop

หมดละในกล่อง ก็จะมีหูฟัง, สาย Charge, สาย Analog, จุกหูฟังต่าง ๆ และ กระเป๋าสำหรับเก็บหูฟัง โดยภาพรวมแล้วให้ประสบการณ์การแกะที่ดีเลย แต่คุณภาพของ Bundle ภายใน เราว่าแย่ไปหน่อยนะ

Design

รีวิว Nuraloop

ตัวหูฟังมาใน Form Factor แบบ Wireless In-Ear ไม่ใช่ Truly Wireless นะ ด้านซ้ายและขวายังใช้สายคล้องกันอยู่นะ ซึ่งเป็นแบบที่เราไม่ค่อยอินด้วยเท่าไหร่ เพราะมันจะน่ารำคาญก็ไม่เชิง จะสบายเลยก็ไม่เชิง

รีวิว Nuraloop

ที่กลางสายจะมีเป็นเหมือนแป้นพลาสติกแข็ง พิมพ์คำว่า Nura อยู่

รีวิว Nuraloop

ด้านหลังมันจะเป็น Contact Plate แม่เหล็กสำหรับแปะกับสายสาร์จ และสาย Analog ต่าง ๆ ซึ่งเราจะไม่สามารถแปะมันกลับด้านได้ด้วยนะ

รีวิว Nuraloop

เพราะที่ฝั่งสายเอง มันจะมีขั้วแม่เหล็กอยู่ถ้าเราเสียบกลับด้านมันจะแปะลงไปไม่ได้ ถ้าใส่กลับหัวแม่เหล็กบนแป้นกับสายมันจะดันกันยังไง เราก็จะเสียบไม่ได้

รีวิว Nuraloop

เพื่อการบังคับให้ง่ายขึ้นที่หัวมันจะมีการทำเป็นแง่งพลาสติกเว้าเพื่อให้รับกับสายที่อยู่ระหว่างแป้นพอดี ดังนั้น ไม่ว่ายังไง 360 องศา เราจะใส่มันได้ด้านเดียวแน่นอน ไม่ต้องกลัวใส่ผิด และ หมุนไม่ได้ด้วย

รีวิว Nuraloop

และสำหรับสายชาร์จก็จะมีไฟขาว ๆ ขึ้นมาตอนที่เราเสียบไฟชาร์จด้วย ซึ่งก็เป็นไฟที่ดูโง่มาก ไปเจอที่สว่าง ๆ นิด ๆ ก็คือ งง นึกว่าสะท้อนแสงแหละ

รีวิว Nuraloop

ตัวหู Body จะทำจากพลาสติก จับ ๆ ดูแล้วให้ความรู้สึกที่แข็งแรงดี พร้อมกับมีการใส่แผ่นพลาสติกเงาพิมพ์โลโก้ Nura ที่หูฟังแต่ละข้างด้วย อันนี้มันจะเป็นแผ่นสำหรับการสั่งต่าง ๆ เช่นให้ หยุดเพลง เปิดปิด Social Mode ต่าง ๆ

รีวิว Nuraloop

ที่ด้านหลังของตัวหูแต่ละข้างก็จะมีจุกยางใส่อยู่ แต่ลองสังเกตุดู จุกยางมันจะดูตื้นกว่าพวกหูฟัง In-Ear ทั่ว ๆ ไปเยอะเลย  ตอนแรกก็คิดนะว่า ใส่แล้วมันจะแน่นเหรอ เออ แน่นจริง

รีวิว Nuraloop

นอกจากนั้นเพื่อป้องกันการสับสน (ที่น่าจะเกิดได้ง่ายมาก) เขาเลยมีการพิมพ์บอกด้วยว่านี่คือด้านซ้าย และ ขวามาให้เราเลย

รีวิว Nuraloop

ตัวหูฟังมาในลักษณะที่เราต้องคล้องผ่านด้านหน้าหูไป เขาเลยต้องทำเป็นที่คล้องมาให้เราในแต่ละข้าง ก็จะเลือกใช้เป็นพลาสติกแข็ง ๆ ความยืดหยุ่นไม่ได้สูงมาก ตอนเชื่อมกับสายก็ไม่ได้มีข้ออะไรเป็นพิเศษ เราว่าถ้าไม่ระวังสายจะหักในได้ แล้วแน่นอนว่า สายนี้หักก็จบเลยนะ

