Technology

ฮาวทูเลือกซื้อ Powerbank อย่างปลอดภัย

By Arnon Puitrakul - 03 August 2020 - 2 min read min(s)

ฮาวทูเลือกซื้อ Powerbank อย่างปลอดภัย

Powerbank น่าจะเป็นของที่หลาย ๆ คนพกพากันเยอะมาก และมันก็ราคาถูกลงกว่าเมื่อก่อนมาก และมีความอลังการมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทคโนโลยีการชาร์จ วันนี้เราจะพามาดูกันว่า ถ้าเราอยากจะเลือกซื้อ Powerbank สักตัว เราจะต้องดู หรือมีวิธีการเลือกยังไงบ้าง เพราะบางคนก็กลัวว่ามันจะระเบิดหรืออะไรก็ตาม

TLDR; หา Powerbank ที่มีความจุ และ มีช่องการเชื่อมต่อที่เพียงพอต่อการใช้งาน และที่สำคัญ มองหาตรา มอก. เพื่อเป็นการรับรองความปลอดภัยเบื้องต้นไว้ก่อนจะดีกว่า

ความจุ (Capacity)

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง

อย่างแรกที่หลาย ๆ คนน่าจะมองหากันคือ ความจุ ที่เขาใช้หน่วยเป็น mAh กัน ถามว่า เราต้องซื้อเท่าไหร่ถึงเราจะพอ วิธีง่ายมาก ๆ คือให้เราหาไปสเปกของอุปกรณ์ที่เราต้องการจะชาร์จว่า แต่ละอุปกรณ์มีปริมาณแบตรวมกันเท่าไหร่ เอามาบวกกันแล้ว คูณด้วยจำนวนรอบที่ต้องการชาร์จเต็ม และบวกเพิ่มไปอีกสัก 20-30% ก็จะได้ความจุที่เราต้องซื้อแล้ว

ถ้าเราหาไม่ได้จริง ๆ ว่าแบตบนเครื่องเรามีความจุเท่าไหร่ ถ้าใช้กับโทรศัพท์เครื่องเดียว เราแนะนำที่ไม่เกิน 10,000 mAh น่าจะชาร์จได้ 2-3 ครั้งเลยแล้วแต่เครื่องด้วยว่ามีขนาดเท่าไหร่ หรือถ้าเรามี Tablet ไปด้วย แนะนำที่ 10,000 - 20,000 mAh น่าจะชาร์จเต็มอีกครั้งได้ประมาณ 1-2 รอบกับทั้งโทรศัพท์ และ Tablet ไปเลย

หรือถ้าเราต้องการจะชาร์จ Laptop ด้วย ให้โดดไปเยอะ ๆ เลย เพราะมันกินไฟเยอะมาก เมื่อเทียบกับ Tablet และ โทรศัพท์

สำหรับคนที่ต้องพกไปขึ้นเครื่องบินด้วย ตามกฏการบิน เราไม่สามารถนำ Powerbank ที่มีควมจุเกิน 32,000 mAh ขึ้นเครื่องบินได้ ดังนั้น ถ้าต้องการจะขึ้นเครื่องบินด้วยก็อย่าซื้อเกินนั้นไปละ

บางคนอาจจะขี้เกียจคิดแล้ว ซื้อมันเยอะ ๆ เลยจะดีมั้ย คำตอบคือไม่ดี เพราะต้องเข้าใจว่า ไฟ มันต้องมีที่อยู่ ดังนั้น ถ้าเราซื้อความจะเยอะ ๆ มันมักจะมาพร้อมกับ ขนาดที่ใหญ่ และ น้ำหนักที่มาก ทำให้ การพกพา มันลำบากมากขึ้น ดังนั้น เลือกให้พอดีกับการใช้งานจะดีที่สุด

กำลังไฟ

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง

ความจุ ไม่ได้บอกถึงเรื่องราวทั้งหมด ถึงความจุจะเยอะ ใช่ เราสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้มากขึ้นจริง แต่ความเร็วในการชาร์จก็สำคัญ ยิ่งชาร์จเร็วเท่าไหร่ ก็ลดเวลาที่เราจะต้องเสียบชาร์จ มีสายห้อย ๆ อยู่ได้มากเท่านั้น โดยที่ความเร็วในการชาร์จ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ Input คือความเร็วในการชาร์จไฟเข้า Powerbank และ Output คือ ความเร็วในการชาร์จไฟออกจาก Powerbank เพื่อเข้าอุปกรณ์ของเรา

