Review

รีวิว Nomad Base Station สถานีชาร์จตัวเดียวจบครบทุกอุปกรณ์

By Arnon Puitrakul - 02 July 2020 - 3 min read min(s)

รีวิว Nomad Base Station สถานีชาร์จตัวเดียวจบครบทุกอุปกรณ์

ทุกวันนี้ เรามีอุปกรณ์เยอะขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อก่อนที่เราอาจจะมีแค่ โทรศัพท์เครื่องเดียว แต่ตอนนี้มันงอกได้ มีทั้ง Smart Watch และ หูฟัง Wireless ที่ต้องชาร์จอีก การต้องมานั่งเสียบสายแต่ละอุปกรณ์ในทุก ๆ วันน่าจะเป็นเรื่องที่ปวดหัวพอควรเลยทีเดียว วันนี้เรามี Solution มานำเสนอ เป็นแท่นชาร์จแบบไร้สาย Nomad Base Station ที่บอกได้เลยว่า ตัวเดียวครบทุกชิ้นที่เราใช้ในทุก ๆ วันเลย

แกะกล่อง

รีวิว Nomad Base Station

ตัวกล่องของ Nomad Base Station จะทำจากกระดาษปกติเลย ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ที่หน้ากล่องจะเป็นรูปของตัวแท่นชาร์จ พร้อมกับมีการบอกความ Feature เด่น ๆ ของมันอย่างเช่น การมี Wireless Charge แบบ Fast Charge 7.5 Watts ถึง 2 ช่อง กับพวกการมี Apple Watch Charger มาให้ และ วัสดุที่ทำจากโลหะ และ หนัง ที่สำคัญที่ด้านขวาล่างของกล่องยังมีการพิมพ์สัญลักษณ์ว่า Made for Apple Watch ด้วยเพื่อเป็นการบอกว่า มันทำมาเพื่อ Apple Watch เลยนะ มั่นใจได้เลยว่า ซื้อมาแล้วจะใช้กับ Apple Watch แสนรักของเราได้แน่นอน

รีวิว Nomad Base Station

ที่ด้านข้างของกล่องทั้ง 2 ด้านจะไม่ได้มีข้อมูลอะไร นอกจากโลโก้ของ Nomad ที่พิมพ์มาในลักษณะนูนขึ้น พร้อมกับลายที่เหมือนแผนที่เลย พิมพ์นูนมาเหมือนกัน พอจับแล้วมันรู้สึกดีแปลก ๆ แฮะ

รีวิว Nomad Base Station

ไปที่ด้านหลังกันบ้าง ก็คล้าย ๆ กับด้านหน้าแหละ ก็คือ เป็นรูปของตัวแท่นชาร์จ และ มีพวกสรรพคุณที่ละเอียดขึ้นไว้เราจะมาดูกันต่อไป

รีวิว Nomad Base Station

ที่ด้านใต้ของกล่องจะเป็นพวกรายละเอียด Barcode อะไรก็ปล่อยไป

รีวิว Nomad Base Station

เมื่อเรากรีดเทปกาวที่อยู่ด้านล่าง แล้วที่ด้านบนมันจะมีพลาสติกสำหรับแขวนวางบน Shelf เราก็สามารถดึงกล่องที่อยู่ด้านในจากที่ห้อยนี้ได้เหมือนกัน เมื่อเราดึงออกมา เราจะเจอกับกล่องกระดาษสีน้ำตาล

รีวิว Nomad Base Station

กล่องกระดาษสีน้ำตาลนี้ เอาจริง ๆ มันก็ดูเหมือนกล่องกระดาษปกติทั่ว ๆ ไปนี่แหละ ตรงกลางมีการพิมพ์โลโก้ของ Nomad ลงไป เป็นหมึกทั่ว ๆ ไปนี่แหละ ไม่ได้มีการนูนอะไรทั้งนั้น อารมณ์เหมือนกับรักษ์โลกอะไรแบบนั้นป่ะ

รีวิว Nomad Base Station

ที่ด้านหลังของกล่องก็มีการพิมพ์อย่างเยอะเลย เราชอบลายของเขามาก พร้อมกับสร้าง Story ของ ของที่เราแกะออกมาผ่านการเล่าเรื่องปรัชญาของ Nomad อะไรก็ว่าไป อยากอ่าน ก็ซูมอ่านเอานะ