สายที่อยู่บนหูฟัง คุณภาพไม่ต่างจากพวกสายชาร์จ และสาย Analog ที่เราบอกว่าแย่เลย แย่พอ ๆ กัน Earpod ของ Apple เลย ใช้ไปนาน ๆ มีเหนียวมือแน่นอน แล้วอันนี้คือ เราต้องคล้องผ่านคอเรา ลองนึกดูว่า ถ้ามันเหนียวมันจะแย่ขนาดไหน

การใช้งาน

รีวิว Nuraloop

ในแง่ของการใช้งาน เอาจริง ๆ อย่างที่เราบอกว่า เราไม่ค่อยอินกับ Form Factor แบบนี้ หลังจากการใช้งานจริง ๆ แล้วเราก็ยังไม่อินอยู่ดีแหละ ฮ่า ๆ

ส่วนนึงเพราะมันต้องมีสายคล้องอยู่ที่คอ บางทีมันก็รำคาญไปนิดนึง แต่เวลาเราใส่ตัวหูมันรู้สึกสบายไม่เจ็บหูเท่าไหร่เลย ต่างจากหูฟังที่เคยใช้มา ที่พอเวลาใส่ไปนาน ๆ แล้วจะเจ็บหู อันนี้ไม่ค่อยนะ

ความรู้สึกเวลาใส่มันจะรู้สึกว่าไม่แน่นเท่าไหร่ ไม่ค่อยกระชับ แต่มันซีลเสียงได้ กับเวลาเราเดิน ๆ กระโดด มันก็ไม่หลุดนะ ทำให้เราว่ามันดีนะ แน่น ไม่หลุด แต่ไม่อึดอัด แค่ไม่ชอบสายเฉย ๆ ฮ่า ๆ

ที่หูฟังทั้ง 2 ข้างมันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Touch Dial ที่ทำให้เราสามารถกด Function ต่าง ๆ เช่น ด้านขวากดเพื่อหยุด หรือเล่นเพลงต่อได้ กับด้านซ้ายกดเพื่อเปิดปิด Social Mode อันนี้เหมือนของ Sony เลย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ มันเพิ่มความเป็น Dial ขึ้นมาจริง ๆ ผ่านการที่เราสามารถเอานิ้วไปวนรอบ ๆ ที่ Dial ถ้าเป็นด้านขวา ถ้าเราใช้นิ้วเลื่อนไปตามแนวรอบ ๆ มันจะเป็นการเพิ่มลดเสียง ส่วนด้านซ้ายจะเป็นการเพิ่มลดระดับของ Social Mode

แต่ต้องบอกว่า ความ Sensitive ของการกดนั้นเราว่าไม่ดีเลย เพราะบางทีกดไปก็ไม่ติด บางทีไม่ตั้งใจกดก็ดันติด คือ งง กับมันมาก

ความลับของมันคือ Otoacoustic

ความสนุกของหูฟังตัวนี้อยู่ที่การทำ Profile ของตัวเองขึ้นมาเลยละ โดยการใช้ Otoacoustic เอ่ออาจจะงงใช่ม่ะว่ามันคืออะไร

Otoacoustic Emission หรือทางการแพทย์เราน่าจะเคยได้ยินกันในชื่อว่า OAE เดิมทีมันเอาไว้ใช้ตรวจการได้ยิน ถ้าเป็นคุณแม่ก็น่าจะเคยได้ยินเลยละ เพราะมันไว้ทำ New Born Screening เลยว่า เด็กที่พึ่งคลอดออกมามีความสามารถในการได้ยินหรือไม่

วิธีคือ เราก็จะใช้เครื่องปล่อยเสียงเข้าไปที่หู แล้วพอเสียงมันวิ่งเข้าไป มันจะต้องมีการสะท้อนจากเซลล์ขนภายในหูชั้นใน ที่เครื่องก็จะมีไมโครโฟนมารับเสียบที่สะท้อนออกมาแล้วตีกลับมาเป็นค่าให้เรา