ถ้าเราลองหมุน ๆ หาดูตาม Powerbank มันจะมีพิมพ์บอกอยู่ โดยมันจะแยกเป็น Input และ Output อย่างที่เราบอกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเขียนเป็น 5v, 1A อะไรพวกนั้น ตัวเลขพวกนี้เป็นตัวบอกความเร็วในการชาร์จได้เลย โดยที่ถ้าหัวออกเป็น USB ทั่ว ๆ ไป น่าจะมาตรฐานที่ 5V และจำนวน Amps (A) แล้วแต่ Battery เลย โดยที่ยิ่ง Voltage (V) และ Amps และอีกหน่วยที่มักจะเจอคือ Watts (W) มันคือ A x V ก็จะได้ หนังผู้ใหญ่ เห้ยย Watts ต่างหาก ยิ่งค่าพวกนี้เยอะเท่าไหร่ ยิ่งบอกความเร็วในการชาร์จได้มากขึ้น

ดังนั้นเวลาเราดู เราต้อง เราต้องดูทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนใหญ่ที่จะเน้นคือ Output เพราะเราต้องการลดเวลาชาร์จไฟเข้าเครื่องเราให้น้อยที่สุด เพราะไม่อยากให้สายมันรกไปหมด กลับกัน Input ถ้าเราเสียบไว้ทั้งคืนแล้วมันเต็ม มันก็จบ ดังนั้น ถ้างบไม่ไหว แล้วอยากได้ชาร์จเร็วจริง ๆ หาอันที่มี Input เยอะไว้ก่อน

แต่ ๆๆๆๆๆๆ มันขึ้นกับอุปกรณ์ที่เราชาร์จด้วย ถ้าคุณสมบัติบอกว่า มันชาร์จได้แค่ 15W แล้วเราเอา Powerbank ที่ชาร์จได้ 60W ไปจ่าย เราก็จะชาร์จได้ที่ 15W เท่านั้น ทำให้คนสงสัยว่า แล้วงี้ไฟเกินมันจะไม่ระเบิดเหรอ คำตอบคือ ใช่ และ ไม่ ขึ้นกับวงจรของ Powerbank และอุปกรณ์ของเราด้วย

โดยปกติ ถ้าเราชาร์จผ่าน USB มันจะมีการคุยกันระหว่างตัวอุปกรณ์กับ Powerbank ว่ามันต้องการไฟเท่าไหร่ เพื่อให้ Powerbank ปรับไฟให้ตรงกับที่อุปกรณ์ของเราต้องการ นั่นทำให้ปกติแล้ว ถึงเราจะซื้อ Powerbank ที่ไฟเกินมา ชาร์จไป มันเลยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้า Powerbank หรืออุปกรณ์ของเราไม่ได้มาตรฐานละ มันไม่มีการคุยกัน และไม่มีการปรับไฟให้เข้ากัน นั่นแหละ เราอาจจะเจอกับเหตุการณ์ที่เสียบแล้วไหม้ หรือไม่ก็ Burn Baby Burn หรือไม่ก็ Ka Boom! ได้นั่นเอง

ด้วยความพัฒนาของเทคโนโลยีในการชาร์จที่เยอะเหลือทน จนทำให้มีหลายเทคโนโลยีออกมาเยอะมาก เช่น Quick Charge อะไรพวกนั้น พวกนี้ง่ายมาก คือถ้าอุปกรณ์เรารองรับ เราก็สามารถมองหา Powerbank ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันได้เลย เพื่อให้สามารถชาร์จได้ความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ถึง Powerbank จะมีความสามารถในการชาร์จที่เร็วมาก แต่ถ้ามันไม่ได้รองรับเทคโนโลยีการชาร์จบางตัว มันจะไม่สามารถชาร์จได้เต็มความเร็วที่ควรจะเป็น เพราะมันใช้ Chip หรือโปรแกมพิเศษที่ใช้ในการควบคุมการชาร์จด้วย ดังนั้น ลองมองหา Powerbank ที่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จที่อยู่ในอุปกรณ์ของเราด้วยจะดีมาก

Connectivity

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง

ช่องการเชื่อมต่อสำหรับการชาร์จก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณา แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เท่ากับ 2 เครื่องแรกเท่าไหร่ บางตัวมาพร้อมกับ ช่องชาร์จ กี่ช่องก็ว่าไป หรือช่องเป็นแบบไหนอีกนั่นก็อีกเรื่องเหมือนกัน

Yoobao รุ่น PowerWizard

อุปกรณ์บางรุ่นช่องเสียบชาร์จเป็น USB-C บางรุ่นเป็น Micro-USB หรือถ้าเป็นของ Apple ก็จะเป็น Lighting การซื้อ Powerbank ที่มีหัวชาร์จเดียวกันกับอุปกรณ์ก็จะทำให้เราลดจำนวนสายชาร์จที่เราจะต้องพกได้ ลดความยุ่งเหยิง เอ๊ะ สายไหนใช้กับอะไรนะ ได้ดีเลย แต่สำหรับคนที่ใช้ iPhone หรือ Apple Device ที่ใช้ Lighting อาจจะปวดหัวหน่อย เพราะน้อย Powerbank มากที่จะมีช่องรับไฟเข้าแบบ Lighting เท่าที่ลองหามา มีอยู่ตัวนึงคือของ Yoobao รุ่น PowerWizard