รีวิว Nomad Base Station

มันจะมีเทปกาวแปะอยู่ ถ้าเกิดซื้อมือ 1 มาแล้วเจอว่า เทปกาวตรงนี้มันหายไป หรือ โดนแกะไปแล้ว ก็เช็คดี ๆ นะ

รีวิว Nomad Base Station

เมื่อเปิดกล่องออกมา เราจะเจอกับแท่นชาร์จ พร้อมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีมาให้ในกล่องเลย

รีวิว Nomad Base Station

ส่วนที่ฝากล่องจะมีเหมือนกับฟองน้ำนิ่ม ๆ สีดำอยู่ที่กล่อง อันนี้เวลามันปิดอยู่มันจะไปอยู่ตรงแท่นชาร์จไม่ให้มันขยับเวลาขนส่งนั่นเอง

รีวิว Nomad Base Station

ของ Bundle ชิ้นแรก จะเป็น Adapter ที่มี Output อยู่ที่ 3000 mA หรือก็คือ 3A นั่นแหละ โดยที่หัว ถ้าเราดูดี ๆ เราจะเห็นว่า มันบิดเพื่อเปิด และ ปิดได้คือ มันสามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้ด้วย หัวที่มากับตัวกล่องเลยจะเป็น 2 หัวแบนทั่ว ๆ ไป

รีวิว Nomad Base Station

โดยอีก 2 หัวที่มาในกล่อง จะเป็นหัวแบบยุโรป กับ หัวกลม 2 หัว เราก็สามารถเลือกเปลี่ยนได้ตามการใช้งานของเราได้เลย

รีวิว Nomad Base Station

ปลายอีกด้านจะเป็นหัวกลมขนาดเล็ก อันนี้เราว่า ถ้าเกิดสายมีปัญหา มันจะไม่สามารถหาเปลี่ยนได้ง่ายเท่าไหร่ ส่วนวัสดุของตัวสาย จะเป็นสายถักสีดำ ที่เราว่าทนทานมาก ๆ แน่ ๆ ไม่น่ามีปัญหาแหละ

ของในกล่องหลัก ๆ จะมีเท่านี้เลย มีแค่ตัวแท่นชาร์จ และ อุปกรณ์สำหรับเสียบไฟเข้าเท่านั้น ถัดไปเราไปดูตัวแท่นชาร์จกัน

Nomad Base Station

รีวิว Nomad Base Station

Nomad Base Station เป็น Wireless Charing Station ที่ทำออกมาได้สวยมาก ๆ ตัวนึงเลยทีเดียว ตัว Body ของมันจะทำจากโลหะที่เรียกได้ว่า จับแล้วมันรู้สึกแน่น และหนักมาก จับแล้วฟิลกูดดด Premium มาก ๆ พร้อมกับที่ด้านขวาบนจะมีการยิงลงไปเป็นอักษรเขียนว่า Nomad เลย ตรงนี้ถ้าใช้ไปบางทีฝุ่นมันอาจจะเข้าได้หน่อยนะ แต่เช็ดไม่ยาก

รีวิว Nomad Base Station

ทางซ้ายแป้นขาว ๆ เอาไว้วางชาร์จ Apple Watch ได้เลย ไม่ต้องกลัวว่า วางแล้วไม่เข้าล๊อคแล้วมันจะไม่ชาร์จ เพราะมันมาพร้อมกับแม่เหล็กอ่อนดันให้นาฬิกาเข้าล๊อคได้เลย พร้อมกับมีแผ่นยางกันลื่นไว้ให้ด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ Apple Watch อาจจะต้องไปดูว่า Smart Watch ที่ใช้รองรับมาตรฐานอะไร ถ้าเป็น Qi ปกติก็วางลงที่แผ่นชาร์จที่เดียวกับโทรศัพท์ได้เลย