นอกจากนั้น ยังมีการเอามันมาทำเป็นหนึ่งใน Biometric ที่เฉพาะของแต่ละคนได้ด้วย สำหรับ Nura เอง ก็จะเป็นการวัดค่าเหมือนทำ OAE เลย แต่แทนที่จะมาตรวจว่าได้ยินมั้ย เราก็เอามาดูแทนว่า หูเรามีความสามารถในการฟังความถี่ตรงไหนได้มากน้อยแค่ไหน

ตอนที่เราทำ Fitting Test มันจะทดสอบก่อนว่า จุกยางของเรามัน Seal สนิทรึยังเพื่อให้ผลจาก Otoacoustic มีความแม่นยำมากขึ้น แล้วจึงปล่อยคลื่นเสียงที่ความถี่ต่าง ๆ (8 kHz - 250 kHz) ออกมา แล้วใช้สิ่งที่ Nura ภูมิใจนำเสนอมากนั่นคือ High-Sensitive Microphone ในการรับเสียงที่สะท้อนมาจากภายในหูอีกที

แล้วใช้ข้อมูลพวกนี้ออกมาสร้างเป็น Profile ในการปรับ EQ (Equaliser) ในความถี่ต่าง ๆ เพื่อให้เราสามารถฟังทุกส่วนของเพลงได้หมดจริง ๆ ทำให้เราว่าหูฟังจาก Nura มีความน่าสนใจมากๆ เพราะเราไม่เคยเจอหูฟังตัวไหนบนโลกที่สามารถทำอะไรได้แบบนี้เลย มันดูเป็น Feature ที่สดใหม่มาก ๆ

มาลองฟังกันดีกว่า

รีวิว Nuraloop

หลังจากที่เราทำ Profile เสร็จแล้ว เราก็จะมาลองฟังกัน เราอาจจะไม่ใช่คนที่รีวิวเรื่องเสียงเก่งเท่าไหร่ แต่เราจะพยายามอธิบายความรู้สึกออกมาละกัน

เริ่มที่เรื่อง Adaptive Noise Cancelling (ANC) กันก่อน ต้องบอกเลยว่า ถือว่าทำมาดีมาก ๆ โอเคอาจจะเทียบไม่ได้กับ Sony แต่มาได้ขนาดนี้ได้ถือว่าเก่งมากแล้ว พวก Static Noise อย่าง เสียงแอร์ เสียงพัดลม และ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ปกติเราว่ามันก็ไม่ได้ดังมาก ก็หายไปหมดเลย เข้าใจว่า ส่วนนึงเป็นเพราะกระบวนการ Fitting Test ทำออกมาได้ดีทำให้พวก การ Seal เสียงด้วยจุกยางทำออกมาได้ดีพอสมควรแล้วรวมกับ ANC ของมันอีก ก็ยิ่งตีบวกประสิทธิภาพการลดเสียงรบกวนได้ดีเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ก็ยังมีอีก Feature คือ Social Mode พูดง่าย ๆ คือ การเปิดไมค์ แล้วเอาเสียงข้างนอกเข้ามา Brand อื่น ๆ อาจจะทำมาแค่ On/Off แต่ Nuraloop ทำมาเป็น Level ให้เราสามารถเลือกได้เลยว่า เราต้องการจะเปิดแค่ไหน

ข้อสังเกตุนึงของหูฟังคู่นี้คือ เวลาเราอ้าปาก ซีลมันจะปิดไม่สนิท เหมือนกับมันไม่รับไปกับลักษณะของขากรรไกรเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นมั้ยต้องไปลองดู มันจะรู้สึกแปลกมาก ๆ

ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียง เราได้เอาไปลองฟังในหลาย ๆ แนวเพลงมาก เราเริ่มที่ปิด Profile ก่อน เป็นเสียง Plain ของมันเลย โดยรวมถือว่าให้มิติของเสียงที่แคบมาก ถ้าคิดเป็น Sound Stage ก็น่าจะเหมือนกับห้องที่ฟังเพลงมันแคบมาก ๆ เสียงไม่ค่อยมี Dynamic มากเท่าไหร่ ถ้าชอบเสียงเบส ก็ลืมไปได้เลยมีน้อยมาก ๆ เราว่ามันน่าจะเป็นพวกหูฟัง Monitor ได้เลย ถ้าเทียบเป็นรสชาติก็คงเป็นรสชาติจืด ๆ หรือไม่ก็มีรสอ่อน ๆ จากวัตถุดิบเอง