นอกจากนั้น จำนวนของช่องการเชื่อมต่อก็เป็นอีกเรื่องด้วย อันนี้เราต้องไปดูว่า เวลาเราใช้งานจริง ๆ เราชาร์จกี่อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน เพราะถ้าเราชาร์จมากกว่า 1 พร้อม ๆ กัน เราต้องหาอันที่มีพอสำหรับเรา หรือบางตัว ทั้งตัว มีแค่ช่องเดียว สำหรับชาร์จเข้าและออกเลยก็มี ทำให้เวลาเราใช้งาน เราจะต้องเลือกเลย อะไรแบบนั้น ดังนั้นต้องดูตามการใช้งานของเรา เบื้องต้นก็เอาให้มีไฟเข้า 1 และ ออกอีก 1 น่าจะพอดีสุดแล้ว

หรือบางรุ่นก็จะมาพร้อมกับสายชาร์จที่ติดมากับตัว Powerbank เลย มันมักจะโฆษณากับเราบอกว่า มันสะดวกมากเลยนะ เราไม่ต้องพกสายอีกเส้น ไม่ต้องมีสายยาว ๆ รกไปหมด เพราะเวลาเก็บมันก็เก็บไว้ใน Powerbank เลยอะไรพวกนั้น เราไม่แนะนำ Powerbank ที่ทำมาแบบนี้มาก ใช่มันสะดวกจริงไม่เถียง แต่ในระยะยาว อุปกรณ์ที่มักจะลาโลกก่อนไม่ใช่ตัว Battery แต่เป็นสายนี่แหละ ไม่ว่าจะเกิดจากการถอดเข้าออก หรือ ม้วน งอ เองก็ตาม ถ้าเสียไปแล้วมันติดกับ Battery ด้วยเลย มันก็จะเปลี่ยนสายไม่ได้ แทนที่จะซื้อสายไม่กี่บาท สุดท้ายเราก็ต้องซื้อทั้งก้อนใหม่หมด ซ้ำร้ายคือ สายที่ได้มา แน่นอนว่าไม่ใช่สายแท้จาก Brand  แน่นอน เราไม่รู้เลยว่าสายที่เขาทำมามันจะมีคุณภาพสูงแค่ไหนด้วย ยังไง ๆ สายแท้ที่มากับกล่อง หรือซื้อจาก Brand โทรศัพท์ของเราก็เชื่อถือได้มากกว่า

วัสดุ และ ยี่ห้อ

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง วัสดุ

และเรื่องท้าย ๆ คือ วัสดุ มีหลายเกรดมาก ๆ ขึ้นกับเราเลือกซื้อเลย แต่ถ้าให้เราแนะนำ เราไม่แนะนำให้ซื้อตัว Body ที่เป็นพลาสติกเท่าไหร่ เพราะ ในระยะยาว มันอาจจะกรอบ หรือแตกได้ หรือแม้กระทั่งเราทำตก แนะนำให้ไปหาซื้อพวกที่เป็นโลหะน่าจะดีกว่า เพื่อความคงทน

และอีกเรื่องที่สำคัญโคตร ๆๆๆๆๆ คือ เรื่อง Brand เพราะพวก Brand ส่วนใหญ่ มันจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอยู่แล้ว ถ้าเราไปซื้อที่ไหนไม่รู้มา มันอาจจะไม่ได้มีมาตรฐานการตรวจสอบที่มีความปลอดภัยเพียงพอต่อการใช้งาน หรือแม้กระทั่งความจุ อาจจะไม่ถึงที่เขียนไว้หน้ากล่องจริง ๆ ก็ได้ หรือการจ่ายไฟต่าง ๆ ที่อาจจะน้อยกว่า หรือมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้อุปกรณ์ของเราอาจเกิดความเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ได้ ดังนั้นเลือกจากที่มี Brand และมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยจะดีมาก ถ้าของที่ขายในไทยมันก็ต้องมีตรา มอก. เสมอนะ เช็คก่อนซื้อกันด้วย

เราต้องใช้ Powerbank จริงเหรอ

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง

เริ่มจาก คำถามแรกก่อนเลยว่า เราต้องซื้อ Powerbank จริง ๆ เหรอ ? เพราะมันเป็นการเสียเงินเพิ่ม และ ถ้าเราต้องพก มันก็จะหนักกระเป๋ามากขึ้นไปอีก