รีวิว Nomad Base Station

ตรงส่วนที่เป็นหนัง มันจะเป็นหนังด้านหน่อย ๆ ซึ่งเป็นที่สำหรับวางชาร์จอุปกรณ์ได้เลย รองรับมาตรฐาน Qi ที่ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับ Wireless Charging ได้แทบทุกตัวเลย ความพิเศษของ แท่นชาร์จตัวนี้ มันมาพร้อมกับ วงจรสำหรับการชาร์จถึง 3 จุดทั่ว ๆ ไปเลย วางตรงไหนก็ชาร์จได้หมด เราอาจจะวาง โทรศัพท์เราไว้ริมขวา กลาง หรือ ซ้ายก็ได้ แต่ซ้ายสุดน่าจะยาก เพราะมันจะติดที่ชาร์จ Apple Watch มันเอาไว้ชาร์จพวกหูฟังที่รองรับ Wireless Charing อย่าง Apple Airpod และ Apple Airpod Pro

รีวิว Nomad Base Station

หรือเราจะเอาโทรศัพท์วางเป็นแนวนอนก็ชาร์จได้เหมือนกัน เมื่อเราลองวาง Apple iPhone 11 Pro Max ลงไป พบว่า ขนาดมันพอดีกันเลย แต่เรื่องพวกนี้มันไม่น่ามีปัญหาถ้าโทรศัพท์เราจะใหญ่เกิน หรือเล็กเกิน ตราบใดที่เราเอาอุปกรณ์ของเราวางให้ตรงกับวงจรชาร์จก็โอเคแล้ว

รีวิว Nomad Base Station

ที่ด้านหน้าเอง ก็จะมีจุดอยู่ 3 จุดด้วยกันคือ ไฟแสดงสถานะการชาร์จของทั้ง 3 วงจรการชาร์จ เรียงจากซ้ายไปขวาเลย ถ้าเราเอาไปวางใช้วงจรตรงจุดไหน มันก็จะมีไฟสีขาวปรากฏขึ้นมา

รีวิว Nomad Base Station

ไปดูที่ด้านหลังกันบ้าง รูตรงกลางเลยจะเป็นรูสำหรับเสียบรับไฟเข้าจาก Adapter ที่ให้มาในกล่องได้เลย รูถัดไปถือว่า เป็นของที่น่าสนใจมาก มันเป็น Sensor สำหรับวัดแสง อ่านมาแล้วก็อาจจะ งง ว่ามันจะเอา Sensor สำหรับวัดแสงไปทำอะไร นี่แหละน่าสนใจ

แท่นชาร์จมันจะวัดแสง แล้วปรับแสงไฟที่แสดงสถานะการชาร์จด้านหน้าให้เข้ากับแสงข้างนอก มันช่วยแก้ปัญหาเมื่อเราวางแท่นชาร์จตัวนี้ไว้ข้างเตียง ไม่ก็ในห้องนอนของเราได้เป็นอย่างดีเลย เพราะปกติ พวกนี้ถ้ามันมีไฟ บางทีมันอาจจะไปแยงตาเราตอนนอนก็ได้ Nomad คิดเรื่องนี้มา เลยใส่ Sensor นี้เข้ามาช่วยนั่นเอง และสุดท้ายเป็นส่วนที่ใช้วาง Apple Watch ทำจากโลหะเหมือนกัน หมุนเงย หรือก้มไม่ได้นะมัน Fixed ไว้เลย

รีวิว Nomad Base Station

ด้านใต้ของแท่นชาร์จ จะมีแผ่นยางกันลื่นมาให้ 2 ชิ้น บนล่างกันไปเลย เท่าที่ลองวางบนโต๊ะ ใช้งานทั่ว ๆ ไป มันก็แน่นดี ไม่ขยับอะไรมาก ตรงกลางจะเป็นรายละเอียดต่าง ๆ พวกการจ่ายไฟต่าง ๆ อะไรก็ว่ากันไป

Experience

ประสบการณ์การใช้งานหลังจากใช้งานมาหลายเดือน รู้สึกว่า เป็นที่ชาร์จตัวเดียวจบสำหรับคนที่ใช้งาน Apple Device มาก ชาร์จนาฬิกาไปด้วย ชาร์จโทรศัพท์ไปด้วย ยิ่งถ้าใครใช้ Airpod ตัวที่รองรับ Wireless Charing แล้วด้วยละก็ มันคือ สวรรค์เลย กลับบ้านมา ก็เอาทั้งหมดวางไว้ แล้วเช้าจะออกไป เราก็คว้าทุกอย่างได้จากแท่นนี้ได้เลย มันสะดวกมาก ๆ