แต่เมื่อเราเปิด Profile ที่สร้างไว้แล้ว เหมือนคนละเรื่องจนตกใจเลยละ เพราะเสียงมันมี Dynamic มาก Sound Stage คือดีเลยละ เบสมันนุ่มไม่แสบหู เสียงสูงมันก็ไม่ได้สูงไป เป็นหูฟังที่ให้เสียงที่จะบอกว่า กลางก็ไม่ จะต่ำก็ไม่ จะสูงก็ไม่ มันทำได้หมดเลย ถ้าเทียบให้เห็นภาพเป็นรสชาติง่าย ๆ คือ ตัวมันไม่ได้แต่งเติมรสชาติอะไร แต่มันเร่งรสที่มีอยู่ในเพลงอยู่แล้วให้เข้มข้นจนเรารู้สึกได้

น่าจะมาจากการทำ Profiling เต็ม ๆ เลยละที่มันบอกได้ว่า เราฟังความถี่ไหนได้น้อยมันก็บวกเสียงแถวนั้นขึ้น หรือมากไปมันก็เอาลง มันเลยกลายเป็นว่า มันไม่ได้แต่งเติมรสเสียงใหม่เข้ามาเลย เพียงแต่ทำให้รสที่มีอยู่แล้วมันเข้มขึ้นเท่านั้นเอง ทำให้เวลาเราฟัง เราก็อื้ม... จะสูงก็ไม่ จะต่ำไปก็ไม่ จะกลางก็ไม่ซะทีเดียว ให้ความรู้สึกที่แปลกมาก ๆ สำหรับเราเลยก็ว่าได้

ในกล่องมันมาพร้อมกับสาย Analog ที่ทำให้เราใช้งาน Nuraloop ผ่านสายได้ เราเลยลองเอาไปเสียบเข้ากับ Zorloo Ztella (ไว้จะมารีวิวอีกที) ที่เป็น MQA DAC เลย แล้วเปิดเพลงที่เป็น MQA Format ผ่าน Tidal เลย แต่ข้อสังเกตุคือ เมื่อเราเชื่อมต่อผ่านสายแล้ว เราจะไม่ได้ใช้ Profile ที่เราทำไว้ ก็เหมือนกับเราปิด Profile ตอนไร้สาย

สิ่งที่มันเพิ่มมาจากการปิด Profile แบบไร้สายคือ Dynamic ที่สูงขึ้นมาก รายละเอียดที่เยอะขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเราฟังอะไรที่อาจจะเป็นพวกดนตรี Classic นี่คือ รู้เรื่องเลยว่ามันโคตรต่างเลย เพราะดนตรีพวกนี้ส่วนใหญ่มันจะมี Sound Stage ที่กว้าง  เกิดจากการที่ต้องเล่นกันเป็นวงใหญ่แล้วอัด เครื่องดนตรีตัวนั้นอยู่นั่น อยู่ตรงนี้เราสัมผัสได้หมดเลย เหมือนกับเราได้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

สรุป Nuraloop เป็นหูฟังที่ Hype แต่ใช้จริงอีกเรื่อง

รีวิว Nuraloop

Nuraloop ถือว่าเป็นหูฟังที่เราว่าน่าสนใจมาก ๆ นะ คุณภาพเสียงที่เราว่ามันเกิดราคาไปอยู่นะ แค่แลกมากับประสบการณ์การใช้งาน กับวัสดุ ที่อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็นะมันก็พอแลกกันได้อยู่ แต่เรื่องนึงที่ต้องทราบคือ ณ วันที่เราเขียน Nura ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ วิธีก็คือต้องสั่งจากเว็บ Nura หรือหาแม่ค้าที่เอาเข้ามาก็ได้