จริง ๆ คำถามนี้ตอบได้ง่ายมากคือ แบตเราหมดระหว่างวันรึเปล่า ถ้าหมด และเราไม่สามารถแวะเสียบชาร์จได้ อันนี้แหละ เราควรจะหา Powerbank  ดี ๆ สักตัวมาใช้ แต่ถ้าเราสามารถแวะชาร์จได้ เราไม่แนะนำ Powerbank สักเท่าไหร่ เพราะมันหนัก และถ้าเราเสียบชาร์จได้ มันน่าจะดีกว่า ถ้าเราพกแค่ Adapter และสาย น่าจะดีกว่า ยิ่งถ้าเราใช้ Adapter ชาร์จเร็วด้วยมันก็จะดีมาก หรือถ้าไม่อยากซื้ออะไรเลย เราก็ไม่ต้องลงทุนก็ได้ ก็คือใช้ สายและ Adapter ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั่นน่าจะปลอดภัยที่สุดด้วยซ้ำ

ส่วนถ้าเราสำรวจการใช้งานแล้ว แบตเราไม่ได้หมดระหว่างวัน อะไรพวกนั้น มันก็ไม่ผิดที่เราจะพกแค่เครื่องก็พอแล้ว อาจจะเอาสายชาร์จ และ Adapter ไปทิ้งไว้ที่ ๆ เราใช้งานบ่อย ๆ ก็ได้ จะได้ไม่ต้องพกไปมา ไหนจะลืมอีก แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็พกเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร

สรุป

เลือกซื้อ Power Bank ยังไง

Powerbank ถืออุปกรณ์ที่เรามักจะพบได้เยอะมาก ๆ หลาย ๆ คนก็พกกันอยู่ ทำให้มันมีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ผลิตออกมาเยอะมาก จนบางทีเราว่ามันก็มากไป จนบางทีมันขายกันเกื่อนมาก บางตัวไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ถ้าเราซื้อไปใช้ มันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ของเรา หรือในกรณีที่แย่ที่สุด อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมาก ๆ มากกว่าความจุ และกำลังไฟคือ มาตรฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราอง และคนรอบข้าง

BONUS: ใน Powerbank มักจะมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

18650 Batteries

ถ้าเราแกะ Powerbank ออกมา (อย่าแกะเล่นเองนะ) หลัก ๆ มันจะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ตัว Battery และแผงสำหรับควบคุมพลังงาน ซึ่งแผงควบคุมพลังงาน จะทำหน้าที่ในควบคุมไฟเพื่อให้ชาร์จเข้า Battery ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับตัว Battery ที่มีหลากหลายแบบมาก ๆ แต่ถ้าเราไปซื้อพวก Powerbank ถูก ๆ มา ไส้ในส่วนใหญ่จะเป็นถ่าน 18650 ซะส่วนใหญ่ หลาย ๆ คนอาจจะไม่คุ้นกับถ่านขนาดนี้ แต่บอกเลยว่า เป็นถ่านที่แรงกว่าถ่าน 2A ที่เราใช้งานซะอีก บางก้อน มีความจุสูงถึง 4000 mAh เลยทีเดียว เยอะกว่า Battery ที่อยู่บนโทรศัพท์ของเราซะอีก ทางฝั่งของการจ่ายไฟ อย่างถ่าน AA ที่เรารู้จักกัน จ่ายไฟที่ 1.5V ต่อก้อน แต่ถ้าเป็น 18650 กดไป 4.2V เลย ก็เกือบ 3 เท่าของถ่าน AA เลยถือว่าแรงมาก

18650 Battery Charger
สังเกตุตรง U3 ดี ๆ จะเห็นว่ามันเป็นขาว ๆ นั่นแหละ รอยไหม้

ดังนั้น ถ้าเราต่อมันผิดวิธี และไม่ได้ตรวจสอบเรื่องของความปลอดภัยก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อย่างเราเอง เราซื้อถ่าน 18650 มาใส่พวกอุปกรณ์ IoT ในบ้านแบบประกอบเอง (ไว้จะมาเขียน Blog เล่าอีกที) เราเอาถ่าน 18650 ใส่ลงไป ปรากฏว่า ทำไมที่ใส่ถ่านมันร้อน ๆ นึกว่าโดนพวกตะกั่วแหลม ๆ จากการบัคกี้ตำ อ่อ มันร้อนเลย เอามือออกมา ตรง IC ที่อยู่บน Board มันมีไฟพุ่งออกมาเลย สุดท้ายมาดูคือ ใส่ผิดขั้ว นี่คือตัวอย่างของการต่อที่ผิดวิธีกับถ่านที่จ่ายพลังงานได้สูง ๆ ต้องระวังกันหน่อยนะ