ในเรื่องของการออกแบบเอง เราว่า เขาออกแบบมาได้สวยมาก ๆ วางตรงไหนในบ้านก็ดูดีได้เลยแหละ ทั้งวัสดุที่เล่นกับโลหะที่ทำออกมาได้เรียบหรู รวมกับการใช้หนังที่ยิ่งทำให้รู้สึก Premium เข้าไปอีก โดยรวมในการออกแบบถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว มองไปก็สวย จับแล้วรู้สึกแพงมาก

สำหรับใครที่ใช้สายในการชาร์จมาก่อน โดยเฉพาะพวก Fast Charge ทั้งหลาย ต้องบอกเลยว่า ถึง Nomad Base Station จะรองรับ Fast Wireless Charing แต่มันก็ชาร์จได้แค่ 7.5 Watts ในขณะที่ Adpater Fast Charge ที่มาพร้อมกับ iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max นั้นมันมาพร้อมกับที่ชาร์จขนาด 18 Watts ซึ่งเยอะกว่า Fast Wireless Charge ที่ Nomad Base Station มีมาให้ถึง 2.5 เท่าเลยทีเดียว ดังนั้น ความเร็วในการชาร์จช้ากว่าเยอะเลย

ถ้าใครที่กะว่า แบตจะหมดแล้วต้องการชาร์จไว ๆ แล้วออกไปต่อพวก Wireless Charge อาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานเท่าไหร่ การใช้สายในการชาร์จยังคงเป็นทางออกที่ดีกว่าอยู่นะ ถ้าถามว่า แล้วมันมีตัวอื่นที่เยอะกว่า 7.5 Watts มั้ย

คำตอบคือ มี แต่ถ้าเราใช้ iPhone ทั้งหลาย มันรับแค่ 7.5 Watts เท่านั้น ถ้าเราไปหาตัวอื่นที่มากกว่านั้น เช่น 10 หรือ 15 Watts เอา iPhone มาวาง มันก็ยังได้แค่ 7.5 Watts เท่านั้น แต่ถ้าโทรศัพท์เราเป็นพวก LG V30 พวกนั้นมันรองรับถึง 15 Watts ไปเลย หรือจะเป็นพวก Samsung Galaxy S10 กับ Note 10 ที่รองรับถึง 10 Watts พวกนั้น ถ้าอยากให้ชาร์จเร็วกว่านี้ Nomad Base Station อาจจะไม่ใช่คำตอบ

สรุป

รีวิว Nomad Base Station

ด้วยข้อมูลทั้งหมด และ ประสบการณ์ การใช้งานที่เราได้ลองใช้มา เราต้องบอกเลยว่า Nomad Base Station เป็นแท่นชาร์จไร้สายที่น่าซื้อมาใช้งานมาก ด้วยการออกแบบที่โคตรสวยวางที่ไหนก็สวย วัสดุสุด Premium การชาร์จแบบ 7.5 Watts Fast Wireless Charging ที่มาพร้อมกับวงจรในการชาร์จถึง 3 จุด วางตรงไหนก็ชาร์จได้แน่นอน จะมีอุปกรณ์ก็ชาร์จได้หมดเลย ตั้งแต่ Apple Watch, iPhone และ หูฟังไร้สายที่รองรับ Wireless Charing อย่าง Airpod และ Airpod Pro เลย และที่น่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจคือ ไฟแสดงสถานะที่จะปรับความเข้มของแสงแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้มันแยงตาเรานั่นเอง ทั้งหมดที่ว่ามาสงวนราคาอยู่ที่ 149.95 USD ในเว็บของ Nomad เองหรือถ้าซื้อในเว็บไทยก็จะอยู่ที 3500-4000 กว่าบาท ขึ้นกับร้าน เลย ร้านไหนอยากสปอนบอกได้ จะเขียนให้เลย ฮ่า ๆ